เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 88 อยากมีชีวิตอยู่ไหม? ฉันจะช่วยเธอ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 88 อยากมีชีวิตอยู่ไหม? ฉันจะช่วยเธอ
บทที่ 88 อยากมีชีวิตอยู่ไหม? ฉันจะช่วยเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่ถาม “ใครให้ของสิ่งนี้กับเธอ?”
ปากของเหม่ยลี่น้อยขยับต้องการจะพูด แต่กลับกระอักเลือดไม่หยุด
เมื่อเห็นการหายใจของเธอรวยรินลงเรื่อย ๆ ซูหวนก็คุกเข่าลงตรงหน้าเฝ่ยไป๋ลู่ดัง ‘ตุ้บ’ พร้อมกับร้องไห้โฮ “ขอร้องละค่ะ! ช่วยชีวิตลูกสาวฉันด้วย!”
เจ้าหน้าที่โจวเห็นแล้ว ก็รีบให้คนจับตัวหานจิ่งไปสอบสวนทันที
ภาพที่อยู่ตรงหน้าเห็นได้ชัดว่าเกินความสามารถที่พวกตนจะจัดการได้
มอบให้เฝ่ยไป๋ลู่จัดการเรื่องนี้แล้วกัน
เจ้าหน้าที่โจวรู้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่คือคนที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ก่อนที่เขาจะจากไป ก็ดึงนักข่าวหลินที่สติสัมปชัญญะยังไม่คืนมาออกไปด้วย
นักข่าวหลินเหลือบมองในห้องผู้ป่วยหลายหน “คุณตำรวจ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
เขาควักบัตรผู้สื่อข่าวออกมา หวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
“คุณสามารถรอประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับประเด็นเฉพาะได้” เจ้าหน้าที่โจวเผยรอยยิ้มออกมาหนึ่งวินาที และวินาทีถัดมาก็ขอให้เขาปิดการถ่ายทอดสดอย่างเลือดเย็น
นักข่าวหลินยิ้มอย่างเก้อเขิน แสร้งทำเป็นว่าเชื่อฟังก่อนจะจากไป แล้วอีกสักพักเขาก็ฉวยโอกาสแอบกลับมาถ่ายรูปด้านในผ่านทางหน้าต่าง
มันช่างพิลึกพิลั่นที่ทวารทั้งเจ็ดของเหม่ยลี่น้อยมีเลือดออก
แม่เด็กก็ยังคงคุกเข่าขอร้องให้เฝ่ยไป๋ลู่ช่วยชีวิต เมื่อคิดถึงความนิยมของเฝ่ยไป๋ลู่ในเรื่องลี้ลับ…
ผีหลอกจริง ๆ เหรอ?
นักข่าวตื่นเต้นจนขนลุกซู่
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดก็งงเช่นกัน พวกเขามองเห็นมุมเดียว และภาพที่เห็นก็จำกัด มองไม่เห็นใบหน้าที่เขียวคล้ำ เลือดออกทั้งเจ็ดทวารอย่างน่าสยดสยอง เห็นเพียงซูหวนคุกเข่าอ้อนวอนเฝ่ยไป๋ลู่
ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
นักข่าวหลินอดทนต่อความหวาดหวั่นพรั่นพรึง แล้วพูดรายงานสถานที่ให้กับผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด “สถานการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นแบบนี้ครับ หานจิ่งที่พกมีดติดตัวต้องการใช้มันทำร้ายคน ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินไป๋ลู่ได้ระงับเหตุเอาไว้ได้ ตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยดูเหมือนว่า…”
ตอนที่เขากำลังจะพูดการคาดเดาของตัวเองออกมา หน้าจอก็ดับลง
โทรศัพท์ปิดเครื่องอัตโนมัติ
นักข่าวหลินกดโทรศัพท์อย่างบ้าคลั่ง ทว่าไม่มีการตอบสนอง เขาตกใจจนหลุดคำด่าประจำชาติออกมา “เช็ดเข้! มีผีจริง ๆ ด้วย!” โทรศัพท์ใช้งานได้ดี ทำไมตอนที่พูดถึงข้อมูลของประเด็นสำคัญที่สุดถึงได้ดับไปโดยไม่มีสาเหตุล่ะ?
ทันใดนั้นเอง ก็มีมือข้างหนึ่งเอื้อมมาจับไหล่ของเขาไว้
“อ๊าก! ช่วยด้วย!” นักข่าวตกใจจนใบหน้าขาวซีด
เจ้าหน้าที่โจวมองเขาอย่างไร้อารมณ์ “เป็นบ้าอะไร โทรศัพท์ของคุณแบตหมด จะไปสถานีตำรวจกับผมเพื่อชาร์จแบตไหมล่ะ?”
เขาพูดว่าไม่ไปได้เหรอ? นักข่าวหลินเดินตามเจ้าหน้าที่โจวออกไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
ภายในห้องผู้ป่วย เหม่ยลี่น้อยที่พลังปราณร่อยหรอจนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ใบหน้าปกคลุมไปด้วยเส้นเลือดสีเขียวสีม่วง น่ากลัวอย่างมาก
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นว่าดวงตาทั้งสองของเธอปิดอยู่ จึงเอื้อมมือเปิดเปลือกตา เผยเบ้าตาที่ว่างเปล่า
ลูกตาด้านในหายไปจนหมด
มิน่าล่ะเธอถึงหลับตาอยู่ตลอด
“ตาของลูกสาวฉัน…” ซูหวนตกใจมาก
“เธอบูชารูปปั้นเทพเจ้านี้ทุกวัน เพราะต้องการแก้แค้นหานจิ่ง แต่ราคาอยู่ที่ดวงตาของเธอ!” เฝ่ยไป๋ลู่ถอดสร้อยออกจากคอเหม่ยลี่น้อย
รัศมีความชั่วร้ายบนรูปปั้นเทพเจ้าเชื่อมประสานกับเหม่ยลี่น้อยตลอดเวลา มันจึงดูดซับพลังบางอย่างจากตัวเธอ
“แต่สิ่งชั่วร้ายก็คือสิ่งชั่วร้าย ไม่มีความซื่อสัตย์ ดวงตาคู่เดียวจะทำให้มันพอใจได้อย่างไร? เป้าหมายสูงสุดของมันคือชีวิตมนุษย์” น้ำเสียงเฝ่ยไป๋ลู่สุขุมจริงจัง
ทำข้อตกลงกับสิ่งชั่วร้ายประเภทนี้ ทั้งยังใช้พลังของอีกฝ่ายเติมเต็มความปรารถนาให้เป็นจริง
คิดว่าเป็นความร่วมมือทั้งสองฝ่าย ที่ไหนได้เธอไม่รู้เลยว่ามีคนอื่นเอาเคียวเกี่ยวคอตนเองไว้ตลอด
“ไม่! เป็นแบบนี้ได้ยังไง!” ซูหวนนั่งลงบนพื้นสติหลุดลอย แล้วขอร้องอ้อนวอนเฝ่ยไป๋ลู่ “สาวน้อย ในเมื่อคุณรู้เรื่องเหล่านี้ ช่วยชีวิตลูกสาวฉันได้ไหมคะ!”
เลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดคือสัญลักษณ์แห่งความตาย และกลิ่นอายหยินบนศีรษะของเหม่ยลี่น้อยกำลังจะดับมอด เฝ่ยไป๋ลู่เม้มริมฝีปาก สายตาของเธอทั้งจำใจทั้งสงสาร “ฉันช่วยไม่ได้ค่ะ”
“คุณช่วยไม่ได้ แต่คนอื่นต้องช่วยได้สิ!” ซูหวนตกอยู่ในสภาวะโรคจิต
เธอแย่งเอารูปปั้นเทพเจ้าในมือเฝ่ยไป๋ลู่มาแล้วก้มหัวให้มัน “เทพผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิตไม่ได้เหรอ? อย่าเอาชีวิตลูกสาวฉันไปเลย เอาชีวิตฉันแทนชีวิตของเธอเถอะ! ฉันยอมรับได้ไม่ว่ามันจะราคาเท่าไหร่!”
งูน้อยบนข้อมือเฝ่ยไป๋ลู่หงุดหงิดมากจนทนไม่ไหว มันจึงแยกเขี้ยวใส่ซูหวน
ทั้งที่บอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย ยังไปบนบานกับมันอีก!
หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิตงั้นเหรอ?
บางทีมันอาจจะเอาไปทั้งสองชีวิตเลยก็ได้!
โง่จริง ๆ เลย!
“เธอเป็นแค่แม่ผู้สิ้นหวังเท่านั้นเอง” เฝ่ยไป๋ลู่ลูบงูน้อยอย่างปลอบโยน และมองซูหวนอย่างสงบ
หลังจากที่ซูหวนหย่ากับหานจิ่ง ลูกสาวที่ถูกพรากไปคือความหมกมุ่นของเธอ
เพื่อลูกสาว เธอสามารถวางยาพิษตามที่หานจิ่งเตรียมการไว้อย่างเชื่อฟังได้
เพื่อลูกสาว เธอสามารถก้าวออกมาเปิดโปงใบหน้าที่น่าเกลียดของหานจิ่งได้
ลูกสาวคือจุดตายของเธอ ให้แลกชีวิตกัน ย่อมเป็นเรื่องที่เธอสามารถทำได้
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
และคนประเภทนี้ย่อมถูกสิ่งชั่วร้ายมอมเมาได้ง่ายที่สุด บอกให้เดินไปในทางที่ผิด ทำเรื่องชั่วร้ายอย่างไม่มีเหตุผล
ทันใดนั้นค่อย ๆ มีเลือดและน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของเหม่ยลี่น้อย ปากขยับ แต่ไม่ได้พูดคำใดออกมา
ดูเหมือนเฝ่ยไป๋ลู่เข้าใจว่าเธอต้องการจะพูดอะไร “มีฉันอยู่ สิ่งชั่วร้ายนี้ก็ไม่กล้าปรากฏออกมาหรอก และมันจะไม่ได้ยินคำอธิษฐานของแม่หนู”
เมื่อได้ยินแล้ว เหม่ยลี่น้อยก็ถอนใจโล่งอก ใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีรอยย่นนั้นผ่อนคลายลง
ซูหวนสติวิปลาสไปแล้ว เธอพึมพำกับตัวเองและสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระพุทธเจ้า
“ฉันอยากรู้ว่ารูปปั้นเทพเจ้านี้มาได้ยังไง หนูรังเกียจไหมที่จะถูกฉันค้นหาวิญญาณ?” เฝ่ยไป๋ลู่ถามเสียงเบา และบอกเธอถึงผลที่ตามมาของการค้นหาวิญญาณ
การค้นหาวิญญาณสามารถรู้ความทรงจำอีกฝ่ายได้ ทว่ามันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อจิตวิญญาณ อย่างเบาคือวิงเวียนศีรษะไปจนอย่างหนักคือมึนงง
เหม่ยลี่น้อยส่ายหัว เธอไม่รังเกียจ
เธอใกล้จะตายแล้ว ขอเพียงช่วยพี่สาวได้ก็พอ
เธอหวังเพียงว่าพี่สาวจะช่วยแม่ของเธอได้ ทำให้แม่ของเธอไม่ต้องเจ็บปวดมากเกินไป
“ฉันรับปากจ้ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ลูบศีรษะเหม่ยลี่น้อยอย่างปวดใจ
เหม่ยลี่น้อยไม่ขัดขืน เธอปล่อยให้เฝ่ยไป๋ลู่ตรวจสอบความทรงจำของเธออย่างว่าง่าย
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดดวงตาหยินหยาง
สภาวะเกิดนั้นแล ก่อกำเนิดหยินหยาง
หยินหยางนี้แล ที่กำเนิดสี่ลักษณะ*[1]
สัญลักษณ์หยินหยางประกอบขึ้นเป็นทุกอย่างบนโลก เธอครอบครองดวงตาหยินหยางแรกกำเนิด เธอจึงสามารถมองเห็นปราณ หยิน หยาง เห็นโชคชะตา มองเห็นอดีต และล่วงรู้อนาคต
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นภาพจำนวนมากในความทรงจำของเหม่ยลี่น้อย
เหม่ยลี่น้อยที่อาศัยอยู่กับหานจิ่งมีชีวิตอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อ และมักถูกทุบตี ซ้ำยังถูกหานจิ่งขังไว้ในห้อง ไม่อนุญาตให้เธอได้เจอซูหวน
วันหนึ่ง หานจิ่งโมโหมาจากข้างนอก แล้วกลับมาบ้านหลังจากดื่มหนัก ปากก็ด่าทอ และเริ่มมองหาเหม่ยลี่เพื่อระบายอารมณ์
เหม่ยลี่น้อยที่หวาดกลัวซุกตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา
เธอกัดปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียง เพราะกลัวดึงดูดความสนใจของปีศาจตนนี้
ทว่าท้ายที่สุดแล้วหานจิ่งก็ค้นพบเธอ
โครกคราก!
ท้องที่หิวมาสองวันแล้วของเธอส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่ถูกเวลา
เหม่ยลี่น้อยหน้าซีดเผือด มองหานจิ่งที่เดินเขามาหาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายอย่างตื่นตระหนก
เที่ยงคืนวันนั้น เหม่ยลี่น้อยนอนอยู่บนพื้นเหมือนตุ๊กตาผ้าที่ฉีกขาด
มือและเท้าที่คล้ายก้านบัวสีขาวเล็ก ๆ ของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แก้มบวมเป่งเหมือนหมั่นโถว
ในขณะที่หานจิ่งกำลังนอนกรนเสียงดังอยู่บนเตียง
“หนาวจัง ฉันจะตายแล้วใช่ไหม…” เหม่ยลี่น้อยพึมพำกับตัวเอง เรื่องที่เธอจดจำได้นานแล้ว เธอรู้ว่าตัวเองคือจุดอ่อนของแม่ ถ้าเธอตาย แม่คงอยู่ต่อไปไม่ไหว
เธอไม่อยากตาย
อย่างน้อยเธอก็อยากเจอแม่ก่อนตาย…
ร่างที่พร่ามัวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ บนตัวเขาเปล่งแสงสว่างแสบตา ทำให้มองเห็นหน้าเขาได้ไม่ชัดเจน
เสียงของคนผู้นั้นคล้ายทั้งหญิงและชาย “อยากมีชีวิตอยู่ไหม? ฉันจะช่วยเธอ”
[1] อี้คือ สภาวะเกิด ทำให้เกิดหยินหยาง หยินหยางทำให้เกิดสี่ลักษณะหรือสี่ฤดูกาล ที่ทำให้เกิดดีหรือร้าย มงคลหรืออวมงคล เพราะสิ่งเหล่านี้ ทำให้เกิดพฤติการณ์อันยิ่งใหญ่ทั้งหลายในธรรมชาติ