เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 94 สำเร็จแล้ว ๆ กลับแล้วน้า
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 94 สำเร็จแล้ว ๆ กลับแล้วน้า
บทที่ 94 สำเร็จแล้ว ๆ กลับแล้วน้า
“อ้อ” เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา “ถ้าอย่างนั้นคุณคุยกับฉันหลังไมค์แล้วกันค่ะ แล้วค่อยบอกคำขอของคุณมา”
[ผมเป็นนักร้องชื่อลี่ซิงจิน นี่คือรูปถ่ายของผม ผมทัวร์ทั่วประเทศเมื่อสามวันก่อน แต่จู่ ๆ เสียงของผมก็หายไป]
[อาจารย์ ผมอยากให้คุณช่วยทำนายว่าใครที่ใช้มนต์ดำทำร้ายคอของผม]
เฝ่ยไป๋ลู่ค้นหาชื่อของเขา เป็นดาราดังจริง ๆ มิน่าถึงได้ปิดหน้าปิดไว้ซะมิดชิด
สายตาเฝ่ยไป๋ลู่มองระหว่างคิ้วของชายหนุ่มในรูป ทันใดก็เห็นว่ามีประกายของพลังงานสีดำแวบผ่านไป เฝ่ยไป๋ลู่จึงหันมองกล้อง “เรื่องของคุณค่อนข้างร้ายแรง เราคุยกันแบบออฟไลน์เถอะ ฉันจะส่งที่อยู่ให้คุณ”
[นี่เป็นครั้งแรกที่สตรีมเมอร์ขอออฟไลน์ใช่ไหม? เหมือนว่าเรื่องของผู้ที่ได้รับเลือกครั้งนี้จะร้ายแรงมากจริง ๆ นะ!]
[งั้นคุณจะปิดไลฟ์เหรอ?]
[ขอร้องล่ะ ให้พวกเราดูการถ่ายทอดสดแบบออฟไลน์ด้วยได้ไหม! ถ้าไม่มีไลฟ์ของคุณ ฉันจะกินข้าวอร่อยได้ยังไง!]
“เกรงว่าจะไม่ได้ ต้องปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ที่ได้รับเลือกน่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหน้า
ลี่ซิงจินถอนหายใจอย่างโล่งอกภายใต้หน้ากาก
โชคยังดีที่อีกฝ่ายเป็นอาจารย์ที่มีหลักการ ไม่อย่างนั้นหากเรื่องของตัวเขาถูกเปิดเผย คงก่อให้เกิดความวุ่นวายจนยากจะจินตนาการ
ภายในร้านกาแฟ
[คุณเฝ่ย ขออภัยอย่างสูงที่รบกวนคุณ] ลี่ซิงจินถอดหมวกออกพลางโค้งตัวลงเล็กน้อย
ภายใต้เส้นผมสีดำขลับเล็กละเอียดคือใบหน้าสวยงาม คิ้วที่งดงาม จมูกตรง และสันกรามที่สวยงามเลิศล้ำ
เขาไม่มีเสียงแล้วจึงทำได้แค่ใช้โทรศัพท์สื่อสารกับเฝ่ยไป๋ลู่ [อิงเจ๋อแนะนำคุณให้กับผม บอกว่าคุณอาจจะให้คำแนะนำผมได้]
อิงเจ๋อ? ดาราตัวท็อปที่เป็นโรคซึมเศร้าน่ะเหรอ?
ที่แท้ก็เป็นเพื่อนร่วมวงการเดียวกันนี่เอง หน้าตาถึงได้ดูดีขนาดนี้
เฝ่ยไป๋ลู่เข้าใจชัดเจนแล้ว เธอชงชาแล้วยกน้ำชาขึ้นจิบให้ชุ่มคอ เวลาเดียวกันก็เทให้ลี่ซิงจิน “มาเจอกันตอนเที่ยงแบบนี้ ดื่มชาก่อนเถอะค่ะ”
[ขอบคุณ] ลี่ซิงจินก้มหัวลงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาแตะ ๆ ที่ปาก แต่เฝ่ยไป๋ลู่รู้ว่าเขาไม่ได้ดื่ม
หลังจากลำคอเกิดปัญหา เขาก็ระแวงทุกอย่างที่เอาเข้าปาก
เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่ได้สนใจ “เล่าเรื่องของคุณมาสิ”
ลี่ซิงจินหลุบตาลง ปกปิดอารมณ์มืดมนภายใน [ผมอยากให้คุณช่วยทำนายว่าใครที่ใช้มนต์ดำทำลายคอผม]
ทีมงานรีบพาเขาไปพบหมอ แต่ก็ไม่มีประโยชน์
เพราะว่าคอของเขาถูกคนใช้มนต์ดำทำลาย
[วันนั้นหลังเสร็จงานแล้ว ผมนั่งพักผ่อนอยู่ในรถบ้าน ช่วงที่สะลึมสะลือก็เห็นคนตัวเท่านิ้วโป้งกระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงของมันเล็กแหลมจนแสบแก้วหู มันพูดว่า…]
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับอ่านสิ่งที่ลี่ซิงจินเขียนต่อไป
……
หลังจากถ่ายโฆษณาจนอดหลับอดนอน ก็เป็นเวลาใกล้หกโมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หยินหยางสัมพันธ์กัน
พี่หงผู้จัดการส่วนตัวหาวหวอด ก่อนจะหันมาเร่งให้ลี่ซิงจินไปพักผ่อนให้เต็มที่ “ฉันจะให้คนส่งอาหารเช้ากับกลางวันมาให้ ถ้านายหิวจะได้กินเลย”
“อืม พวกพี่ก็พักผ่อนไว ๆ นะครับ” ลี่ซิงจินกดนวดหว่างคิ้ว ในเวลาเดียวกันก็เดินกลับไปที่รถบ้านเพื่อนอนหลับ
และตอนที่เขากำลังง่วงงุนใกล้จะหลับนั้นเอง คนขนาดเท่านิ้วโป้งพลันปรากฏตัวขึ้น ทั้งห้องเหมือนถูกดูดเข้าสู่ค่ำคืนอันเป็นนิรันดร์ มันมืดครึ้มและน่าสะพรึงกลัว
คนตัวจิ๋ว ดวงตาเหมือนเมล็ดข้าว แก้มสีเหลืองมีวงสีแดงทั้งสองข้าง ปากเป็นเส้นตรงไม่มีความโค้ง
ร่างเล็ก ๆ ของมันทะลุผ่านกระจกหน้าต่างและลอยอยู่ในอากาศ
เมื่อเห็นภาพที่ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์นี้ เหงื่อเย็นก็ออกทั่วตัวของลี่ซิงจิน
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ “นี่คุณคือตัวอะไร? ฉันกำลังฝันร้ายอยู่ใช่ไหม?”
ริมฝีปากของคนตัวจิ๋วเท่านิ้วโป้งโค้งแปลก ๆ ก่อนจะใช้นิ้วลากไปบนคอของลี่ซิงจิน
หัวใจของลี่ซิงจินราวกับถูกแมงป่องต่อย เขารู้สึกชาไปทั้งตัว
จากนั้นลี่ซิงจินก็ทำได้แค่มองคนตัวจิ๋วดึงลูกบอลที่ส่องแสงสว่างออกไปจากตัวเขา
คนตัวจิ๋วราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรด ถือลูกบอลส่องแสงไว้ในมือแล้วโยนไปรอบ ๆ
น้ำเสียงของมันใสกังวาน มันหัวเราะเสียงดังแบบตัวร้าย “สำเร็จแล้ว ๆ กลับแล้วน้า~”
พูดจบ หมอกสีดำก็ระเบิด พลันคนตัวจิ๋วก็หายไปในอากาศ
แล้วลี่ซิงจินก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ใบหน้าเขาขาวซีด และเสื้อผ้าบนตัวก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น
เขาคิดจะเรียกหาใครสักคน แต่กลับพบว่าไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
ส่งเสียงไม่ได้ สำหรับนักร้องที่กำลังจะเริ่มออนทัวร์ทั่วประเทศถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก!
ลี่ซิงจินทรุดนั่ง เขาตระหนักได้ทันใดว่า คนตัวจิ๋วนั่นมีตัวตนอยู่จริง ๆ ไม่ใช่ฝัน
มีคนใช้ของประเภทนี้ทำร้ายเขา!
สิ่งต่าง ๆ จำพวกเทพเจ้าและผีนั้นแปลกประหลาดเกินไปจริง ๆ เขาจึงหอบหิ้วความหวังสุดท้ายมาหาเฝ่ยไป๋ลู่ตามคำแนะนำของอิงเจ๋อ
[คุณเฝ่ย คนตัวจิ๋วนั่นเป็นผีน้อยที่คนอื่นเลี้ยงดูใช่ไหม?] ใต้ตาลี่ซิงจินเป็นปื้นดำคล้ำ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นเขาก็นอนไม่หลับมาสักพักแล้ว
เขาทำงานในวงการบันเทิงมาหลายปี รู้ว่ามีเพื่อนร่วมวงการไม่น้อยใช้วิธีที่ผิดปกติต่าง ๆ อย่างการเลี้ยงผี ใช้ทางลัดเปลี่ยนแปลงสถานะของตัวเอง เสริมความโด่งดัง
ทว่าตัวเขา แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยแตะต้องของพวกนี้ ทั้งยังห้ามไม่ให้คนของเขาทำเรื่องลึกลับพวกนี้เด็ดขาดด้วย
ลี่ซิงจินไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะโดนผีน้อยที่คนอื่นเลี้ยงไว้ทำร้าย!
เฝ่ยไป๋ลู่ฟังคำอธิบายคนตัวจิ๋วเท่านิ้วโป้งของลี่ซิงจินแล้วก็เกิดความคิด
เธอหยิบแผ่นยันต์ร่างคนตัวจิ๋วใบเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า
จากนั้นแผ่นยันต์สีเหลืองก็ถูกเผาไหม้จนประกอบเป็นรูปร่าง
แผ่นยันต์คนตัวจิ๋วนี้มีมือมีเท้า ส่วนใบหน้าว่างเปล่าและพร่าเลือน
ลี่ซิงจินมองดู และไม่รู้ว่าเฝ่ยไป๋ลู่หยิบพู่กันออกมาจากที่ไหน
เห็นได้ชัดว่าปลายพู่กันไม่ได้เปื้อนอะไร แต่กลับสามารถวาดรอยของคนตัวจิ๋วลงบนแผ่นยันต์ได้ อีกทั้งยังมีสีที่แตกต่างกัน
ตาโตเท่าเมล็ดข้าว
เส้นสีดำของปาก
วงแก้มสีแดงและอวบอ้วน
นี่มัน!
นี่คือคนตัวจิ๋วเท่านิวโป้งที่ทำให้เสียงเขาหายไปไม่ใช่เหรอ?
ลี่ซิงจินตัวสั่น มองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างตกใจ
ความหวาดกลัวชายชัดในดวงตาของเขา
คนที่อิงเจ๋อแนะนำให้เขา เป็นคนดีหรือชั่วกันแน่?
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดเขียนแล้วเป่ายันต์รูปคนจิ๋ว
ลักษณะที่อ่อนนุ่มของยันต์คนจิ๋วดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา ท่าทางของมันคล่องแคล่วว่องไวทันที
มันขดริมฝีปาก กะพริบดวงตาเล็ก ๆ มองลี่ซิงจิน แล้วส่งเสียงออกมาเหมือนเด็กเล็ก ๆ “สำเร็จแล้ว ๆ กลับแล้วน้า~”
ลี่ซิงจินผุดลุกขึ้นดัง ‘พรึบ!’ พลางมองไปเฝ่ยไป๋ลู่อย่างระแวดระวัง
รูปร่างหน้าตา การเคลื่อนไหวและคำพูดของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เหมือนกับคนตัวจิ๋วเท่านิ้วโป้งตัวนั้นทุกประการ!
เฝ่ยไป๋ลู่คือใครกันแน่?
มีความสัมพันธ์กับคนที่ทำร้ายเขายังไง?
“ไม่ต้องกังวล ท่าทางคล้ายกัน แต่ทำร้ายใครไม่ได้” เฝ่ยไป๋ลู่โบกมือแล้วยันต์คนตัวจิ๋วก็กระโดดมายังกลางฝ่ามือเธออย่างว่าง่าย ก่อนจะกลับกลายเป็นกระดาษแผ่นบาง ๆ ดังเดิม
ลี่ซิงจินรออยู่สักพัก ครั้นเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความระแวดระวังในใจก็หายไปครึ่งหนึ่ง
มันก็ถูก ยันต์กระดาษรูปคนของเฝ่ยไป๋ลู่ถึงจะเหมือนมาก แต่ไม่มีกลิ่นอายชั่วร้ายและน่ากลัว เสียงพูดก็เป็นเครื่องจักรและแข็งทื่อมาก มีความแตกต่างพื้นฐานจากมนุษย์จิ๋วตัวเท่านิ้วโป้งที่เขาเจอตอนนั้น
นอกจากนี้เฝ่ยไป๋ลู่ยังมีบุคลิกตรงไปตรงมา ไม่เหมือนคนเลว
ตัวของลี่ซิงจินรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขานั่งลงบนโซฟาอีกรอบและขอร้องเฝ่ยไป๋ลู่ [คุณเฝ่ย ในเมื่อคุณก็รู้วิชานี้ ช่วยตามหาเสียงผมกลับมาได้หรือเปล่า?]
เดิมทีคำขอของเขาคือให้เฝ่ยไป๋ลู่ทำนายดวงชะตา ตามหาคนที่ทำร้ายเขา เขาจะได้แก้แค้นคืนอย่างสาสม
แต่หลังจากเห็นความสามารถของเฝ่ยไป๋ลู่แล้ว ลี่ซิงจินก็เปลี่ยนความคิดทันที อาจารย์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่แน่อาจฟื้นฟูให้เสียงของเขากลับคืนสู่สภาพเดิมได้!
เฝ่ยไป๋ลู่มองพลังสีดำบนศีรษะของชายหนุ่มที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยบุญกุศล นี่เป็นคุณธรรมที่เขาสะสมมาตลอดหลายปีจากการกุศลช่วยเหลือนักเรียนในพื้นที่ยากจน
เธอจึงไม่ได้ตอบปฏิเสธ