เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 83 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (3)
บทที่ 83 จู่ ๆ ก็ท้องสามเดือน (3)
ถึงจะถูกผู้เฒ่าหลินคัดค้านหลายครั้ง แต่บนใบหน้าของอาจารย์หนิงกลับไม่มีความอับอายเลยแม้แต่น้อย
กระทั่งเมื่อเฝ่ยไป๋ลู่พูดแล้วผู้เฒ่าหลินรับฟังและไม่ขัด ความประหลาดใจจึงแวบขึ้นมาในดวงตาของอาจารย์หนิง
อาจารย์หนิงมองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อีกครั้ง ครั้นเห็นว่าพลังบนศีรษะของเธอเป็นเพียงชั้นบาง ๆ พละกำลังไม่ได้แข็งแกร่ง จึงคิดไม่ออกจริง ๆว่าเธอทำให้ผู้เฒ่าหลินไว้วางใจได้อย่างไร
บางทีพวกเขาอาจจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นการส่วนตัวกันได้?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อาจารย์หนิงก็ส่งสายตาเป็นมิตรให้เฝ่ยไป๋ลู่
“อาจารย์หนิง ฝากเจี้ยนลี่ด้วยนะคะ” โจลี่ลี่พูดขึ้น และยังไงตระกูลหลินก็เป็นคนจ่ายเงินอยู่ดี เธอจึงพูดได้แบบไม่มีภาระใด ๆ “เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”
อาจารย์หนิงพยักหน้า เขาถอนสายตาที่มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ หยิบเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ออกมา แล้วเริ่มจัดวางตำแหน่ง
“อาจารย์หนิงผู้นี้…” ผู้เฒ่าหลินกดเสียงต่ำถามเฝ่ยไป๋ลู่ทั้งเชื่อทั้งสงสัย
โจวลี่ลี่ทั้งปิดหน้าต่าง ทั้งส่งดอกป๊อปปี้มา มองแวบเดียวก็รู้ว่ามีเจตนาร้าย และอาจารย์ที่เธอหามาจะต้องเป็นพวกเดียวกันกับเธอแน่นอน!
หลินหมินเฟิงจึงกลัวว่ามันจะส่งผลร้ายต่อหลินเจี้ยนลี่
เฝ่ยไป๋ลู่สงบนิ่ง “รอดูสถานการณ์ไปก่อน”
อาจารย์คนนี้มีความสามารถจริง ไม่ใช่คนโกหกและอวดอ้าง
เฝ่ยไป๋ลู่จึงต้องการดูว่าสองคนนี้จะทำอะไรต่อไป
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วผู้เฒ่าหลินก็รู้สึกมั่นใจ
สายตาที่เขามองคนนั้นแม่นยำมาก ตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มติดต่อกับเฝ่ยไป๋ลู่ ชายชราก็รู้ว่าเธอไม่ใช่สัตว์ที่ไม่อยู่ในบ่อนาน*[1]
บัดนี้ลูกชายของเขากำลังลำบาก สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือเชื่อมั่นในตัวเฝ่ยไป๋ลู่
อาจารย์หนิงหยิบธูปออกมาจุด แต่ธูปก็ดับลงอย่างรวดเร็วเพราะลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
อาจารย์หนิงขมวดคิ้ว เดินไปข้างหน้าต่าง
หน้าต่างที่เดิมทีโจวลี่ลี่ทำยังไงก็ปิดไม่ได้ เขาปิดลงได้ภายในไม่กี่ครั้ง
โจวลี่ลี่พึมพำ “ทำไมฉันถึงปิดไม่ได้ล่ะ? หรือว่าฉันออกแรงน้อยไป?”
เฝ่ยไป๋ลู่ที่กำลังควบคุมพลังปราณจากกลางฝ่ามือ มองไปที่คนทั้งคู่นิ่ง ๆ ไม่ยิ้มหรือพูดอะไร
ถ้าหากว่าเธอไม่หยุด ต่อให้อาจารย์หนิงฝึกไปอีกสิบปีก็ปิดหน้าต่างไม่ได้
กระแสพลังชีวิตในห้องผู้ป่วยเปลี่ยนเป็นช้าลง อาจารย์หนิงจุดธูปอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ถูกลมพัดดับแล้ว
สีหน้าของเขาผ่อนคลายอย่างมาก “รอจนธูปไหม้หมดแล้ว ก็เริ่มดำเนินการได้เลย”
ผู้เฒ่าหลินส่งเสียง “อ้อ” อย่างไร้อารมณ์ ไม่ถามด้วยซ้ำว่าดำเนินการอะไร
อาจารย์หนิงก็ไม่สนใจเช่นกัน
กลิ่นธูปดอกฟุ้งทะลักออกมา ทั้งยาวนานและคลุ้งกระจาย มันค่อย ๆ ขับไล่สิ่งเจือปนต่าง ๆ ในอากาศและอากาศธาตุ ดมไปนาน ๆ จะมีแรงกระตุ้นบางอย่างซึ่งทำให้ง่วงนอน
ผู้เฒ่าหลินอายุมากแล้ว มีพลังหยางอ่อนที่สุดในบรรดาคนทั้งสี่ เขาจึงรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเล็กน้อยและล้มลงไปก่อนที่จะได้พูดอะไรกับเฝ่ยไป๋ลู่
โจวลี่ลี่เองก็หาวเช่นกัน เธอบ่นพึมพำว่าง่วงนอนมาก จากนั้นก็ล้มลงบนพื้น ผล็อยหลับไป ถึงขั้นกรนเบา ๆ ออกมาแล้ว
สามคนล้มลงไปสอง
อาจารย์หนิงเหลือบมองพวกเขา และอดทนรอให้เฝ่ยไป๋ลู่ที่ยังตื่นตัวล้มลงไปในที่สุด
แสงสว่างในความมืดส่องประกายในดวงตาดำขลับของเฝ่ยไป๋ลู่
ดวงตาของเธอฉงนงงงวย สีหน้าหญิงสาวบ่งบอกว่าเปลือกตาหนักมาก
ไม่นานนักอาจารย์หนิงก็สมปรารถนาเมื่อตาทั้งสองข้างของเฝ่ยไป๋ลู่ปิดลงแล้วหลับไป
อาจารย์หนิงเดินเข้าไปสำรวจดู น้ำเสียงมีความยินดีอย่างเปี่ยมล้น “โชคดีที่คนคนนี้คือเด็กน้อย ถ้าคนที่มาคือนักพรตเต๋าชรา ภารกิจครั้งนี้คงทำไม่สำเร็จแล้ว”
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เขาคุกเข่าลงบนพื้นอย่างเคารพบูชา วางรูปปั้นปิดทองไว้เหนือกระถางธูป เป็นรูปปั้นเทพเจ้าที่มีฐานเป็นกลีบบัวคู่
จากนั้นเขาก็หยิบธูปหนาเท่ากับหัวแม่มือออกมาอย่างระมัดระวังแล้วจุด ก่อนจะวางลงในกระถางธูปรูปสัตว์มงคล
“เต๋าเรียนรู้จากใจ หัวใจส่งผ่านธูป ธูปเผาไหม้ในเตาหยก หัวใจถูกเก็บไว้ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ เทพที่แท้จริงจ้องมองลงมา ธงของผู้เป็นอมตะเข้าใจแท่นบูชา คำอธิษฐานของศิษย์ ตรงสู่เก้าสวรรค์” เขาพึมพำกับตัวเอง ทันใด ราวว่าเขาเชื่อมต่อกับธูป กลิ่นหอมฟุ้งของธูปพลันกระจายรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าอาจารย์หนิงกำลังท่อง ‘มนต์บูชาธูป’[2] แต่ธูปที่เขาจุดกลับแปลกมาก
เพียงสูดหายใจไม่กี่ครั้ง เธอก็รู้สึกเวียนหัว
นี่ไม่ใช่กลิ่นหอมทั่วไป!
เฝ่ยไป๋ลู่กัดปลายลิ้น กลั้นลมหายใจ ไม่กล้าสูดกลิ่นหอมเข้าไป เธอลืมตาขึ้นเงียบ ๆ
เมื่อเห็นการกระทำของอาจารย์หนิงอย่างชัดเจนแล้ว ดวงตาที่สงบนิ่งราวกับน้ำก็พลันหดตัว ราวกับถูกคลื่นโหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง
ครั้นเธอก็เห็นอาจารย์หนิงหยุดท่องคาถา เขายืดตัวขึ้น ร่างกายแข็งทื่อเล็กน้อย จากนั้นเขาหยิบขวดหยกออกมา ดูซับพลังงานหมอกสีขาวที่ลอยออกมาจากตัวหลินเจี้ยนลี่
นั่นคือหนึ่งในเจ็ดวิญญาณที่เหลืออยู่ของหลินเจี้ยนลี่!
ความคิดนี้ฉายวาบขึ้นมาในสมองของเฝ่ยไป๋ลู่
อาจารย์หนิงคนนี้กำลังล่อลวงวิญญาณ?
ไม่ใช่!
อาจารย์หนิงโดนวิญญาณเข้าสิง!
เฝ่ยไป๋ลู่สังเกตเห็นว่าการเคลื่อนไหวของอาจารย์หนิงทั้งอืดอาดและไม่ต่อเนื่อง เธอตกใจมาก ใครกันที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมดนี้?
ทุกความคิดที่เป็นไปได้แวบผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจแล้วว่าตัวตนของตัวเองจะถูกเปิดเผยหรือไม่ เธอถือยันต์พุ่งเข้าหาอาจารย์หนิงด้วยความโกรธทันที
‘อาจารย์หนิง’ หลบไปด้านข้าง ตอนนี้ขวดหยกในมือของเขาได้ดูดวิญญาณทั้งหมดของหลินเจี้ยนลี่จนเกลี้ยงแล้ว
“สาวน้อย เธอลงมือช้าไปนะ” เสียงของเขาหยาบกระด้าง ไม่ใช่เสียงของอาจารย์หนิงเลย นี่ยิ่งทำให้เฝ่ยไป๋ลู่เชื่อว่ามีวิญญาณเข้าสิงเขาอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่พูดอะไร มือที่ยื่นออกมาจากกระเป๋าสะบัดยันต์คลุมนภาออกไป
ยันต์เหล่านี้มีพลังสังหารไม่รุนแรง แต่มันจะคอยเกี่ยวรัดซึ่งน่ารำคาญมาก ‘อาจารย์หนิง’ ขมวดคิ้ว แล้วค่อย ๆ หลบออกไป
“นักพรตเต๋าเฒ่า แกถูกหลอกแล้ว!” เฝ่ยไป๋ลู่กำลังรอให้เขาซ่อนตัว!
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา เธออาศัยความไม่ยืดหยุ่นทางกายภาพและความประมาทต่อศัตรูของ ‘อาจารย์หนิง ‘ ดีดตัวขึ้นไปในอากาศ เข้าใกล้ตัวเขาอย่างรวดเร็ว
‘อาจารย์หนิง’ ได้แต่เฝ้ามองขวดหยกในมือถูกมือสีขาวคู่หนึ่งชิงไป
เขาตกตะลึงไปชั่วครู่ มองฝ่ามือว่างเปล่าโดยไม่ตอบโต้ จากนั้นจึงมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
น้ำเสียงของ ‘อาจารย์หนิง’ แปลกประหลาด “วิชาลัดสุญญะ…เหมือนว่าแกจะเป็นคนที่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส…”
ทันใดนั้นธูปพลันดับลง ร่างของอาจารย์หนิงล้มลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง
ตอนนี้นักพรตเต๋าเฒ่าที่สิงร่างหายไปแล้ว!
เฝ่ยไป๋ลู่หน้านิ่วคิ้วขมวด คำพูดสุดท้ายที่นักพรตเต๋าเฒ่าทิ้งไว้ ทำให้เธอนึกถึงชายเสื้อคลุมดำที่เธอเจอที่ภูเขาไท่ซานอย่างอธิบายไม่ถูก
พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!
อาจารย์หนิงร้องครวญคราง พอลืมตาขึ้นก็เห็นเฝ่ยไป๋ลู่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
ให้ตายเถอะ ต้องมีบางอย่างผิดพลาดในภารกิจนี้แน่ ๆ!
เขากลอกตา ซ่อนความรู้สึกผิดและความกระวนกระวายเอาไว้อย่างรวดเร็ว เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ แล้วถามอย่างสับสนว่า “สหายน้อย เกิดอะไรขึ้นกับฉันงั้นเหรอ?”
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว ใครให้ธูปลวงวิญญาณนี้กับคุณ? คนคนนั้นติดต่อคุณได้ยังไง?” เฝ่ยไป๋ลู่ชี้ไปยังธูปหอมที่ดับไปแล้วบนกระถาง
นี่คือธูปลวงวิญญาณ สามารถล่อลวงวิญญาณของคนเป็นออกมาได้
ส่วนว่าทำไมประตูหน้าต่างต้องถูกปิดไว้แน่นหนา นั่นก็ด้วยกลัวว่าวิญญาณของหลินเจี้ยนลี่จะฉวยโอกาสนี้หนีไป
เมื่อผู้ที่มาคือผู้รู้ เหงื่อเย็นก็ผุดขึ้นบนหน้าผากอาจารย์หนิงทันที “สหายน้อย เราทุกคนต่างก็เป็นผู้อยู่ในวิถีแห่งเต๋าร่วมกัน มีกฎบางอย่างที่เธอเองก็รู้อยู่แล้ว อย่าถามอีก แค่ทำเป็นว่าไม่ได้เจอฉัน จากนี้ถือว่าฉันเป็นหนี้บุญคุณเธอหนึ่งครั้ง”
“กฎงั้นเหรอ? เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน คำพูดของฉันก็คือกฎ!” ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา
“คุยโวเกินไปแล้ว!” อาจารย์หนิงหัวเราะด้วยความโกรธกับคำพูดของเธอ เขาเลิกเสแสร้งต่อ “ถึงยังไงสามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่ก็หายไปแล้ว ไม่ว่าเธอจะทำยังไงก็ช่วยชีวิตเขาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นก็มาเข้าร่วมกับฉันสิ พวกเราจะทำงานให้ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันและสร้างโลกใหม่ขึ้นมา”
สร้างโลกใหม่งั้นเรอ? ฉันจะฆ่าคุณก่อนน่ะสิ! ทันเฝ่ยไป๋ลู่ท่องคาถา
ใบหน้าอาจารย์หนิงพลันแข็งทื่อ เขากรีดร้องโอดโอย ล้มนอนคว่ำกลิ้งอยู่บนพื้นทันที
ราวกับมีคนขุดสมองเขาด้วยแท่งเหล็ก บีบหัวใจด้วยมือที่มองไม่เห็น แล้วฉีกอวัยวะภายในทั้งหมดออกจากกัน มันเจ็บปวดเกินไปแล้ว เจ็บจนอยู่ก็ไม่สู้ตาย!
“อ๊าก ๆ! ปล่อยฉันไป!!!”
“ถึงคุณไม่บอกฉันก็รู้ว่าสามดวงจิตของหลินเจี้ยนลี่อยู่ที่ไหน” สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชาจนไม่มีใครกล้าเข้าไปมองใกล้ ๆ
ทันใดเฝ่ยไป๋ลู่ก็ชี้ไปที่โจวลี่ลี่ “อยู่ในท้องของเธอใช่ไหม?”
[1] สัตว์เล็ก ๆ ไม่อยู่ในบ่อนาน เปรียบเทียบคนที่ทะเยอะทะยานทำเรื่องใหญ่
[2] การจุดธูปเพื่อสวดภาวนาต่อเทพเจ้า และ “มนต์บูชาธูป” เป็นมนต์ที่นักบวชลัทธิเต๋าท่องเมื่อถวายเครื่องหอม