เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3072 เป็นห่วง / ตอนที่ 3073 ปลอมตัว
ตอนที่ 3072 เป็นห่วง
ทั้งสองเห็นดังนั้นก็รู้ว่านางจะเข้าไปให้ได้แน่นอน จึงบอกว่า “หากอาจารย์จะเข้าไป พวกข้าย่อมมีวิธี เพียงแต่เกรงว่าคงไม่อาจเข้าไปด้วยสถานะนี้ได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ตัวตนอ อื่น อย่างไรเสียที่นั่นก็เป็นดินแดนลับของสี่สำนักเซียนใหญ่”
“อืม เรื่องนี้ข้ารู้” เฟิ่งจิ่วเลิกม่าน มองทั้งสองคนที่อยู่ข้างนอก ถามว่า “ประตูดินแดนลับวิญญาณลวงจะเปิดเมื่อใด?”
ทั้งสองยิ้มตอบว่า “อาจารย์มาได้จังหวะพอดี พักนี้ในสำนักกำลังหารือกันเรื่องนี้ พวกข้ากำลังเลือกลูกศิษย์ที่จะไปฝึกฝนในนั้น อีกไม่กี่วันน่าจะเดินทางไปรวมตัวกันหน้าค่ายกลเค คลื่อนย้ายแล้ว หากอาจารย์จัดการเรื่องในจวนเสร็จ สามารถมาพรุ่งนี้เลยได้ พวกเราจะจัดแจงตัวตนใหม่ให้อาจารย์เอง”
“ได้” เฟิ่งจิ่วรับคำ หลังจากกำชับพวกเขาไม่กี่ประโยคก็กลับออกมา
มองดูรถลากกวางวิญญาณทองม่วงบินทะยานสู่ท้องฟ้า และหายลับไปในชั้นเมฆในพริบตา ซื่อเชวียอดเอ่ยอย่างครุ่นคิดไม่ได้ว่า “เจ้าว่า อาจารย์ร้อนรนหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีขนาดนั้นเพื่อ ใครกัน?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร? ข้าเป็นห่วงแต่ว่าอาจารย์เข้าไปในดินแดนลับ แล้วจะเจออันตรายอะไรหลังจากถูกกดวรยุทธ์หรือไม่ก็เท่านั้น หากนางเป็นอะไรไป เจ้าคิดว่าอาจารย์เซวียนหยวนจะปล่ อยพวกเราไปหรือ?” มู่ซินนึกมาถึงตรงนี้ก็อดกังวลไม่ได้
ด้านหนึ่งก็เพราะอาจารย์ที่เป็นผู้สูงศักดิ์โอสถคนนี้ของพวกเขา ฐานะผู้สูงศักดิ์โอสถไม่ใช่ธรรมดา เหตุใดจึงต้องเข้าไปหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีในนั้นให้ได้? ไม่สั่งให้คนอื่นเข้าไปแทน น? หากเข้าไปแล้วเป็นอะไรไป จะทำอย่างไรเล่า?
“กลับไปจัดการเถอะ! กำชับพวกลูกศิษย์ให้คุ้มครองนางด้วย” ซื่อเชวียถอนหายใจ สะบัดแขนเสื้อก่อนจะเดินไปทางสำนักเซียน
พอเฟิ่งจิ่วกลับมาถึงจวน ดวงอาทิตย์ก็ลับภูเขาไปแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อรอนางอยู่ในจวน
เพิ่งจะก้าวเท้าเข้าประตูจวน ก็เห็นหวันเหยียนสิบสามเดินเข้ามาหา “เฟิ่งจิ่วๆ ข้าเห็นผู้ชายของเจ้าแล้ว จิ๊ๆ ราศีน่าเกรงขามนัก”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “เห็นแล้วหรือ? เขาออกมาพอดี ช่วงนี้น่าจะไม่กักตัวอีกแล้ว คงอยู่ในจวนนี่แหละ หากท่านไม่รีบกลับ จะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเขาต่อก็ย่อมได้”
หวันเหยียนสิบสามได้ยินเช่นนั้นก็ลูบคางทำท่าครุ่นคิด “เจ้าพูดจาแปลกๆ นะ! อยู่ต่อเป็นเพื่อนเขา? เจ้าล่ะ? เจ้าคิดจะไปทำอะไรอีก?”
“ข้าจะออกไปข้างนอก คงไม่กลับมาในเร็วๆ นี้” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไป
“อย่างนี้เองหรือ! งั้นข้ากลับพรุ่งนี้เลยดีกว่า ข้าไม่อยากอยู่กับผู้ชายของเจ้าหรอกนะ เจ้าไม่รู้หรอกว่าผู้ชายของเจ้าไม่ต่างจากไหน้ำส้มสายชูเลย วันนี้นั่งจ้องข้าทั้งวัน ถามข ข้าว่าแต่งงานหรือยัง? มีหญิงในดวงใจหรือไม่? ดูจากท่าทางของเขาแล้ว เหลือก็แต่เอ่ยปากบอกให้ข้ารักษาระยะห่างกับเจ้าแล้วล่ะ”
“พรืด!”
เฟิ่งจิ่วกลั้นขำไม่อยู่ นางพูดว่า “เกินไปถึงขนาดนั้นเสียที่ไหนกัน? โม่เจ๋อแค่ดูเหมือนเย็นชา แต่หากรู้จักกันนานเข้าแล้วก็จะรู้เอง ที่จริงเขาเป็นคนที่ไม่เลวเลยทีเดียว”
“ใช่แล้วๆ ไม่เลวจริงๆ” หวันเหยียนสิบสามรับคำ ก่อนจะบอกว่า “พวกเรารอเจ้า แต่เจ้าไม่กลับมาเสียทีเลยกินข้าวกันก่อนแล้ว แต่ข้าเห็นผู้ชายของเจ้าสั่งให้บ่าวส่งอาหารไปที่เรือนแล้ ว เจ้าไปกินข้าวก่อนเถอะ! ไว้พวกเราค่อยคุยกันทีหลัง” เอ่ยจบ ก็โบกมือแล้วเดินผละออกไป
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ พอเห็นเขาเดินลับตาไป จึงค่อยเดินไปที่เรือนหลัง ครั้นเข้าไปก็เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อเอนกายหลับตาอยู่บนตั่งเตี้ย เหมือนจะหลับอยู่
………………………………….
ตอนที่ 3073 ปลอมตัว
“ข้ากลับมาแล้ว” เฟิ่งจิ่วพูดเบาๆ ขณะเดินมาหาเขา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อลืมตา ยื่นมือไปกุมมือของนาง “เหตุใดไปนานเช่นนี้?” มือใหญ่ดึงร่างบางขึ้นมานั่งบนตัก จากนั้นก็โอบกอดนางไว้
“หลังจากที่ข้าไปที่หอประมูลก็ไปที่สำนักเซียนมาด้วย”
เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะเงียบไปและพูดต่อว่า “ในตลาดไม่มีเอ็นวิญญาณนิลพันปีเลย แต่ในดินแดนลับวิญญาณลวงมี ฉะนั้นข้าอยากเข้าไปสักครั้ง กอปรกับพักนี้พวกซื่อเชวียกำลังเตรียมพร้อม เรื่องการส่งลูกศิษย์เข้าไปฝึกในดินแดนลับ ข้ากำชับพวกเขาไปแล้วว่าให้พวกเขาส่งข้าเข้าไปด้วย ออกเดินทางพรุ่งนี้เลย”
“เจ้าเพิ่งกลับมายังไม่ถึงสองวัน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดขึ้น มือใหญ่ที่โอบนางกระชับแน่นขึ้นหลายส่วน “อาจิ่ว เจ้าทำอย่างนี้ข้าจะปวดใจ” เขาไม่อยากเห็นเฟิ่งจิ่วเหน็ดเหนื่อยขนาด นี้ หนำซ้ำยังต้องออกไปผจญอันตรายข้างนอกเพื่อเขาด้วย
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ หันหน้ามามองเขา “หากไม่รักษาเส้นชีพจรของท่านให้หายดี นั่นต่างหากที่ข้าจะกังวล ท่านวางใจเถอะ! ข้าไม่ได้เข้าไปในดินแดนลับเป็นครั้งแรกเสียหน่อย ข้าจะดูแลตนเอง งให้ดี อีกอย่างได้ยินว่าในดินแดนลับวิญญาณลวงมียาทิพย์ล้ำค่ามากมาย ข้าอยากเข้าไปเก็บบ้าง”
“เรื่องนี้เดิมทีควรเป็นข้าที่ต้องทำ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถอนหายใจ
“ท่านไม่ได้รู้เรื่องสมุนไพรดีขนาดนั้น ถึงไปก็คงหาไม่เจอ มอบหมายให้คนอื่นไปทำข้าก็ไม่วางใจอีก มีเพียงข้าคนเดียวที่เหมาะสมที่สุดแล้ว” นางยิ้ม “ท่านอย่ากังวลเลย อยู่บ้านรอ อข้ากลับมาก็พอแล้ว”
“อย่างนั้นเจ้าต้องระวังตัวหน่อย อย่าประมาทจนบาดเจ็บเล่า” เขากำชับ
“รู้แล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มพยักหน้า ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ข้ายังไม่ได้กินมื้อเย็นเลย! หิวแล้ว”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อขานเรียก “อิ่งอี ให้คนในครัวยกอาหารมา”
“ขอรับ” ได้ยินเพียงเสียงแต่ไร้เงาคน ราวกับมีสายลมพัดผ่านไปหนึ่งวูบ อิ่งอีที่อยู่ในมุมมืดมุ่งหน้าไปทางห้องครัว
หลังกินข้าวเสร็จ เฟิ่งจิ่วกำชับเรื่องต่างๆ กับคนในจวนหนึ่งรอบ พร้อมกับบอกเรื่องที่นางจะออกเดินทาง จากนั้นก็พูดคุยกับหวันเหยียนสิบสามอีกครู่หนึ่ง จึงค่อยกลับมาเก็บข้าวของท ที่เรือน
เช้าตรู่วันต่อมา ท้องฟ้าเพิ่งสว่างได้ไม่นานเฟิ่งจิ่วก็ออกเดินทางโดยมีเซวียนหยวนโม่เจ๋อมายืนส่ง ก่อนมุ่งหน้าไปยังสำนักเซียนเพียงลำพัง
ในสำนักเซียน
ซื่อเชวียกับมู่ซินกำลังพูดคุยถึงเรื่องที่เพิ่งจัดการเสร็จ มู่ซินกล่าวว่า “อาจารย์ไปครั้งนี้ หากหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีไม่เจอเล่า?”
“หาไม่เจอ?” ซื่อเชวียเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “หากคนอื่นหาไม่เจอข้าคงเชื่อ แต่ข้าไม่เชื่อว่าท่านอาจารย์จะหาไม่เจอ” หากนางจิตใจธรรมดาเช่นนั้น พวกเขาสองคนจะกลายมา าเป็นลูกศิษย์ของนางได้อย่างไร?
“แต่ตอนนี้อาจารย์น่าจะมาถึงแล้วนะ! พวกเราออกไปรับดีหรือไม่?” มู่ซินแนะนำ
“ก็ดีเหมือนกัน” ซื่อเชวียรับคำ ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปพร้อมเขา ขณะกำลังเดินออกจากถ้ำ ก็เห็นลูกศิษย์สวมชุดสีเขียวคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มชุดสีเขียว ทั้งสองหยุดและจ้องมองอย่างละเอียด ครั้นเสื้อคลุมของเด็กหนุ่มถูกลมพัดปลิว เผยให้เห็นขนนกที่ห้อยเอวอยู่นั้น ดวงตาของพวกเขาพลันเป็นประกายขึ้นมา าทันที
“เจ้ากลับไปก่อนเถอะ!” ซื่อเชวียสั่งลูกศิษย์ที่กำลังนำทาง
“ขอรับ” ลูกศิษย์คนนั้นรับคำ พลางมองเด็กหนุ่มชุดเขียวด้วยสายตาสงสัย
“ท่านอาจารย์?”
ทั้งสองคนถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง เพราะทั้งกลิ่นอายและใบหน้าล้วนไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเขาไม่อยากเชื่อนัก ว่าเด็กหนุ่มชุดเขียวหน้าตาธรรมดาตรงหน้าจะเป็นอาจารย์ของพวกเขา