เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3082 มังกรหนังเหล็ก / ตอนที่ 3083 ให้ข้ายืมใช้หน่อย
ตอนที่ 3082 มังกรหนังเหล็ก
ลูกศิษย์ที่กลิ้งตกเนินร่างกระแทกโขดหิน เสียงกระดูกมือหักดังกร๊อบ เขาร้องครางและหยัดตัวลุกขึ้น ลูบมือตนเอง ก็พบว่าหักเสียแล้ว
เขาไม่ได้หนีแต่ตามหลังไปติดๆ สัตว์ร้ายตัวนั้นแข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถโจมตีได้ด้วยกำลังของคนคนเดียว แต่หากทุกคนใจเย็นและร่วมมือกัน น่าจะมีโอกาสเอาชนะได้
เสียดายที่พวกเขาเจอเจ้ายักษ์นั่นตอนที่ไม่ทันตั้งตัว ทั้งยังถูกไล่จนสติแตกกระเจิง ถึงได้วิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิงอย่างนี้ พวกเขาเข้ามาฝึกฝนตัวเอง ไม่ได้เข้ามาเพื่อวิ่งหนี หากไ ไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้ เรื่องนี้คงกลายเป็นปมในใจของพวกเขาบนเส้นทางฝึกเซียนในภายภาคหน้า
อีกด้านหนึ่ง พวกมู่หลิงมุ่งหน้ามายังแหล่งกำเนิดเสียง ยามเสียงคำรามของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ตัวนั้นดังก้อง พวกเขาเองก็รู้สึกปวดหูมากเช่นกัน แต่พวกเขารีบตั้งสมาธิให้มั่น ใช้กลิ่น นอายพลังวิญญาณคุ้มกันดวงจิต ครั้นเงยหน้าขึ้น กลับต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า
“ซี๊ด! สัตว์ร้ายตัวนั้นตัวใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ!”
“นั่นสูงเกือบสองจั้งได้แล้วกระมัง? แล้วนั่นมันเป็นตัวอะไรกัน? เหตุใดจึงมีหนามแหลมงอกขึ้นมาตามตัว?”
“นั่นไม่ใช่หนามแหลม เหมือนเขาสัตว์เสียมากกว่า หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นมังกรหนังเหล็กที่เคยมีคนพูดถึงกันแต่ก่อน! สัตว์เทวะระดับห้า!” มู่หลิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มองเจ้ ายักษ์ตัวนั้นด้วยสีหน้าตึงเครียด
“มังกรหนังเหล็ก? สัตว์เทวะระดับห้าที่ฟันแทงไม่เข้าน่ะหรือ?” กัวจื่อฉีตะลึง สีหน้าดูย่ำแย่ขึ้นมาทันที
“ถูกต้องแล้ว” มู่หลิงพยักหน้ายืนยัน
“ทำอย่างไรดี? หากเราเผชิญหน้ากับมันจะมีโอกาสชนะเท่าไร?” หลินอวี่ซือมองพวกเขา “ถ้าพวกเราร่วมมือกันจะสู้ได้หรือไม่?”
“เรื่องนี้พูดยาก” มู่หลิงตอบ ก่อนจะเห็นศิษย์กลุ่มหนึ่งจำนวนสิบกว่าคนพุ่งตัวมาทางนี้ เขาเพ่งมอง พบว่าเป็นศิษย์ร่วมสำนักของพวกเขา
“วิ่งเร็ว!”
ลูกศิษย์พวกนั้นเห็นพวกเขาแล้ว ตะโกนส่งเสียงมาทางพวกเขาจากที่ไกลๆ ในขณะที่เท้าก็ไม่ได้หยุดวิ่งเลย แต่กลับยิ่งเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหว “เจ้านั่นคือมังกรหนังเหล็ก! พวกเรา าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน! ไม่อยากตายก็รีบหนีไป!”
พวกมู่หลิงยืนตะลึงงัน กระทั่งเห็นศิษย์กลุ่มนั้นวิ่งไปทางฝูงงูสี่ขาหน้ายิ้ม สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที “วิ่งไปทางนั้นไม่ได้นะ! กลับมาเร็ว!”
แต่ทว่า กลุ่มคนสิบกว่าคนที่กำลังแตกตื่นไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไร พวกเขาคิดเพียงว่าจะสลัดเจ้าสัตว์ร้ายที่ไล่ตามหลังมาให้หลุด สัตว์เทวะระดับห้า หนำซ้ำยังเป็นมังกรหนังเหล็ กที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งมากด้วย พวกเขาไม่คิดจะต่อสู้กับมันสักนิด
“ข่ายจือ กวนเยว่ อวี่ซือ พวกเจ้ารีบไปห้ามพวกเขาเร็วเข้า! อย่าให้พวกเขาวิ่งเข้าไปในฝูงงูสี่ขาหน้ายิ้ม!” มู่หลิงรีบออกคำสั่ง ขณะเดียวกันก็ชักกระบี่ยาวออกมา ขับเคลื่อนพลังวิ ญญาณในร่าง รวบรวมกำลังและเหินตัวพุ่งใส่มังกรหนังเหล็กตัวนั้น
เผยจื่อเซวียนเห็นดังนั้นก็รีบชักกระบี่เข้าไปสู้เป็นกำลังเสริมให้กับมู่หลิง พวกเขาล้อมวงโจมตีเข้าไป มังกรหนังเหล็กจำต้องหยุดฝีเท้า แม้ร่างกายของมันจะใหญ่ยักษ์ แต่กลับตอบสนอ องได้รวดเร็วนัก มันหลบการโจมตีจากเหล่าลูกศิษย์สำนักเซียน และทำการโต้กลับในเวลาเดียวกัน
เฟิ่งจิ่วเห็นกวนเยว่กับอีกสองคนไล่ตามลูกศิษย์กลุ่มนั้นไป ส่วนมู่หลิงกับอีกเจ็ดคนรุมโจมตีเจ้ายักษ์ตัวนั้น ด้านหลังมีลูกศิษย์คนหนึ่งวิ่งตามมา มือข้างหนึ่งลู่ตกลงข้างลำ ำตัว แต่กลับถือกระบี่เข้าห้ำหั่นอย่างไม่รีรอ
เมื่อเห็นดังนั้นเฟิ่งจิ่วเริ่มชั่งน้ำหนัก หากพวกเขาร่วมมือกันมากมายขนาดนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเอาชนะสัตว์เทวะระดับห้าได้เลย แต่สัตว์เทวะระดับห้าตรงหน้ากลับเป็นมังกรหนัง งเหล็กที่ฟันแทงไม่เข้านี่สิ เกรงว่าพวกเขาคงเอาชนะได้ยาก
ด้วยเหตุนี้ เฟิ่งจิ่วจึงถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว
………………………………….
ตอนที่ 3083 ให้ข้ายืมใช้หน่อย
หมุนตัวเข้าไปหลบด้านหลังต้นไม้ใหญ่
ขณะเดียวกัน เหล่าลูกศิษย์สำนักเซียนที่กำลังผนึกพลังต่อสู้ถูกเจ้ามังกรยักษ์พุ่งชน จำต้องถอยห่างออกมา ตอนที่ถอยออกมาก็เห็นมู่จิ่วแอบหนีไปหลบด้านหลังต้นไม้คนเดียว ครั้นเห็นดัง งนั้น ศิษย์สำนักเซียนหลายคนพลันเกิดโทสะขึ้นมา
พวกเขาล้วนผนึกกำลังกันต่อสู้ เขากลับดีนัก หนีไปหลบหลังต้นไม้เสียแล้ว? เลวระยำจริงๆ!
พวกมู่หลิงกลับรู้สึกวางใจมากกว่าที่มู่จิ่ววิ่งไปหลบอย่างนี้ เพราะท่านอาจารย์สั่งให้พวกเขาปกป้องมู่จิ่ว ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ว่าเขามีกำลังไม่มากพอ ย่อมไม่คิดจะให้อีกฝ่ายเ เข้ามาร่วมวงต่อสู้กับมังกรหนังเหล็กอยู่แล้ว
หากมู่จิ่วถลาเข้ามาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง พวกเขายังต้องเสียสมาธิไปคอยปกป้องอีก อย่างนั้นจะยิ่งยุ่งยากกันไปใหญ่
ภาพจำแรกที่พวกเขามีต่อเฟิ่งจิ่ว คือเฟิ่งจิ่วเป็นคนที่พวกเขาต้องปกป้อง ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครเห็น ว่าเฟิ่งจิ่วที่ขณะนี้กำลังหลบอยู่หลังต้นไม้กำลังผสมยาขึ้นมาใหม่ โดยปั้นเ เม็ดยาเล็กๆ หลายก้อนให้เป็นก้อนเดียวกัน
นางชะโงกหน้าออกไปดูมังกรหนังเหล็กตัวนั้นเป็นระยะ เห็นศิษย์ที่แขนข้างหนึ่งลู่ตกข้างลำตัวถูกมังกรหนังเหล็กซัดปลิวออกไปกระแทกต้นไม้ใหญ่พอดี
ชายคนนั้นร้องคราง เลือดกระอักออกจากปาก เขาอยากลุกขึ้นแต่กลับล้มลงไปอีกครั้งอย่างหมดแรง
ชายคนนั้นล้มลงไม่ไกลจากจุดที่มังกรหนังเหล็กอยู่มากนัก กอปรกับพลังกระบี่ของพวกมู่หลิงฟาดฟันไปมา นางกังวลว่าเขาจะโดนลูกหลงจากพลังกระบี่และมังกรยักษ์ตัวนั้น จึงรีบโฉบ บตัวเข้าไปหา จากนั้นก็ลากเขากลับไปหลังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น
พวกมู่หลิงที่เห็นมู่จิ่วออกมาก็อกสั่นขวัญหาย แต่หลังจากที่เห็นเขาลากคนเจ็บเข้าไปในจุดปลอดภัยก็พลันโล่งใจ หันไปต่อสู้กับมังกรหนังเหล็กต่อ เพียงแต่เพราะพลังที่ต่างชั้นกั นเกินไป แม้พวกเขาแปดคนจะร่วมมือโจมตี แต่ไม่นานกลับได้รับบาดเจ็บจากการถูกมังกรหนังเหล็กโจมตี บนตัวมีบาดแผลมากมาย รอยเลือดกระดำกระด่าง
เฟิ่งจิ่วล้วงขวดเล็กๆ ขวดหนึ่งออกมาจากห้วงมิติ ก่อนจะเปิดฝาขวดและหยดน้ำยาใส่ก้อนยาที่ปั้นเข้าด้วยกัน จากนั้นก็บี้และปั้นยาให้กลับมาเป็นก้อนอีกครั้ง กลายเป็นเม็ดยาสีดำ ที่มีขนาดเท่าไข่นกกระทา
“ซี๊ด! อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องดังก้อง พวกมู่หลิงถูกมังกรหนังเหล็กซัดปลิว แต่ละคนบาดเจ็บล้มอยู่บนพื้น เลือดกระอักออกจากปาก สีหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ
“บึ้ม!”
มังกรหนังเหล็กตัวนั้นสาวเท้าไปข้างหน้า แต่ละย่างก้าวหนักหน่วงทรงพลัง หน้าดินยุบลงไปเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ ครั้นเห็นมังกรหนังเหล็กยกเท้าขึ้นจะย่ำลงบนร่างของเผยจื่อเซวียนที่ ล้มอยู่บนพื้น เหล่าลูกศิษย์ที่ล้มกระจัดกระจายอยู่รอบๆ ต่างพากันหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที
“จื่อเซวียน! หนีเร็วเข้า!”
เผยจื่อเซวียนหน้าซีด พยายามขยับตัว แต่เพราะถูกมังกรหนังเหล็กซัดหมัดใส่ ได้รับบาดเจ็บภายในอย่างหนัก ยามนี้จึงเคลื่อนไหวได้ลำบาก
เขาเผยยิ้มขมขื่นออกมา พูดด้วยน้ำเสียงโรยแรง “ข้าขยับไม่ไหวแล้ว ไม่มีแรงเลย” หากหนีได้ เขามีหรือจะไม่อยากหนี
แต่ทว่า เสี้ยวนาทีที่เขากำลังสิ้นหวัง กลับเห็นเงาร่างผอมบางร่างหนึ่งโฉบเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เขาที่นอนหงายหน้าขึ้นฟ้าตะลึงงัน มู่จิ่วอย่างนั้นหรือ? เขาออกมาทำไม? ไม่กลัว วตายหรือ?
เฟิ่งจิ่วพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มาถึงข้างกายเขา ชิงกระชากตัวเขาออกมาก่อนที่เท้าของมังกรหนังเหล็กจะย่ำลงมา จากนั้นก็พาเขาเข้าไปหลบอยู่กับลูกศิษย์คนเมื่อกี้ ที่หลังต้นไม้ใหญ่
“พวกเจ้าพักอยู่ตรงนี้ก่อน เอากระบี่ของเจ้ามาให้ข้ายืมเสียด้วยเลยก็แล้วกัน”