เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 96 ใครทำฉันขุ่นเคือง
บทที่ 96 ใครทำฉันขุ่นเคือง ฉันจะคืนกลับไปร้อยเท่า
เหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งขัดขวางการลงมือของเฝ่ยไป๋ลู่ เจตนาเพื่อปล่อยให้ลี่ฉิวโจมตีลี่ซิงจินได้
อีกเหรียญโจมตีใส่ด้านหน้าเฝ่ยไป๋ลู่โดยตรง
พลังนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เฝ่ยไป๋ลู่ถึงแก่ชีวิต แต่ต้องการทำให้เธอได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ!
หางตาและปลายคิ้วของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชาทันที
ดีจริงจริ๊ง! จิตใจคับแคบ หลงระเริงในการทำชั่วอย่างเต็มที่ ช่างคู่ควรกับเสื้อคลุมลัทธิเต๋าที่เขาสวมจริง ๆ!
ทันใดเสียง ‘พรึบ’ ดังขึ้น พลันเหรียญทองแดงโดนมือของลี่ฉิวอย่างแม่นยำ เขากรีดร้องอย่างเจ็บปวด ร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นอัมพาตไปแล้ว
ส่วนเหรียญทองแดงอีกเหรียญนั้น…
เฝ่ยไป๋ลู่สกัดไว้ด้วยปลายนิ้ว จากนั้นเหรียญทองแดงก็เปลี่ยนทิศทางอย่างน่าประหลาด
บนตัวเหรียญถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณที่แข็งแกร่งกว่าตอนแรกร้อยเท่า มันทะยานแหวกอากาศไปทางอาจารย์หานพร้อมกับความเย็นยะเยือก
“อาจารย์ ระวัง!” นักพรตเต๋าน้อยอุทานอย่างตกใจ
หานซานชิ่งยกมือขึ้นสกัดตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้นเหรียญทองแดงก็เปลี่ยนเป็นหลายร้อยเหรียญ ไม่สามารแยกได้ว่าอันไหนคือเหรียญจริง อีกทั้งทุกเหรียญล้วนแต่มีพลังโจมตี
เหรียญทองแดงเหล่านี้รวดเร็วมากจนตอบสนองกลับไม่ทัน ท่ามกลางอาการตาลายและมึนงง เหรียญทองแดงฟาดใส่หน้า แขนและหน้าอกของหายซานชิ่ง เขาเจ็บปวดจนชา
ครั้นโดนการโจมตีครั้งสุดท้าย เขาก็กระเด็นออกไปหนึ่งเมตร
“แค่ก ๆ!” หานซานชิ่งกุมหน้าอก มองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสีหน้าสับสนระคนอับอาย “เธอชื่ออะไร? ทำไมถึงมีพลังแข็งแกร่งทั้งที่อายุยังน้อยแบบนี้ได้?”
กระบวนท่าเมื่อครู่ เขาไม่สามารถโต้กลับได้เลย ซึ่งก็มากพอแล้วที่จะมองออกว่าพลังของเฝ่ยไป๋ลู่เหนือกว่าเขามาก
ถ้าเขารู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังขนาดนี้ เขาจะแค่พูดแต่ไม่ทำอะไรทั้งนั้น!
เฝ่ยไป๋ลู่ยกปลายนิ้วขึ้น พลันเหรียญทองแดงสองเหรียญก็กลับคืนสู่ฝ่ามือของเธอ
หญิงสาวหันไปเผชิญหน้ากับเหล่านักพรตเต๋าน้อยที่มีสายตาตื่นตระหนก แล้วเดินไปหาหานซานชิ่ง
และทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน เหล่านักพรตเต๋าน้อยก็จะเผลอถอยหลังหนึ่งก้าวอยู่เรื่อย
จนถึงขั้นที่เหล่านักพรตน้อยกอดกันกลมเหมือนกับนกกระทา ไม่กล้าเดินเข้าไปช่วยประคองหานซานชิ่ง
“ใครไม่ทำให้ฉันขุ่นเคือง ฉันก็จะไม่รุกราน ใครทำฉันขุ่นเคือง ฉันจะคืนกลับไปร้อยเท่า! นักพรตเต๋าเป็นคุณที่เริ่มก่อน อย่าได้มาตำหนิว่าฉันไม่เคารพผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก”
เฝ่ยไป๋ลู่วางเหรียญทองแดงสองเหรียญตรงหน้าหานซานชิ่ง “คืนให้เจ้าของ ครั้งต่อไปก็ระวังด้วย”
น้ำเสียงเธอยังคงสงบเช่นเดิม แต่ครั้งนี้กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยือกอย่างไม่มีสาเหตุ
“ฉันจำเธอไว้แล้ว!” หานซานชิ่งกัดฟันแน่น จารึกหน้าตาของเฝ่ยไป๋ลู่ไว้ในใจ
เขาปีนลุกขึ้นอย่างอับอาย ไม่แม้แต่จะเหลือบแลเหรียญทองแดงสองเหรียญนั่น พอลุกได้ก็เดินกะเผลกออกไปทันที
ลี่ฉิวกุมมือที่ปวดชา ร่างกายพิการแต่จิตใจยังเข็มแข็ง เขาเรียกรั้งหานซานชิ่งไว้ “อาจารย์หาน! อาจารย์หาน! อย่าเพิ่งไป!”
ถ้าคุณไปแล้ว ใครจะมาจัดการลี่ซิงจินและผู้หญิงชั่วร้ายคนนี้ให้ผมล่ะ?
หานซานชิ่งจ้องมองเขาอย่างรังเกียจ
อย่าไป? จะให้อยู่ขายหน้าต่อหรือยังไงล่ะ?
ตระกูลลี่เก่งมาก ต่อไปอย่าคิดว่าเขาจะยื่นมือช่วยเหลืออีก!
จะให้เงินอีกเท่าไหร่ ก็ไม่ช่วยเด็ดขาด!
ลี่ซิงจินมองเฝ่ยไป๋ลู่ที่เอาชนะหานซานชิ่งได้อย่างง่ายดาย ก็รู้สึกเบาใจขึ้น
ในเวลาเดียวกันก็เข้าใจความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเฝ่ยไป๋ลู่มากขึ้นอีกขั้น!
มีอาจารย์เช่นนี้คอยช่วยเหลือ เขาย่อมมีโอกาสกลับมามีเสียงอีกครั้งใช่ไหม? ลี่ซิงจินลูบคอ ดวงตาค่อย ๆ ฉายประกายแห่งความหวัง
“คุณ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะเก่งกว่าอาจารย์ของพวกเรา!” เหล่านักพรตเต๋าน้อยที่ถูกหานซานชิ่งทิ้งไว้มองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างประหลาดใจ
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางพวกเขาแล้วถาม “อาจารย์หานของพวกเธอรับปากคำขออะไรของตระกูลลี่?”
นักพรตเต๋าน้อยมองหน้ากันแล้วกระซิบกระซาบ
นักพรตเต๋าน้อยหน้ากลมที่มีอายุมากที่สุดลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญ แล้วพูดออกมาว่า “ถ้าพวกเราบอกคุณ คุณรับเราเป็นลูกศิษย์ได้ไหม?”
เมื่อลี่ฉิวกลับมาแล้วได้ยินพวกนักพรตเต๋าน้อยร้องขอให้เฝ่ยไป๋ลู่รับเป็นศิษย์ เขาก็โกรธขึ้นมาทันที “เป็นอาจารย์หนึ่งวันเปรียบดั่งบิดาชั่วชีวิต พวกท่านเป็นศิษย์ของอาจารย์หาน แล้วจะเปลี่ยนเป็นลูกศิษย์ของคนอื่นได้ยังไง!”
นักพรตเต๋าน้อยพวกนี้ไม่ต่างจากคนทรยศ ไม่เคารพครูบาอาจารย์ อกตัญญูต่อพ่อแม่!
ลี่ฉิวโกรธมาก!
นักพรตเต๋าน้อยหน้ากลมได้ยินแล้ว ก็โกรธยิ่งกว่า “เราไม่ได้เรียนรู้อะไรกับอาจารย์หานเลย! เขาให้เราสวดพระสูตรทั้งวัน ตีฆ้อง ตีกลอง และให้เงินที่ได้จากการทำพิธีกรรมกับพวกเรา แต่นั่นก็เป็นแค่เศษเงินเท่านั้น!”
นักพรตเต๋าน้อยคนอื่น ๆ พากันตอบรับ บางคนถึงกับปาดน้ำตาแล้ว
“แล้วดูตอนนี้ เขาทิ้งพวกเราไว้ที่นี่ คนแบบนี้เป็นอาจารย์ได้เหรอ?”
“เราไม่ต้องการอาจารย์แบบนี้! นับจากวันนี้ไป เขาไม่ใช่อาจารย์ของพวกเราอีกแล้ว!”
“พวกเราต้องการกราบไหว้หญิงสาวคนนี้เป็นอาจารย์!”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม นักพรตเต๋าน้อยเหล่านี้ยังไม่ได้เข้าสู่ลัทธิเต๋า และยังไม่ได้เรียนรู้ทักษะที่แท้จริงใด ๆ แต่กลับสามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์แล้ว
คิดว่าเธอจิตใจอ่อนโยน คุยง่ายงั้นเหรอ?
ผิดถนัดแล้ว!
นักพรตเต๋าน้อยหน้ากลมมองเฝ่ยไป๋ลู่ พลันก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัวอย่างอธิบายไม่ถูก
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว “ฉันไม่รับพวกเธอเป็นศิษย์หรอก”
ทันใดงูน้อยบนข้อมือของเธอส่ายหางอย่างทนไม่ไหว
ใครบ้างที่ไม่ต้องเริ่มจากการสั่งสมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะ?!
ถึงแม้ว่าเจ้าของมันจะมีพรสวรรค์สูงมาก มีความสามารถโดดเด่น แต่ก็ต้องฝึกฝนทุกวันไม่มีหยุด สร้างยันต์ ร่ำเรียน ต้องนั่งอยู่ตลอดหลายชั่วโมง
นักพรตเต๋าน้อยไม่ยอมแพ้และคำนับเฝ่ยไป๋ลู่ “ขอเพียงคุณรับพวกเราเป็นศิษย์ พวกเราจะบอกทุกอย่างที่รู้กับคุณ! ไม่อย่างนั้นเราจะขอคุกเข่าโดยไม่ลุก!”
“พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาเจรจากับฉัน” ปากของเฝ่ยไป่ลู่แย้มยิ้ม ทว่ากลับเป็นยิ้มที่ไม่ถึงตา “ถึงพวกเธอไม่บอก ฉันก็สามารถใช้วิธีอื่นง้างปากพวกเธอได้”
เมื่อนึกถึงวิธีของเฝ่ยไป๋ลู่ นักพรตน้อยหน้ากลมก็หน้าซีดเผือด ตกใจมา พลันมีท่าทางอ่อนลงทันที “ฉันพูดแล้ว! ฉันพูดแล้ว!”
นักพรตน้อยหน้ากลมชี้ไปที่ลี่ฉิว “คนคนนี้เสนอเงินห้าล้าน ขอให้อาจารย์ดำเนินการ เขาบอกว่ามีผีเด็กอยู่ในตัวลี่ซิงจิน ให้พวกเรามาจัดพิธีศพที่บ้านตระกูลลี่เพื่อส่งผีเด็ก”
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางลี่ฉิว
ทำไมเขาถึงแน่ใจว่าบนตัวลี่ซิงจินมีผีเด็กล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้นปฏิกิริยาแรกไม่ใช่ให้คนมาจับและขับไล่ผีเด็ก แต่กลับเป็นให้ทำพิธีศพส่งผีเด็ก?
เห็นได้ชัดว่าคนตัวจิ๋วเท่านิ้วโป้งนั่นเป็นยันต์กระดาษ เรื่องที่เขาเชิญอาจารย์มาทำพิธีจริง ๆ แล้วอยากจะส่งอะไรกันแน่?
ตอนนี้ลี่ฉิวถูกจ้องมองจนรู้สึกร้อนตัว
เขาตบโต๊ะอย่างเดือดดาล พูดกับลี่ซิงจินด้วยท่าทีดุร้ายแต่ในใจขลาดกลัว “ฉันเป็นพ่อของแก ฉันไม่มีทางทำร้ายแก ฉันเชิญอาจารย์หานมาก็เพราะอยากจะช่วยแกส่งผีเด็กนั่นไป!”
สายตาของลี่ซิงจินเผยความสงสัย
ลี่ฉิวจะใจดีขนาดนี้เลยเหรอ?
พลันลี่ซิงจินก็คิดถึงสิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่บอกเขาเมื่อวาน ‘อย่าไว้ใจคนรอบข้าง’ พลันชายหนุ่มก็กระตุกริมฝีปากอย่างเย้ยหยัน
หากลี่ฉิวมีจิตใจที่ดีขนาดนั้นจริง เขาก็คงไม่ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องที่เป็นเท็จอยู่ตลอด แล้วก็คงไม่โกรธจนอยากจะใช้ไม้กลองตีเขาแบบเมื่อครู่
เขามองเข้าไปในดวงตาของลี่ฉิว …ช่างไม่น่าไว้ใจ
เมื่ออำนาจของผู้เป็นพ่อถูกยั่วยุ ลี่ฉิวพลันโกรธจนอยากจะตบลี่ซิงจินสักฉาด แต่เวลานี้เองโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรมา ลี่ฉิวก็ส่งเสียงจิ๊ปาก ‘ทำไมต้องโทรมาตอนนี้วะ?’
เขาเลื่อนนิ้วไปที่ปุ่มตัดสาย…
ตอนนั้นเอง เฝ่ยไป๋ลู่ก็พูด “อย่าวาง รับสายซะ”
ทันใดภาพเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น
ดวงตาลี่ฉิวเบิกกว้าง เขาเห็นมือของตัวเองเลื่อนลงอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วกดรับสาย
“เรื่องเป็นยังไงบ้าง?” เสียงคมชัดของชายหนุ่มดังลอดออกมา
ใบหน้าของลี่ฉิวเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างยิ่ง
อย่ารับ! รีบตัดสายเร็ว!
เขากำลังถูกควบคุม!
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถพูดในสิ่งที่ต้องการจะพูดได้ ตอนนี้ปากของเขาพูดออกไปว่า “ทุกอย่างราบรื่นดี”
นักพรตเต๋าน้อยหน้ากลมตกใจกับท่าทางแปลก ๆ ของลี่ฉิวจนหายใจหอบ
ชายที่อยู่ปลายสายหยุดชะงักไปชั่วขณะ
และวินาทีต่อมา ‘ปี๊บ!’ สายก็วางไป
นักพรตเต๋าน้อยรู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เขารีบปิดปากแน่น น้ำตาไหลอาบหน้า “ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจเขา เธอมองไปที่พ่อลูกตระกูลลี่ด้วยความสนใจ
“ลี่ซิงจิน คุณรู้สึกว่าเสียงชายคนเมื่อครู่คุ้นหูหรือเปล่า?”
ท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้นของลี่ฉิวเริ่มเกร็งแน่นขึ้นมาอีกครั้ง เขามองไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างโหดร้าย
เฝ่ยไป๋ลู่สบตาเขาแล้วยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก “เสียงของชายคนเมื่อกี้ ฟังแวบเดียวก็รู้ได้ว่าเหมือนกับเสียงของลี่ซิงจินมาก คุณลี่ไม่อยากอธิบายบ้างเหรอ?”
ลี่ซิงจินรู้สึกสับสน ชายที่อยู่ปลายสายพูดแค่ประโยคเดียว เขายังแยกแยะไม่ออกเลย
แต่เฝ่ยไป๋ลู่บอกว่าเหมือน ถ้าอย่างนั้นมันจะต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ ๆ!
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากของลี่ฉิว “เธอฟังผิดแล้ว! ถ้าพูดเหลวไหลอีก ระวังเถอะฉันจะตีเธอ!”
เขาตื่นตระหนกจนหาทางออกไม่ได้ แล้วเสียงของเฝ่ยไป๋ลู่ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “คุณเคยทำศัลยกรรมสินะ?”
ลี่ฉิวหันศีรษะมามองเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับเห็นผี ผู้หญิงคนนี้รู้ทุกอย่างได้ยังไง?
แต่…การทำศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องน่าอาย
เขาเองก็ไม่ได้ปิดบังหรือหลบซ่อน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ชั่วร้ายว่า “แล้วยังไง? หรือว่าบ้านเธอเปิดคลินิกศัลยกรรมเลยไม่อนุญาตให้ฉันทำ?”
ช่วงเวลานี้ ลี่ซิงจินช็อกมากเมื่อได้ยินลี่ฉิวยอมรับ
ก็ดี ๆ อยู่แล้ว ทำไมผู้ชายที่โตแล้วถึงต้องทำศัลยกรรม? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในใจของเขา