เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3070 ดินแดบลับวิญญาณเลือน / ตอนที่ 3071 บุญคุณ
ตอนที่ 3070 ดินแดบลับวิญญาณเลือน
“ตอนนี้ข้างนอกต่างก็กำลังเก็งกำไรยาของนาง มีคนเสนอราคามากมายแต่กลับไม่มีของ ไม่เช่นนั้นจะมีคนมากมายมาเฝ้าหน้าประตูทุกวันอย่างนี้หรือ?”
“ทั่วเมืองมีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถเข้าไปในจวนเฟิ่งแห่งนี้ได้”
กลุ่มคนที่รุมล้อมอยู่ด้านนอกพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา พวกเขากำลังรอ รอโอกาสที่จะได้ขอยาจากเฟิ่งจิ่ว
ในอีกด้านหนึ่ง รถลากกวางวิญญาณจอดที่หน้าประตูหอประมูล เหลิ่งหวาลงจากรถพลางกล่าวว่า “นายท่าน ข้าจะเข้าไปกับท่านด้วย!”
“ก็ดีเหมือนกัน” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า สั่งให้เขาเอารถลากให้คนของหอประมูลดูแลต่อ
คนของหอประมูลจำพวกเขาได้ พอเห็นเฟิ่งจิ่ว ต่างก็รีบต้อนรับให้เข้าไปข้างใน “คุณหนูเฟิ่งมาแล้วหรือ รีบเข้าไปข้างในเถอะ” จากนั้นก็สั่งให้คนจูงรถลากไปไว้ด้านหนึ่ง ในขณะที่อีก ฝั่งก็มีคนไปรายงานเจ้านายของพวกเขา
ได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วมาแล้ว ถานฮ่าวเทียนซึ่งเป็นเจ้าของหอประมูลก็เดินออกมาต้อนรับด้วยตนเอง เห็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงสง่างาม เขาเผยยิ้ม “ว่ากันว่าหากไม่มีเรื่องจะไม่มาเยือนหอสาม มสมบัติ วันนี้ที่มา เป็นเพราะมีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าอยากถามว่าในหอประมูลของเจ้ามีเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่?”
“อ้อ?” ถานฮ่าวเทียนสายตาไหวระริก จ้องพิจารณานาง ก่อนจะตอบว่า “พวกเราขึ้นไปคุยกันบนห้องส่วนตัวด้านบนเถอะ! เชิญ” เอ่ยจบ ก็ทำท่าผายมือ
เฟิ่งจิ่วเดินตามขึ้นไปข้างบน ครั้นเข้ามาในห้องส่วนตัว น้ำชาและของว่างก็ถูกยกมาวาง
ถานฮ่าวเทียนนั่งลงและรินชาให้เฟิ่งจิ่วด้วยตนเอง พลางชำเลืองมองนางก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เอ็นวิญญาณนิลพันปีเป็นยาตัวสำคัญในการรักษาเส้นชีพจร ข้าเห็นสีหน้าท่านปกติดี ไม่เหมือน นคนที่เส้นชีพจรบาดเจ็บ เหตุใดจึงอยากได้ยาตัวนี้?”
เฟิ่งจิ่วยกน้ำชาขึ้นมาจิบหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “หอประมูลของพวกเจ้าถามเหตุผลเวลามีคนมาซื้อของด้วยหรือ?”
“ฮะๆ ย่อมไม่ใช่ เพียงถามไม่กี่ประโยคเท่านั้น เพราะข้าเป็นห่วงท่าน” เขายิ้มๆ ไม่สนใจสายตาของเหลิ่งหวาที่ติดตามเฟิ่งจิ่วมาสักนิด
เฟิ่งจิ่ววางถ้วยชาลง หยิบขนมว่างขึ้นมากินหนึ่งชิ้น ก่อนชำเลืองมองเขาพร้อมเอ่ยว่า “ข้าสนใจแค่ว่าที่นี่มีเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่เท่านั้น”
“ไม่มี”
เขาส่ายหน้ายิ้มๆ “เอ็นวิญญาณนิลพันปีเป็นยาทิพย์ล้ำค่าขนาดไหนกัน จะหาได้ง่ายๆ ได้อย่างไร อย่าว่าแต่ที่หอประมูลของข้าไม่มีเลย แม้แต่เมืองอื่นๆ หรือแม้แต่สี่สำนักเซียนใหญ่ ก็ไม่มีเช่นกัน”
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว สีหน้าหนักใจ เดิมทีนางยังคิดว่าหากที่นี่ไม่มีก็ไปที่อื่น หากไม่มีอีกก็ค่อยไปหาที่สี่สำนักเซียน แต่ตอนนี้พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ดูท่าแล้วเอ็นวิญญาณนิลพัน นปีจะหายากมากจริงๆ หากเป็นอย่างนี้เรื่องคงยุ่งยากขึ้นมาแล้วจริงๆ
“ท่านต้องการยาทิพย์ชนิดนี้มากหรือ?” เขาประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าเฟิ่งจิ่ว
“หากไม่ต้องการข้าจะมาถึงที่นี่หรือ?” ถามอะไรเหลวไหล
ถานฮ่าวเทียนชะงักเล็กน้อย คล้ายกำลังคิดอะไรอยู่
“เจ้ารู้ว่าที่ไหนมีใช่หรือไม่” เฟิ่งจิ่วเห็นสีหน้าเขาจึงเอ่ยถามทันที
เขามองหน้าเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “เคยได้ยินมาแต่ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ” เห็นเฟิ่งจิ่วจ้องเขาไม่วางตา เขาจึงถอนหายใจเบาๆ “ในดินแดนลับวิญญาณลวง มียาทิพย์มา ากมาย แต่ยิ่งเป็นยาทิพย์ที่ล้ำค่า จะมีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งเฝ้าคุ้มครอง ยิ่งไปกว่านั้น ดินแดนลับวิญญาณลวงเป็นสถานที่ฝึกวรยุทธ์ของสี่สำนักเซียนใหญ่ หากไม่ใช่ศิษย์ ล้วนไม่สามารถ ถเข้าไปได้
นอกเหนือจากนี้ ศิษย์ที่เข้าไปจะถูกจำกัดระดับพลัง ศิษย์ที่มีพลังเกินระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดเข้าไปไม่ได้ แม้จะหาวิธีเข้าไปได้ พลังก็จะถูกกดทับไว้”
………………………………….
ตอนที่ 3071 บุญคุณ
ได้ฟังเขาว่าเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วก็ครุ่นคิดขึ้นมาอีก เขาบอกว่าศิษย์ที่มีวรยุทธ์ระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดขึ้นไปไม่อาจเข้าไปได้ ทว่ายังบอกอีกว่า แม้จะหาวิธีเข้าไปได้ วรยุทธ์ ก็จะถูกกดทับไว้
ซึ่งก็หมายความว่า ยังมีวิธีเข้าไปได้?
นึกมาถึงตรงนี้ นางจึงพูดกับเขาว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
ถานฮ่าวเทียนยิ้มและตอบว่า “ไม่กี่ปีก่อนมีคนปกปิดตัวตนเพื่อเข้าไปหายา แล้วบังเอิญเจอเอ็นวิญญาณนิลพันปี เพียงแต่มีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งเกินไปเฝ้าคุ้มครองอยู่ เขาเข้าใกล้ไม่ ได้ ต่อมาเขาเคยบอกข้าครั้งหนึ่งตอนดื่มสุราด้วยกัน เพียงแต่ เรื่องนี้ข้าเองก็แค่เคยฟังเขาพูด มีจริงหรือไม่นั้น ข้าไม่เคยเห็นกับตาตนเอง”
เฟิ่งจิ่วฟังจบก็ลุกขึ้น “ขอบใจมาก ขอตัวลา”
“จะไปแล้วหรือ?” ถานฮ่าวเทียนมองนาง
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้า หันกลับไปมองเขา ก่อนเอ่ยว่า “หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง จะถือว่าข้าติดค้างน้ำใจเจ้าครั้งหนึ่ง”
ถานฮ่าวเทียนสายตาไหวระริก ไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนมองนางเดินจากไปเงียบๆ
หนี้น้ำใจจากเฟิ่งจิ่ว? เหมือนจะไม่เลวทีเดียว
เหลิ่งหวาบังคับรถลากกวางวิญญาณพาเฟิ่งจิ่วออกจากที่นั่น ระหว่างทางเขาถามขึ้นว่า “นายท่าน ท่านเชื่อที่เขาพูดหรือ? แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่จะเข้าไปในดินแดนลับแห่งนั้นได้อย่า างไร?”
“อย่าเพิ่งกลับจวน ไปที่สำนักดาราครามเซียนก่อน” เฟิ่งจิ่วสั่ง นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ นางจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง รกลากกวางวิญญาณบินทะยานสู่ท้องฟ้า เดินทางกลางอากาศ…
ณ สำนักดาราครามเซียน
ครั้นได้ยินลูกศิษย์มารายงานอย่างรีบร้อนว่าเฟิ่งจิ่วมารออยู่นอกประตูสำนัก ซื่อเชวียกับมู่ซินจึงรีบรุดมา เมื่อมาถึงนอกประตูก็เห็นรถลากกวางวิญญาณจอดอยู่ใต้ต้นไม้ ทั้งสองมองหน น้ากัน ก่อนจะสาวเท้าเดินไปหา
“อาจารย์?”
ทั้งสองขานเรียก แปลกใจที่นางมาเยือนกะทันหัน โดยเฉพาะผู้อาวุโสมู่ซิน เมื่อเห็นกวางวิญญาณทองม่วงสองตัวที่ตนเองเคยเฝ้ารักและทะนุถนอมถูกอาจารย์ของตนเองนำมาใช้เป็นสัตว์เทียมร รถลากเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรวดร้าว
“ในสำนักเซียนของพวกเจ้า มีเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่?” เสียงของเฟิ่งจิ่วดังออกมาจากด้านในรถลาก
“เอ็นวิญญาณนิลพันปี?” ทั้งสองคนชะงักงัน ก่อนจะตอบพร้อมกันว่า “ไม่มี นี่เป็นยาทิพย์ล้ำค่าที่ใช้รักษาเส้นชีพจรเป็นหลัก ยิ่งเป็นต้นที่มีอายุพันปี ยิ่งหายาก”
ได้ยินคำตอบของพวกเขา เฟิ่งจิ่วก็นิ่งเงียบไปพลางครุ่นคิด
เวลานี้เอง ซื่อเชวียนึกดูแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์ ศิษย์เคยได้ยินลูกศิษย์ในสำนักที่เข้าไปในดินแดนลับวิญญาณลวงบอกว่ามีเอ็นวิญญาณนิลพันปี เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่”
ถานฮ่าวเทียนก็พูดเช่นนี้ ตอนนี้พอได้ยินอีกครั้ง สายตาของเฟิ่งจิ่วพลันไหวระริก “ประตูดินแดนลับวิญญาณลวงจะเปิดเมื่อใด? ข้าจะเข้าไป พวกเจ้ามีวิธีส่งข้าเข้าไปหรือไม่?”
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึง “อาจารย์ หากวรยุทธ์เกินระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดก็เข้าดินแดนลับวิญญาณลวงไม่ได้แล้ว วรยุทธ์จะถูกกดลงต่ำมาก หนำซ้ำข้างในยังอันตรายมาก เป็น สถานที่ฝึกฝนของศิษย์ในสำนักเซียน เหตุใดอาจารย์จึงจะเข้าไปเสี่ยงอันตรายเล่า?”
“ข้าต้องการเอ็นวิญญาณนิลพันปี ฉะนั้นจึงจำต้องเข้าไป” เฟิ่งจิ่วตอบเสียงเรียบ
“แต่ว่าอาจารย์ ยาทิพย์ล้ำค่าเช่นนั้นจะต้องมีสัตว์ร้ายแข็งแกร่งคุ้มครองอยู่เป็นแน่ วรยุทธ์อย่างอาจารย์หากเข้าไปในนั้น เกรงว่าจะต้องถูกกดวรยุทธ์ให้ต่ำลงมาก หนำซ้ำสัตว์พันธสั ญญาคู่ชีวิตของอาจารย์เองก็คงไม่อาจออกมาได้เพราะถูกจำกัดวรยุทธ์ หากท่านเข้าไปจริงๆ ก็อันตรายเกินไปแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่สนใจ “ไม่เป็นไร พวกเจ้าแค่บอกข้ามาว่ามีวิธีส่งข้าเข้าไปหรือไม่ก็พอ”