เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 84 รูปปั้นปิดทอง
บทที่ 84 รูปปั้นปิดทอง
อาจารย์หนิงกลิ้งอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวด ดวงตาที่เบิกกว้างจนแทบระเบิดมองเฝ่ยไป๋ลู่ “เธอรู้ได้ยังไง?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“เรื่องนี้เดายากมากเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่บดขยี้ขวดหยก ส่งวิญญาณของหลินเจี้ยนลี่กลับเข้าไปในร่างของเขา “มนุษย์เรามีสามวิญญาณเจ็ดจิต และผู้หญิงจึงต้องตั้งท้องสิบเดือนถึงคลอดลูกได้”
“สามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่โดนเอาไป และช่างบังเอิญเหลือเกินที่โจวลี่ลี่ตั้งท้องได้สามเดือนแบบนี้ ถ้าฉันเดาไม่ผิด พวกคุณกลั่นดวงวิญญาณในท้องของเธอใช่ไหมล่ะ?”
หนึ่งวันรับหนึ่งวิญญาณ อีกสิบวัน สิ่งที่โจวลี่ลี่คลอดออกมาจะเป็นคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง
แม้แต่การกลั่นดวงวิญญาณเธอก็เดาถูก ใบหน้าของอาจารย์หนิงพลันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เธอ เธอ…”
คนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้ ไม่เหมือนหญิงสาวอายุยี่สิบเลยแม้แต่น้อย
คงไม่ใช่ปีศาจหุ้มผิวหนังมนุษย์หรอกใช่ไหม?
“ถ้าไม่อยากถูกทรมานอีก ก็บอกความจริงกับฉันเรื่องของคุณกับนักพรตเต๋าเฒ่ามา!” เฝ่ยไป๋ลู่หยุดท่องคาถา ความเจ็บปวดในตัวอาจารย์หนิงจึงทุเลาลง ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เมื่อเผชิญกับการบีบบังคับให้ตอบของเฝ่ยไป๋ลู่ อาจารย์หนิงก็ไม่กล้าปิดบังอีก “ฉันเจอหมอผีคนนั้นเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาเก่งกาจมาก และบอกว่าฉันมีคุณสมบัติที่งดงาม ถ้าฉันทำตามที่เขาขอ เขาจะรับฉันเป็นศิษย์”
สำหรับอาจารย์หนิงที่อาศัยการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสำนักไม่มีนิกาย การได้ศึกษากับครูอาจารย์สำหรับเขาแล้วคือสิ่งที่ล่อใจอย่างมาก
อาจารย์หนิงจึงทำตามคำขอของหมอผีคนนั้น และสามวันแรกก็เป็นไปอย่างราบรื่น แต่แล้ววันนี้กลับได้เจอกับปีศาจ…
อาจารย์หนิงรู้สึกเสียใจไม่น้อย ถ้ารู้ก่อน วันนี้ก่อนออกจากบ้านก็คงทำนายดวงให้ตัวเองแล้ว
คุณสมบัติที่งดงาม?
เฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองอาจารย์หนิง รูปร่างหน้าตาปานกลางดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย
อีกทั้งเพียงพรตเต๋าเฒ่านั่นแค่หาข้ออ้าง เขาก็เชื่อว่าจริง แล้วก็เป็นผีชางรับใช้เสือ*[1] ให้แล้ว!
“นักพรตเต๋าเฒ่านั่นหน้าตาเป็นยังไง?” เฝ่ยไป๋ลู่ถาม
“หน้าตายังไงงั้นเหรอ? ผมขาวทั้งหัว หูใหญ่ ปากใหญ่ มีจุดขาวบนแก้ม…” อาจารย์หนิงดวงตาล่อกแล่ก
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา
ราวกับกำลังพูดว่า จะไม่รับประกันชีวิตของคุณ ถ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก
“!!” อาจารย์หนิงตกใจจนหัวใจบีบรัด ความคิดหายไปในชั่วพริบตา เขาพูดติดอ่าง “ฉะ ฉัน ฉันจำไม่ได้…”
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่เห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่าหมอผีนั่นได้ลงมือทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่าอาจารย์หนิงจะคิดอย่างไร ก็ไม่มีวันจำรูปร่างหน้าตาคนผู้นั้นได้
ด้วยกลัวว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะไม่เชื่อ อาจารย์หนิงมองเธออย่างประจบสอพลอ “สหายน้อย ฉันไม่ได้โกหกจริง ๆ ฉันจำไม่ได้จริง ๆ ว่าคนผู้นั้นหน้าตายังไง แต่ฉันจำได้ว่าดูเหมือนเขาจะห้อยธงเล็ก ๆ ไว้รอบเอวของเขา…”
ธงเล็ก ๆ นั่นเป็นสีดำสนิท อาจารย์หนิงชอบธงนั่นตั้งแต่แรกเห็น
ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าเขาทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหมอผีคนนั้นได้สำเร็จลุล่วง ก็จะหน้าด้านขอมันจากอีกฝ่าย
น่าเสียดายที่เฝ่ยไป๋ลู่ทำลายทุกอย่างเสียแล้ว
“ธงเล็ก ๆ…” เฝ่ยไป๋ลู่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับข้อมูลสำคัญนี้ เธอพิจารณาไตร่ตรอง ถ้าไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากที่คาด ธงเล็ก ๆ นั่นน่าจะเป็นธงเรียกวิญญาณ
ดูเหมือนช่วงนี้เมืองเจียงจะไม่สงบเลยนะ พวกคนชั่วพากันมาทีละคน ๆ
และแต่ละคนก็จัดการได้ยากขึ้นทุกที
เฝ่ยไป๋ลู่เอาธูปที่ปักบนกระถางลงมา แล้วมองไปทางอาจารย์หนิง “นักพรตเต๋าเฒ่านั่นต้องให้ธูปลวงวิญญาณกับคุณสิบดอก ยกเว้นดอกนี้และสามอันที่ใช้ไปแล้ว เอาที่เหลือออกมา”
อาจารย์หนิงหยิบธูปออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างเจ็บปวด ก่อนจะยื่นให้เฝ่ยไป๋ลู่อย่างอาลัยอาวรณ์ หน้ำซ้ำยังคิดจะต่อรอง “สหายน้อย ให้ฉันเก็บไว้หนึ่งดอกได้หรือเปล่า? ฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้มันทำเรื่องชั่วร้าย แค่เก็บไว้เป็นที่ระลึก…”
“อย่าแม้แต่จะคิด!” เฝ่ยไป๋ลู่แค่นเสียงเย็น เธอยึดธูปลวงวิญญาณทั้งหมดมาทันที
กระบวนการในการสกัดธูปลวงวิญญาณนั้นซับซ้อนมาก วัตถุดิบจำเป็นก็หาได้ยาก นอกจากนี้ข้อกำหนดและช่างฝีมือที่จะทำการสกัดก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีได้
ถ้าตกอยู่ในมือของคนที่มีเจตนาชั่วก็อาจใช้มันทำเรื่องชั่วร้ายได้
ยิ่งไปกว่านั้น บางสิ่งอย่างเช่นจิตวิญญาณยังสามารถสัมผัสมันได้โดยไม่ตั้งใจใช่ไหม? นักพรตเต๋าเฒ่านั้นถึงได้กล้ายืมร่างคนอื่นมาทำพิธี ต้องเป็นเพราะการลวงวิญญาณนั่นเป็นอันตรายต่อผู้ร่ายคาถาแน่นอน
มีแค่คนวิสัยทัศน์คับแคบอย่างอาจารย์หนิงเท่านั้นแหละที่โดนหลอกได้!
เฝ่ยไป๋ลู่เดินผ่านอาจารย์หนิงมาอยู่ตรงหน้าโจวลี่ลี่ แล้วนำสามดวงจิตที่เป็นของหลินเจี้ยนลี่ออกมาจากท้องของเธอ
สามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่จึงกลับคืนสู่ร่าง ท้องที่เห็นได้ชัดว่าตั้งครรภ์ของโจวลี่ลี่ก็หายไปทันที
เมื่ออาจารย์หนิงมองเห็นสิ่งนี้แล้ว เขาก็ยอมแพ้โดยสิ้นเชิง
จากนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก้เดินไปเปิดหน้าต่าง และกลิ่นแปลก ๆ ส่วนมากจางหายไป ผู้เฒ่าหลินกับโจวลี่ลี่ก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติอย่างช้า ๆ
หัวของผู้เฒ่าหลินบวม เขาแค่รู้สึกว่าตัวเองหลับลึกจนเวียนหัว พอตื่นมาก็เกิดความงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “เกิดอะไรขึ้น? ฉัน… ฉันเผลอหลับไปได้ยังไง?”
ทันใดนั้นโจวลี่ลี่ก็ส่งเสียงกรีดร้อง เธอเอามือกุมท้อง ทรุดตัวลงแล้วพูดว่า “ลูกของฉัน!!!”
อาจารย์หนิงที่นอนอยู่บนพื้นลุกขึ้นยืนทันที เขาตบฝุ่นบนเสื้อผ้า แล้วรีบพูดก่อนที่เฝ่ยไป่ลู่จะเปิดปาก “ที่พวกคุณหมดสติไปเมื่อกี้นี้ เพราะมีผีร้ายก่อกวน! และผีร้ายตนนั้น…”
เขามองไปทางโจวลี่ลี่ ใบหน้าทั้งโกรธเคืองทั้งเสียดาย “ผีร้ายตนนั้นก็คือเด็กในท้องของเธอ ต้องขอบคุณฉันและสหายน้อยท่านนี้ที่ร่วมมือกันปราบผีในครรภ์นั่น ไม่อย่างนั้นไม่ช้าก็เร็วมันจะกลายเป็นผีที่ทรงพลัง! และคงไม่มีใครที่จะหยุดมันได้!”
“ผีในครรภ์เหรอ?” ใบหน้าแดงก่ำของโจวลี่ลี่ขาวราวกับกระดาษทันที ดวงตาก็เปลี่ยนเป็นสีขาว ตอนนี้เธอตกใจจนหมดสติ ไปแล้ว
ผู้เฒ่าหลินเองก็ตกใจกับคำพูดของอาจารย์หนิง “นี่ นี่มัน…”
เฝ่ยไป๋ลู่มองอย่างเย็นชา ทำเอาอาจารย์หนิงต้องเช็ดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก เขากระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคนว่า “สหายน้อย ไว้หน้าฉันหน่อยนะ อีกอย่างคำอธิบายของฉันก็ไม่ผิดอะไรใช่ไหมล่ะ?”
“เก็บของแล้วไปเสีย ถ้าฉันจับได้ว่าคุณทำชั่วอีก อย่ามาหาว่าฉันไม่ปรานี” เฝ่ยไป่ลู่ประสานปลายนิ้วเข้าหากัน พลันปราณที่รุนแรงและแข็งแกร่งก็ทำลายสิ่งของที่อาจารย์หนิงนำมา
เสียงระเบิดดังปังติดต่อกัน เมื่ออาจารย์หนิงมองเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ที่เขานำมาด้วยถูกทำลายทีละชิ้น ใบหน้าก็กระตุกด้วยความเจ็บปวด หัวใจแตกสลายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
กระถางธูป ธูปหอมธรรมดา เข็มทิศฮวงจุ้ย ทั้งหมดนี้ล้วนถูกปราณของเฝ่ยไป๋ลู่ทำลายจนกลายเป็นสิ่งของธรรมดาที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
มีเพียงรูปปั้นปิดทองเท่านั้นที่ไม่ถูกทำลาย
เฝ่ยไป๋ลู่หยิบมันขึ้นมา แล้วเฝ้าดูอย่างละเอียด
รูปปั้นหน้าตาคลุมเครือนี้ราวกับเปล่งแสงมหามงคล แต่กลับมีบางอย่างแปลก ๆ กระจายอยู่ทั่ว
เธอรู้สึกเหมือนจะเคยเห็นรูปปั้นที่คล้าย ๆ กันนี้ที่ใดสักที แต่ตอนนี้กลับนึกไม่ออก
เฝ่ยไป่ลู่ถามอาจารย์หนิงตรง ๆ ว่า “นี่คืออะไร?”
“ไอหยา!” อาจารย์หนิงเก็บข้าวของต่าง ๆ เสร็จแล้ว พอก้าวเท้าออกจากห้องผู้ป่วยได้ก้าวเดียว กลับถูกเฝ่ยไป๋ลู่จับคอเสื้อแล้วดึงกลับมา
‘ผีหลอกแล้ว ปีศาจสาวนี่เห็นได้ชัดว่าผอมและอ่อนแอ แต่แท้จริงเธอกลับแข็งแกร่งมากอย่างไม่มีเหตุผลเลย!’ อาจารย์หนิงร้องทุกข์ในใจ
เขามองไปที่รูปปั้น แล้วเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “น่าจะเป็นรูปปั้นเทพเจ้าสักองค์หรือเปล่า? ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร หมอผีคนนั้นให้ฉันมา”
รูปปั้นเทพเจ้า?
ที่บูชาอยู่คือเทพเจ้าองค์ไหน?
เฝ่ยไป๋ลู่เสียสมาธิไปชั่วขณะ อาจารย์หนิงจึงฉวยโอกาสสลัดการควบคุมของเธอ กอดข้าวแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว
มีปีศาจสาวอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่นาน!
เขาต้องการไปจากเมืองเจียง ยากจะจากไปไกล ๆ เลย! จะเป็นการดีที่สุดถ้าไม่ต้องเจอกับปีศาจสาวตนนี้อีก!
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ไล่ตาม ด้วยตระหนักดีว่าถามไปก็ไม่ได้อะไร
เธอบดขยี้รูปปั้นประหลาดนั้น ดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมา แล้วไฟก็เผาไหม้จนหมด
“อาจารย์ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ผู้เฒ่าหลินตกตะลึง ขณะที่เฝ้ามองอาจารย์หนิงหลบหนีไป
[1] ผีชางรับใช้เสือ : ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าผู้ที่โดนเสือกัดตายนั้น วิญญาณจะกลายเป็นผู้รับใช้เสือ หรือผีชาง คอยช่วยหาเหยื่อ ช่วยให้เสือไปทำร้ายคนอื่นต่อไป