เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3068 อบอุ่น / ตอนที่ 3069 เอ็นวิญญาณนิลพันปี
ตอนที่ 3068 อบอุ่น
“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย นอนเถอะ!” เขาโอบนางก่อนล้มตัวลงบนเตียงใหญ่ กอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน
เพราะใช้กลิ่นอายพลังวิญญาณและพลังชีวิตมากเกินไป เฟิ่งจิ่วดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้จึงสูดดมกลิ่นอายที่คุ้นเคย และหลับไปพร้อมกับโอบกอดคนที่ทำให้สบายใจ
ยามเที่ยงของวันต่อมา
ตอนที่เหลิ่งหวามาหา และเห็นว่านายท่านยังไม่ตื่น เขาจึงรู้สึกแปลกใจ ปกติเวลานี้นายท่านน่าจะตื่นแล้ว เหตุใดวันนี้ยังเงียบอยู่? ลึกๆ ข้างในเป็นกังวลเล็กน้อย ตั้งใจจะเคาะประ ะตูเรียก ทว่าตอนนี้เอง บานประตูก็ถูกเปิดออก เจ้าตำหนักที่ควรกักตัวฝึกตนอยู่กลับเดินออกมา
“เจ้าตำหนัก?” เหลิ่งหวาตะลึงเล็กน้อย เจ้าตำหนักควรกักตัวฝึกตนอยู่ไม่ใช่หรือ? เหตุใด…
“มีธุระอะไรกับนางหรือ?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่ลานสวนหน้าเรือน
ฮุยหลางโผล่มาจากที่ใดไม่รู้ เขายกน้ำชามาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็ถอยหลังไปยืนเงียบๆ อยู่ด้านหนึ่ง
เหลิ่งหวามองฮุยหลางแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบคำถามเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างนอบน้อม “เมื่อวานนายท่านสั่งให้ข้าเอาบันทึกสิ่งที่คนนอกจวนขอมาให้ ข้านึกว่านายท่านตื่นแล้ว จึงเอาบันทึก กมาให้นายท่านดู”
พวกคนที่อยู่นอกจวน พอรู้เรื่องนี้ต่างก็ดีอกดีใจมาก แม้พวกเขารู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวัง แต่ก็ยังมีความหวังอยู่
“เอามาให้ข้าดูหน่อย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ย
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ หยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาแล้วยื่นไปข้างหน้าด้วยสองมือ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อรับสมุดเล่มนั้นไปวางไว้บนโต๊ะ เขาจิบชาหนึ่งคำก่อนจากนั้นจึงค่อยเปิดอ่าน คำร้องขอที่ถูกเขียนไว้ข้างใน บ้างก็ขอยาใน บ้างก็ขอยาดี แล้วก็มีบางคนมาขอให้ รักษาอาการป่วย ซ้ำยังบอกว่าพวกเขาจะจ่ายค่ายาเอง เสร็จเรื่องแล้วยังจะให้ค่าตอบแทนอีก
ขณะอ่านคำร้องขอในสมุดบันทึกเล่มนี้ เขาเดาได้ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ยากเย็นสำหรับเฟิ่งจิ่ว จึงบอกว่า “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ! ถ้านางตื่นแล้วข้าจะเอาให้ดูเอง”
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ คารวะแล้วถอยออกไป
ฮุยหลางยืนเงียบไม่พูดอะไรอยู่ด้านหนึ่ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อเองก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อเวลาผ่านไป กระทั่งแสงแดดอันแรงกล้าสาดเฉียงลงบนพื้น เฟิ่งจิ่วจึงค่อยเดินออกจากห้องมาอย่าง งเกียจคร้าน
“ตื่นแล้วหรือ? มากินอะไรหน่อย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเฟิ่งจิ่วที่เดินออกมา ขานเรียกด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ ตอนนี้บนโต๊ะมีข้าวต้มและกับข้าวถูกวางไว้ หน้าตาเรียบง่าย รสชาติอ่อ อนๆ
“เหตุใดท่านจึงตื่นเช้านัก? ไม่นอนต่ออีกหน่อยเล่า” เฟิ่งจิ่วเดินไปนั่งลงข้างๆ เขา
“นอนไม่หลับ” เขาตักข้าวต้มให้เฟิ่งจิ่ว
“วันนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง? ยื่นมือออกมา ข้าจะตรวจชีพจรให้ท่านอีกครั้ง” เฟิ่งจิ่วบอกให้เขายื่นมือมาให้ตนเองตรวจชีพจร
“ดีขึ้นมากแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” เขาเผยรอยยิ้มมุมปาก ไม่ได้ยื่นมือให้เฟิ่งจิ่วแต่ยัดช้อนใส่มือบางแทน “รีบกินเถอะ! กินเสร็จแล้วค่อยว่ากัน ประเดี๋ยวข้าวต้มและกับข้าวจะเย ย็นเสียก่อน”
เฟิ่งจิ่วมองหน้าเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า กินเสร็จแล้วค่อยตรวจก็แล้วกัน! ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคืนเขาบอกว่าพลังฟื้นคืนมาเจ็ดส่วนแล้ว นับว่าเป็นเรื่องดี
ทั้งสองเหมือนคู่สามีภรรยาที่ครองรักกันมานานหลายปี นั่งกินข้าวเงียบๆ คอยคีบอาหารให้อีกฝ่ายเป็นระยะ บนโต๊ะอาหาร เต็มไปด้วยความอบอุ่นและบรรยากาศของคนรู้ใจ
หลังมื้ออาหาร ฮุยหลางสั่งให้คนเก็บถ้วยชามบนโต๊ะ ส่วนตนเองก็ถอยออกไปเฝ้าอยู่นอกลานสวน ทว่าเพิ่งจะออกไปนอกลาน ก็เห็นเหลิ่งหวารอเขาอยู่ตรงนั้นแล้ว
………………………………….
ตอนที่ 3069 เอ็นวิญญาณนิลพันปี
“เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนี้” ฮุยหลางถามเบาๆ ก่อนจะมองเข้าไปในลานสวน เห็นนายท่านกับภูตหมอกำลังคุยกัน จึงตามเหลิ่งหวาไปที่อีกด้านหนึ่ง
“เจ้าตำหนักกักตัวฝึกตนอยู่ไม่ใช่หรือ เหตุใดจู่ๆ จึงออกมาได้เล่า” เหลิ่งหวาถาม ตามหลักแล้ว เจ้าตำหนักไม่น่าจะออกมาช่วงนี้ แต่เขากลับออกมาแล้ว หรือเกิดอะไรขึ้นระหว่างฝึกวรยุ ทธ์?
“เกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยระหว่างที่นายท่านฝึกวรยุทธ์ กำลังภายในสะท้อนกลับทำให้เส้นชีพจรเสียหาย นายท่านสั่งไม่ให้บอกใคร เจ้ารู้ก็ดีแล้ว อย่าบอกคนอื่นเล่า” ฮุยหลางกระซิบ บ
เหลิ่งหวาตะลึง แต่กลับไม่ได้แปลกใจมากนัก คนที่ควรอยู่ในช่วงกักตัวฝึกตนกลับออกมาข้างนอก เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นแต่แรกอยู่แล้ว และเป็นไปตามคาด พอถามจึงได้รู้ว่ าเกิดอุบัติเหตุกับเจ้าตำหนักระหว่างฝึกวรยุทธ์ ทำให้เส้นชีพจรเสียหาย
เส้นชีพจรของผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์หากได้รับบาดเจ็บ จะรักษาให้หายคงยาก หากปล่อยไว้นาน เกรงว่า…
“พักนี้ข้าต้องตามติดนายท่านไว้ อีกเดี๋ยวถ้าเจ้าไปข้างหน้า เห็นพวกตู้ฝานก็บอกพวกเขาหน่อย พักนี้ข้าจะไม่ไปเข้าร่วมภารกิจของทหารรับจ้างแล้ว” เขาต้องคอยดูนายท่านไว้ เรื่อง งอื่นเอาไว้ทีหลังก่อนก็แล้วกัน!
เหลิ่งหวาพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะบอกพวกเขาให้” พูดจบ เหลิ่งหวาตบไหล่ฮุยหลาง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ในลานสวน เฟิ่งจิ่วพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า “พักนี้ท่านไม่ต้องฝึกวรยุทธ์แล้ว พักผ่อนสักหน่อยเถอะ! ระหว่างนี้ข้าจะศึกษาดูว่ามียาอะไรสามารถรักษาเส้นชีพจรของท่านได้หรือไ ไม่”
“แล้วยาในเก้าหนเล่า?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม “หากว่าได้ อย่างนั้นข้าใช้ยาในเก้าหนก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ยาในเก้าหนไม่ใช่ยาสารพัดนึกเสียหน่อย!” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้ายิ้มๆ “มันทำให้คนที่เพิ่งหมดลมฟื้นกลับมาได้ และสามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายในที่ค่อนข้างรุนแรงได้ แต่เส้นชีพจรของ ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์ ยังไม่มีประสิทธิภาพที่ชัดเจนมากนัก แม้แต่พลังชีวิตของดอกบัวเขียวยังช่วยฟื้นพลังกลับมาได้แค่เจ็ดส่วนเท่านั้น”
เฟิ่งจิ่วถอนหายใจ เอ่ยต่อว่า “ยาที่ดีที่สุดสำหรับรักษาเส้นชีพจรผู้แข็งแกร่งคือ เอ็นวิญญาณนิลพันปี หากใช้มันมาทำยา นอกจากจะสามารถรักษาเส้นชีพจรที่บาดเจ็บให้หายได้ เส้นชี พจรจะเหนียวและแข็งแรงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น แต่เอ็นวิญญาณนิลพันปีหายากมาก ประเดี๋ยวข้าจะไปดูในตลาดประมูลว่ามีข่าวของเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่”
“ข้าไปกับเจ้า” เขาบอก
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่ต้อง ท่านอยู่บ้านเถอะ! ข้าไปไม่นานก็กลับมา”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้พูดอะไรอีก ในเมืองสี่ทิศไม่มีใครทำอะไรเฟิ่งจิ่วได้อยู่แล้ว ให้นางไปคนเดียวก็ไม่เป็นไร
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่พูดคุยกันครู่หนึ่ง เฟิ่งจิ่วก็ออกไปข้างนอก ส่วนเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินออกไปด้านหน้า ในจวนมีคนมาเพิ่ม ถึงจะได้ยินอิ่งอีพูดถึงแต่ยังไม่เคยเจอ ไปดูเสียหน่อย ยก็แล้วกัน!
รถลากกวางวิญญาณทองม่วงถูกจูงออกมา เหลิ่งหวาบังคับรถลากพาเฟิ่งจิ่วออกนอกจวน เมื่อประตูจวนเปิด คนข้างนอกต่างรายล้อมกันเข้ามา ทว่า พวกเขายังไม่ทันเข้าใกล้ รถลากกวางวิญญาณ ทองม่วงก็โฉบผ่านหน้าพวกเขา เคลื่อนตัวออกไปไกลในพริบตา
“รถลากกวางวิญญาณทองม่วง! ท่านผู้นั้นออกมาแล้ว! ได้ยินว่าท่านผู้นั้นงดงามดุจเซียน ข้ายังไม่เคยเห็นเลย!”
“คุณชายเฟิ่งผู้นั้น ไม่สิ คุณหนูเฟิ่ง ไม่ๆ ควรเรียกว่าผู้อาวุโส ได้ยินว่านางชอบเสื้อสีแดง รูปโฉมเลอล้ำ งดงามไม่มีใครเปรียบ”
“อยากได้ยาจากนางจริงๆ”
“ข้าอยากให้นางรักษาพ่อของข้า”
“ได้ยินว่ายาของนางได้ผลดีมาก ขนานนามกันว่าเป็นยาเซียน ข้าล่ะอยากได้บ้างจริงๆ”