เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 81 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (1)
บทที่ 81 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (1)
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้รู้สึกเหนียมอายกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง
เมื่อเปิดเสื้อคลุมอาบน้ำของเวินสือเหนียนออกแล้ว ก็ใช้มือสัมผัสอย่างระมัดระวัง
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าร่างกายของเวินสือเหนียนตึงเครียดอยู่ครู่หนึ่ง
เวินสือเหนียนเอามือแนบหน้าผาก แล้วพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ชายหญิงแตกต่าง ก่อนจะทำช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม?”
“อ้อ” เฝ่ยไป๋ลู่เบิกตากว้างจนเวินสือเหนียนพูดไม่ออก “ฉันเองก็มีแบบที่คุณมีนั่นแหละ แค่ขาคู่เดียวไม่ใช่หรือไง? มีอะไรให้อายล่ะคะ”
เวินสือเหนียน “…”
หนอนกู่พิษจะกัดกินเนื้อและเลือดของร่างที่มันฝังตัวอยู่ จนเหลือแผ่นหนังและกระดูกทิ้งไว้
ทว่าขาของเวินสือเหนียนโดนพิษมาหลายปีแล้ว แทนที่จะแห้งเหี่ยวและผอมลง กล้ามเนื้อกลับอวบอ้วน มีพลัง แสดงให้เห็นว่ากู่พิษนี้แปลกประหลาดเพียงใด
เวินสือเหนียนอาบน้ำมาแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่จึงหยิบกระถางธูปออกมา ส่งให้เวินสือเหนียนจุดธูปสามดอกแล้วปักลงบนนั้น
ควันธูปสามกลุ่มลอยขึ้นมา กลิ่นหอมลอยอ้อยอิ่งเป็นเวลานาน
การอาบน้ำและการจุดธูปเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และจริงจัง สามารถขจัดอากาศสกปรกออกจากร่างกายมนุษย์และสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ได้
มีหมอผีบางคนจงใจใช้วิธีอาบน้ำและจุดเครื่องหอมก่อนการประกอบพิธีกรรม เพื่อจะได้ลงแรงน้อย แต่ได้ผลลัพธ์สองเท่าด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ยังสามารถรู้ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายได้จากการถวายธูป
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นไฟบนปลายธูปสามดอกแผ่วมาก แต่นานแล้วก็ยังไม่ดับ เธอจึงอดยิ้มไม่ได้ “เป็นสัญญาณที่ดี”
หญิงสาวประสานนิ้วเข้าด้วยกัน แล้วพลังงานวิญญาณกลุ่มหนึ่งก็แทรกซึมเข้าไปในตัวเวินสือเหนียน
ทว่าก็ถูกหนอนกู่พิษแย่งกินในชั่วพริบตา
กู่พิษเคลื่อนไหวอย่างกระวนกระวาย ทำให้เวินสือเหนียนรู้สึกเจ็บปวดที่ขาอย่างรุนแรง
ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาว มือที่อยู่บนเก้าอี้กำแน่น
ถึงเวินสือเหนียนจะไม่พูดอะไร แต่ก็รู้ได้ว่าเขาต้องเจ็บปวดมาก
เฝ่ยไป๋ลู่จึงใช้วิธีการฝังเข็มเพื่อระงับความเจ็บปวด “อดทนหน่อยนะคะ”
เวินสือเหนียนพยักหน้า แสดงว่าเขาเข้าใจ
ต่อมาเฝ่ยไป๋ลู่ก็ควบคุมการเคลื่อนที่ของปราณวิญญาณอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าจริงจัง
ขณะเดียวกันดวงตาสีดำของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยความอดกลั้นและความมืดมิดที่ลึกล้ำ เส้นเลือดที่หลังมือของเขานูนขึ้น
ตอนนี้สิ่งสกปรกค่อย ๆ ซึมออกมาจากรูขุมขน
ภายในสิบนาทีต่อมา เวินสือเหนียนก็ดูราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ เหงื่อเย็นปกคลุมทั่วร่างจนเปียกชุ่ม
“จบแล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่ป้อนน้ำให้เขา และรอให้ร่างกายของเวินสือเหนียนปรับอุณหภูมิลดลง
จากนั้นก็รวบรวมโคลนสีดำที่ไหลลงพื้นเข้าด้วยกัน ก่อนจะใช้ยันต์เผาสิ่งโสโครกเหล่านี้
เวินสือเหนียนมองการกระทำของเธอ แล้วถาม “ตัดเส้นเอ็นล้างไขกระดูกเหรอ?”
“ไม่ใช่” เฝ่ยไป๋ลู่มองเขาเหมือนกับมองคนโง่
คิดอะไรเนี่ย? จะเอาพลังวิญญาณมากมายขนาดไหนมาช่วยสนับสนุนในการตัดเส้นเอ็นล้างไขกระดูกให้เขาล่ะ?
เวินสือเหนียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นนี่คืออะไร?”
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบทุกคำถามด้วยรอยยิ้มหวาน แต่ค่อนข้างแฝงความน่ากลัว “ไข่แมลง”
เวินสือเหนียนมอง ‘…ขาคู่นี้ไม่เอาแล้วก็ได้’
เฝ่ยไป๋ลู่ก้มศีรษะเผาโคลนสีดำต่อ เธอลอบยิ้มเบา ๆ
หนอนกู่พิษกำจัดได้ยาก ตอนนี้สามารถทำได้แค่ฆ่าไข่ของมันเพื่อจำกัดการเจริญเติบโต ไม่ให้มันเคลื่อนไหวไปยังส่วนอื่น ๆ เท่านั้น
หลังจากเผาโคลนสีดำเสร็จแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็จุดธูปอีกครั้งเพื่อขับไล่อากาศสกปรก
หลังเธอจัดการเสร็จเรียบร้อย เวินสือเหนียนก็ไปอาบน้ำใหม่อีกรอบ แล้วออกมา
ริมฝีปากบางของเขาขาวซีด จนเฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกสงสารกับสิ่งที่เขาเพิ่งประสบ
เธอหยิบยันต์สีเหลืองออกมาจากอ้อมแขนสองสามแผ่น แล้วพูดอย่างเอื้อเฟื้อว่า “ยันต์ที่ฉันให้คุณไว้หมดแล้วใช่ไหม? หนึ่งแสนหยวนต่อแผ่น ซื้อหรือเปล่าคะ?”
หากเฮ่อเหลียนเจี๋ยอยู่ที่นี่ เขาจะต้องกระโดดขึ้นมาด่าทอว่าเฝ่ยไป๋ลู่ขูดเลือดขูดเนื้อแน่
ก่อนหน้านี้แผ่นละสามหมื่นหยวนตอนนี้ขึ้นราคาเป็นหนึ่งแสนหยวนแล้ว นี่มันแม่ค้าหน้าเลือดที่ขูดเลือดขูดเนื้อชัด ๆ!
แต่ตอนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเฝ่ยไป๋ลู่คือเวินสือเหนียน
คุณชายสามเวินโอนเงินให้ตรงนั้นทันทีโดยที่ตาไม่กะพริบด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นยอดเงินที่เพิ่มขึ้นในฉับพลัน บนหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่ก็ปรากฏรอยยิ้มลึกซึ้งยิ่ง
เวินสือเหนียนรู้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ใช่คนละโมบในเงินทอง
การที่เธอขึ้นราคาในครั้งนี้ย่อมต้องเป็นเพราะเครื่องรางมีคุณภาพสูงขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธ
“ขอบคุณมากคุณเฝ่ย”
“ชำระเงินและส่งมอบสินค้าเรียบร้อยแล้ว” ในประโยคคำพูดดังกล่าวเฝ่ยไป๋ลู่ได้กำหนดความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนเพื่อธุรกิจและการร่วมมือ
ทันใดดวงตาเวินสือเหนียนมืดมนลง
เจี่ยนต๋าเช่าที่ด้านนอกประตูได้ยินพวกเขาสองคนกำลังคุยกันเรื่องเงินอย่างคลุมเครือ ดูเหมือนจะพูดว่าหนึ่งแสนต่อหนึ่งครั้งอะไรสักอย่าง…
ดวงตาเขาพลันเบิกโพลง คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนี้จะมีความสัมพันธ์แบบนี้!
เจี่ยนต๋าเช่าไม่กล้าแสดงความวุ่นวายใจออกมา เขาพยายามทำหน้านิ่งสุดพลังแล้วเคาะประตู
จนเมื่อคุณชายสามเวินตะโกนว่าให้เข้ามาได้ถึงได้กล้าเข้าไป
พอเข้ามาได้ เขาก็มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ “คุณเฝ่ยครับ มีคนมาหาคุณอยู่ที่ด้านนอกครับ”
‘มาหาเธอ มาหาถึงในบ้านของเวินสือเหนียนเลยเหรอ?’ ความสงสัยปรากฏในดวงตาของเฝยไป๋ลู่ ขณะเดียวกันเธอก็เก็บของเสร็จพอดี
เวินสือเหนียนเองก็มองไปทางเลขาเช่นเดียวกัน สายตาของเขาแหลมคมจนทำให้ผู้คนไม่กล้ามองเขาตรง ๆ
เจี่ยนต๋าเช่าก้มศีรษะลง แล้วพูดเสริมว่า “เป็นคนของตระกูลหลินครับ บอกว่ารู้จักคุณ”
คนธรรมดาไม่สามารถเข้ามาในเขตชุมชนเศรษฐีนี้ได้
แล้วก็เป็นเพราะว่าได้ยืนยันตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว เขาจึงได้ตัดสินใจนำข้อความมาบอก
เมื่อเฝ่ยไป่ลู่ได้ยินว่าเป็นคนตระกูลหลิน เธอก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
เธอพอจะรู้ว่าทำไมตระกูลหลินถึงมาหาเธอที่นี่
ผิวที่แดงก่ำของท่านผู้เฒ่าหลินหมินเฟิงเริ่มแย่ลงอีกครั้งและผ่ายผอมลงไปมาก
ทันทีที่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ออกมา เขาก็รีบทักทายทันที “อาจารย์ ฉันอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ!”
“เพราะว่าหลินเจี้ยนลี่ใช่ไหม?” เฝ่ยไป๋ลู่ช่วยหลินเจี้ยนลี่ไว้ที่บาร์ แต่หลังจากส่งต่อให้กับกานว่างแล้วก็ไม่ได้สนใจเขาอีกเลย “ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างคะ?”
“อาจารย์ คุณทำนายได้แม่นยำจริง ๆ!” หลินหมินเฟิงคิดไม่ถึงว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะถามถึงสิ่งที่อยู่ในใจทันที เขายิ่งมั่นใจในตัวเธอมากยิ่งขึ้น “คือเรื่องเป็นอย่างนี้…”
หลังจากฟังเขาพูดจบ เธอก็ติดต่อกานว่างทางโทรศัพท์ เมื่อถามถึงสถานการณ์แล้วก็พอจะเดาเรื่องทั้งหมดออก
หลินเจี้ยนลี่ถูกกานว่างและคนอื่น ๆ พาตัวกลับไปยังสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า หลังจากตรวจสอบร่างกายและลงบันทึก ก็มีคนส่งเขากลับไป
หลินเจี้ยนลี่ปรากฏตัวที่ตระกูลหลินด้วยอาการหมดสติ บนตัวมีกลิ่นเหล้าและรอยริมฝีปากของผู้หญิง
ตระกูลหลินคิดว่าเพราะเขาออกไปเที่ยวมั่วสุมและดื่มเหล้าจนเมา เป็นผลให้หลินเจี้ยนลี่หมดสติอยู่ตลอดเวลา
กระทั่งตระกูลหลินสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงได้ส่งเขาไปโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลยและไม่พบสาเหตุอีกด้วย
“ฉันอยากจะขอให้อาจารย์ช่วยตรวจดูลูกชายของฉันว่าเขาถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงหรือเปล่า?” แม้ศักยภาพของหลินเจี้ยนลี่จะเป็นโคลนที่ไม่สามารถยึดผนังได้*[1] แต่ยังไงเขาก็เป็นคนของตระกูลหลิน
ระยะนี้หลินหมินเฟิงทั้งเป็นทุกข์ทั้งกังวล ทำให้ผมหงอกขึ้นเป็นจำนวนมาก
…หมดสติงั้นเหรอ? ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นไปได้นะ
หลินเจี้ยนลี่ถูกคนใช้วิชามารขโมยพลังชีวิตไป ซึ่งจะทำให้อายุขัยสั้นลงก็เท่านั้น
แต่เขากลับไม่ฟื้น นี่จะต้องมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาโคม่า
เฝ่ยไป๋ลู่มีสีหน้าครุ่นคิด “ฉันจะไปดูอาการก่อนค่ะ”
หลินหมินเฟิงพยักหน้าซ้ำ ๆ แล้วพาเฝ่ยไป๋ลู่ไปโรงพยาบาลทันที
ครั้นพอเธอเข้ามาในห้องผู้ป่วย เฝ่ยไป๋ลู่ก็ขมวดคิ้วทันควัน
“อาจารย์ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว หลินหมินเฟิงก็หัวใจเต้นแรง
“ไม่มีค่ะ อบอ้าวจัง ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหมคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว
ที่แท้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยพวกนี้เอง หลินหมินเฟิงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะพยักหน้า
เมื่อหลินหมินเฟิงตกลง เฝ่ยไป๋ลู่จึงเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศไหลเวียน
ทว่ายังไม่ทันที่เธอดึงมือกลับมาจากหน้าต่าง เสียงตำหนิก็ดังขึ้น “เธอเป็นใคร? รีบปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้เลย!”
ทันใดผู้หญิงคนหนึ่งก็เข้ามาเบียดเฝ่ยไป๋ลู่ออก
ผู้หญิงคนนั้นปิดหน้าต่างอีกครั้ง หลังจากปิดหน้าต่างสนิทแล้ว เธอก็หันกลับมาดุเฝ่ยไป๋ลู่ “ไม่รู้ว่าหลินเจี้ยนลี่ยังป่วยอยู่หรือไง? ถ้าเชื้อโรคนอกโรงพยาบาลลอยเข้ามาทางหน้าต่างจะทำยังไง?”
เฝ่ยไป๋ลู่ปิดจมูก “เชื้อโรคที่คุณพ่นออกมาจากปากยังร้ายกาจกว่าสิ่งสกปรกนอกโรงพยาบาลเสียอีก ฉันแนะนำให้คุณหุบปาก อย่าให้มันฆ่าหลินเจี้ยนลี่ตายจะดีกว่า”
หญิงสาวต้องการจะพูดอีก แต่เสียงของท่านผู้เฒ่าหลินมินเฟิงดังกว่าเธอ “หุบปาก นี่คือแขกคนสำคัญที่ฉันเชิญมา! ถ้ายังพูดจาหยาบคายอยู่อีกก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!”
“ท่านผู้เฒ่า! ฉันเองก็เป็นแขกสำคัญของตระกูลหลินนะคะ!” หญิงสาวลูบท้อง “ในท้องของฉันมีลูกคนเดียวของเจี้ยนลี่นะคะ”
ท่านผู้เฒ่าหลินสูญเสียความเย่อหยิ่งทันที
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองเธอแล้วพูดขึ้น “ท้องได้สามเดือนแล้วเหรอ?”
“ถูกต้อง!” ผู้หญิงคนนั้นมีความมั่นใจบางอย่าง สายตาที่เหล่มองเฝ่ยไป๋ลู่ดูถูกอย่างมาก
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้โกรธ มุมปากเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
อันที่จริงเธอเคยเจอผู้หญิงคนนี้แล้ว
วันนั้นที่เธอช่วยเหลือหลินเจี้ยนลี่ ผู้หญิงคนนี้ก็นอนอยู่บนพื้นกับเขา
เรื่องนี้มันแปลก ๆ
วันนั้นผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ตั้งท้อง
หลังจากนั้นไม่กี่วัน จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน…
[1] โคลนที่ไม่สามารถยึดผนังได้ หมายถึง ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เนื่องจากความสามารถต่ำ