เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 95 อาจารย์หาน เชิญท่านลงมือได้เลย
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 95 อาจารย์หาน เชิญท่านลงมือได้เลย
บทที่ 95 อาจารย์หาน เชิญท่านลงมือได้เลย
วันรุ่งขึ้น เฝ่ยไป๋ลู่มายังบ้านของลี่ซิงจินตามที่อยู่ที่เขาให้ไว้
ลี่ซิงจินรออยู่หน้าประตูตั้งแต่เช้าแล้ว พอเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ก็รีบมาต้อนรับทันที
“นี่คืออาจารย์ที่แกพูดถึงเหรอ?” ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังลี่ซิงจินมองเฝ่ยไป๋ลู่หัวจรดเท้า ในดวงตาแคบยาวปรากฏสายตาที่ทำให้รู้สึกอึดอัด “ไม่ใช่พวกหลอกลวงใช่ไหม?”
ลี่ซิงจินท่าทางไม่พอใจอย่างมาก แล้วพิมพ์ว่า [คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง?]
“เอาเลย ๆ ฉันพูดไม่ได้แล้ว แกมันเป็นดาราใหญ่ แกพูดได้มากที่สุดอยู่แล้ว ฉันจะไม่อยู่ที่นี่ขวางสายตาแกอีก” ลี่ฉิวเดินตามออกมาเพื่อมาพบกับอาจารย์ที่ลี่ซิงจินบอกว่าสามารถช่วยเขาได้
ครั้นแล้วก็เห็นคนที่มาเป็นเด็กสาวอายุน้อย ความกังวลที่มีอยู่ในใจก็ผ่อนคลายลงในพริบตา
เดิมนึกว่าอาจารย์ที่ลี่ซิงจินติดต่อจะเป็นอาจารย์ที่เก่งมากจริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง
ผู้หญิงแบบนี้จะเก่งได้ยังไง?
ลี่ฉิวเหลือบมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างดูหมิ่นแล้วหันหลังกลับเข้าบ้านไป
ท่าทีของลี่ฉิวทำให้ใบหน้าของลี่ซิงจินหม่นหมอง
ทว่าบนหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่กลับปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ เธอแสร้งทำเป็นสบาย ๆ แล้วถามว่า “คุณบอกคนในครอบครัวของคุณถึงการมาของฉันหรือเปล่า?”
ความสัมพันธ์พ่อลูกตระกูลลี่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่ก็ดีที่ยังยอมให้ลี่ซิงจินสามารถพูดอะไรได้บ้าง…
ลี่ซิงจินมีท่าทางอธิบายลำบาก [วันนี้มีอาจารย์มาที่บ้านของผม ผมไม่เชื่อเขา เลยทิ้งเขาออกมาหาคุณ…]
อาจารย์คนนั้นได้รับการติดต่อจากลี่ฉิว
โดยที่เขาไม่รู้มาก่อนเลย
เช้านี้เขาถูกปลุกด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวก พอตื่นขึ้นมาก็เห็นลี่ฉิวกำลังสั่งให้คนขนย้ายข้าวของเข้ามาในห้องนั่งเล่น แล้วตกแต่งบ้านให้เหมือนห้องโถงไว้ทุกข์
เมื่อลี่ฉิวเห็นเขาก็พูดว่า “ดาราใหญ่ตื่นแล้วเหรอ ฉันหาอาจารย์มาให้แกแล้ว เขาบอกว่า แกเป็นแบบนี้เพราะถูกผีสิง สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำพิธี”
จากชื่อที่เรียก ทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์พ่อลูกตระกูลลี่ไม่สนิทกัน
ลี่ซิงจินปฏิเสธที่จะพบกับอาจารย์คนนั้น แล้วออกมาหาเฝ่ยไป๋ลู่
ผลลัพธ์คือ ลี่ฉิวตามเขามาเจอเฝ่ยไป๋ลู่ด้าย ครั้นพอเห็นก็ทำท่าทางดูหมิ่นใส่ ลี่ฉิวมีท่าทีเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เคารพคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
ลี่ซิงจินมองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่อย่างขออภัย
เฝ่ยไป๋ลู่เข้าไป๋ตู้อ่านชีวิตลี่ซิงจินระหว่างมาที่นี่
ก่อนเขาจะมีชื่อเสียง ฐานะของตระกูลลี่ไม่ค่อยจะดีนัก ลี่ฉิวเห็นครอบครัวยากจนขัดสนก็หนีไป ไม่ได้กลับบ้านมาสิบกว่าปี ทั้งยังไม่เคยส่งเงินกลับมาด้วย
คุณแม่ลี่จึงต้องทำงานหนัก กระทั่งเธอล้มป่วย ลี่ซิงจินจึงลาออกจากโรงเรียนมาร้องเพลงหาเงินในบาร์ ต่อมาถูกแมวมองค้นพบและเขาก็เซ็นสัญญากับบริษัทปัจจุบัน
กงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุน…
ทว่า…หลังจากลี่ซิงจินมีชื่อเสียงและทำเงินได้มาก คุณแม่ลี่กลับป่วยหนักและเสียชีวิต
ลี่ฉิวที่ทิ้งครอบครัวไปนานหลายปีก็กลับมาหาถึงบ้าน แล้วชุบมือเปิบตักตวงทุกอย่าง
ความสัมพันธ์ของพ่อลูกตระกูลลี่ซับซ้อน ลี่ซิงจินจึงไม่อยากพูดอะไรกับคนนอกมากนัก เฝ่ยไป๋ลู่เองก็ไม่ได้ถามมากเช่นกัน
เธอมองไปยังพลังงานสีดำเหนือศีรษะลี่ซิงจินที่เริ่มเปลี่ยนเป็นหนาทึบ เฝ่ยไป๋ลู่เม้มริมฝีปาก “ไปกันเถอะ ไปดูว่าอาจารย์ท่านนั้นที่ถูกเชิญมามีความสามารถอะไร”
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่เข้ามาในห้อง เธอก็เห็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่ถูกจัดไว้ในห้องนั่งเล่น มีการจัดโต๊ะบูชาเล็ก ๆ ด้านหลังแขวนรูปแผนภูมิเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ มีเทียนสีแดงรูปดอกบัวจุดอยู่บนโต๊ะ
ขณะนี้ลี่ฉิวกำลังพูดกับนักพรตลัทธิเต๋าสูงวัยด้วยท่าทางเคารพ
ด้านหลังนักพรตเต๋ามีนักพรตเต๋าน้อยอีกหลายคนยืนอยู่ ในมือแต่ละคนถือเครื่องมือต่าง ๆ ไว้
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองก็รู้ว่าพวกเขามีหน้าที่ตีฆ้อง ตีกลอง ตีบาตรทองและการทำนาย หน้าที่แตกต่างกันไป
ตำแหน่งพวกนี้มัน…
ถ้าหากวางโลงศพลงเข้าไป ก็กลายเป็นพิธีศพโดยสมบูรณ์แล้ว
มุมปากเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก สิ่งนี้ไม่น่าไว้ใจเกินไป…
ลี่ฉิวแสร้งทำเป็นไม่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ เขาแนะนำนักพรตเต๋าที่อยู่ข้าง ๆ กับลี่ซิงจิน “นี่คืออาจารย์หานซานชิ่งที่ฉันจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเชิญมาจากวัดอี้หยวน…”
ลี่ซิงจินไม่ไหวติง เขาเพียงหันมาเชิญให้เฝ่ยไป๋ลู่นั่งลงและชงชาให้เธอ
ลี่ฉิวลดเสียงลง “ถึงแม้ความสัมพันธ์ของพวกเราจะไม่ดี แต่ดีร้ายยังไงแกก็คือลูกชายของฉัน ฉันไม่มีทางทำร้ายแก…”
สีหน้าของลี่ซิงจินเย็นชามากขึ้น
หากไม่ใช่เพราะไม่มีเสียง เขาคงจะตอบกลับไปว่าเขาไม่ต้องการความเมตตาจอมปลอมของอีกฝ่าย
ครั้นเห็นว่าลี่ซิงจินยังคงดื้อด้าน ความอดทนของลี่ฉิวก็ถึงขีดสุด
เขาส่งเสียง “เฮอะ” อย่างเย็นชา และมองตรงไปยังนักพรตเต๋า “อาจารย์หาน เชิญท่านลงมือได้เลยครับ”
เขาเป็นพ่อ
ลี่ซิงจินจะไม่ฟังเขาได้เหรอ?
หานซานชิ่งหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ไม่ตอบรับคำพูดของลี่ฉิว เขาหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ “เธอคือเด็กน้อยสำนักไหน? เรื่องนี้ฉันรับทำแล้ว เชิญเธอกลับไปเถอะ”
คนที่อยู่บนเส้นทางเต๋าเหมือนกัน ย่อมมองออกจากปราณบนตัว
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลลี่เชิญเขาแล้ว จะยังเรียกคนอื่นมาอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลลี่ให้เงินเขามากขนาดนี้ เขาคงจากไปนานแล้ว
หนึ่งเรื่องมีสองเจ้าของไม่ได้ และความภาคภูมิใจในตัวเองไม่ก็อนุญาตให้เขาถอนตัว ทำได้เพียงให้แม่สาวน้อยคนนี้กลับไป
“เหยื่อคือลี่ซิงจิน ฉันคือคนที่ลี่ซิงจินเชิญมา คนที่ควรจากไปควรจะเป็นคุณหรือเปล่าคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มบาง พลังปราณของเธอเหนือกว่านักพรตเต๋าเฒ่า
กลับกันพวกความสามารถครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างนักพรตเต๋าเฒ่า หากทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าจะทำร้ายทั้งตัวเองและคนอื่น
กลับไปที่วัดเต๋าแล้วฝึกฝนอีกสองสามปีเถอะ!
เมื่อหานซานชิ่งได้ยินคำพูดที่ไม่เกรงใจกันเช่นนี้ ใบหน้าของเขาบึ้งตึงทันที
หากเป็นปรมาจารย์ที่มีสถานะและความเก่งกาจสูงกว่าเขา เขาก็เต็มใจถอนตัว
แต่แม่หนูน้อยนี่ไม่นับเป็นอะไรด้วยซ้ำ กลับกล้าพูดอย่างหยิ่งผยอง ไม่มีเขาอยู่ในสายตา
ถ้าเขายอมออกไป แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กรุ่นหลัง คนรุ่นใหญ่ก็ลืมสถานะตัวเอง ท่าทางอาจารย์หานเย่อหยิ่ง พลันเขาเหลือบมองนักพรตเต๋าน้อยที่อยู่ด้านหลัง
นักพรตเต๋าน้อยสองสามคนมองเฝ่ยไป่ลู่อย่างบึ้งตึงทันที
“คุณผู้หญิงท่านนี้รู้ไหมว่าอาจารย์ของพวกเราคือใคร?” คนที่อายุน้อยที่สุดข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงเป็นคนแรกที่พูดออกมา
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้ว น้ำเสียงไม่ใส่ใจ “ไม่รู้ ดังมากเหรอ? งั้นรีบบอกชื่อให้ฉันฟังสิ”
ท่าทางเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับกำลังรอฟังการแสดง
สีหน้าของหานซานชิ่งเลวร้ายมาก!
เขามีชื่อเสียงขึ้นมาโดยมีตระกูลหานสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครกล้าแสดงท่าทางไม่คารพแบบนี้!
นักพรตเต๋าน้อยสองสามคนโมโหจนอกแทบแตกแล้ว “แม้แต่อาจารย์ของพวกเราก็ไม่รู้จัก น่ากลัวว่าคุณจะเพิ่งออกมาจากหลืบเขาสินะ?”
“อาจารย์ของฉันคือปรมาจารย์หานผู้โด่งดังแห่งวัดเต๋าอี้หยวน เวลาเดียวกันเขายังเป็นคนของตระกูลหานที่เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลปรมาจารย์เต๋าผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าคุณไม่อยากทำให้ตระกูลหานขุ่นเคือง ก็รีบออกไปซะ!”
“แล้วต้องขอโทษอาจารย์ของพวกเราด้วย ถ้าไม่ขอโทษ จากนี้คุณก็ไม่สามารถอยู่ในวงการนี้ได้อีกต่อไป!”
พอพูดกับเฝ่ยไป๋ลู่แล้ว ก็ยังมีปฏิภาณไหวพริบหันกลับไปถามลี่ฉิว “ตระกูลลี่ของพวกคุณทำแบบนี้ คือไม่เห็นอาจารย์ของพวกเราอยู่ในสายตาและไม่ให้ความสำคัญกับวัดเต๋าอี้หยวน ล่วงเกินอาจารย์ของพวกเรา จากนี้หากตระกูลลี่ของคุณเกิดเรื่อง อย่าได้คิดว่าจะเชิญอาจารย์คนไหนมาได้อีก!”
‘ช่างรู้จักพูดยกยอตัวเองจริง ๆ’ เฝ่ยไป๋ลู่กระตุกมุมปาก เอาอาจารย์หานกับตระกูลหานมามัดรวมไว้ด้วยกัน
บนใบหน้าแก่ชรามีคำถามที่เย่อหยิ่ง… ‘ด้วยอำนาจที่มากขนาดนี้ย่อมสามารถขึ้นบัญชีดำเธอในวงการลัทธิเต๋าได้ใช่ไหมล่ะ?’
ยอมทำให้พระภิกษุขุ่นเคือง แต่อย่าได้มีเรื่องกับปรมาจารย์ฮวงจุ้ย
ลี่ฉิวตกใจมากเมื่อได้ยินผลที่ตามมาจากการทำให้อาจารย์หานขุ่นเคือง
เฝ่ยไป๋ลู่คือคนที่ลี่ซิงจินพามา
เขาจึงกดดันลี่ซิงจินแทน “แกรีบพาผู้หญิงคนนี้ไปเลยนะ! ถ้าแกไม่เชื่อฟังฉัน dHอย่ามาโทษที่ฉันเปิดเผยเรื่องของแกกับสื่อ!”
ลี่ฉิวยึดสถานะบิดาผู้ใหญ่กำเนิดลี่ซิงจินเป็นหลักประกัน ไม่ว่าสิ่งที่เขาเปิดเผยจะจริงหรือเท็จ ก็ย่อมสร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออาชีพการงานของลี่ซิงจินได้แน่นอน
เพื่ออาชีพที่เขารัก ลี่ซิงจินจึงยอมจำนนให้เขาเสมอมา
ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน! ลี่ฉิวมองลี่ซิงจินอย่างทะนงตน รอให้เขายอมจำนนและเชื่อฟัง
อย่างไรก็ตาม ลี่ซิงจินกลับมองเขาอย่างไร้อารมณ์ ในสายตาแสดงถึงเกลียดชังอย่างมาก
การต้องสูญเสียเสียงไป นี่ก็เท่ากับอาชีพร้องเพลงของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
เขายังจะกลัวคำขู่ไม่กี่คำของลี่ฉิวอีกทำไม?
อยากจะเปิดเผยข่าวก็เปิดเผยไปเถอะ แล้วแต่เลย
“แกไอ้คนทรยศ!” ลี่ฉิวโกรธขึ้นมาทันที เขาคว้าของที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วขว้างใส่ลี่ซิงจินอย่างแรง
สิ้งที่ขว้างมาคือ ไม้กลองที่นักพรตเต๋าน้อยใช้ตีกลอง ทำจากไม้ตั๊กแตนเนื้อแข็ง ทั้งใหญ่ทั้งหนัก โดนใครเข้า ก็อาจได้รับบาดเจ็บ
ทันใดเฝ่ยไป๋ลู่ยกมือขึ้น แล้วซัดพลังออกไป
หานซานชิ่งที่อยู่อีกด้านก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ก่อนจะยิงเหรียญทองแดงสองเหรียญออกมาอย่างรวดเร็ว
ทว่าเหรียญทองแดงนั้นไม่ได้พุ่งไปทางไม้กลองที่ทำร้ายคน…