เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3120 หนึ่งต่อหนึ่ง / ตอนที่ 3121 กลัวเสียที่ไหน
ตอนที่ 3120 หนึ่งต่อหนึ่ง
“ไม่เกรงใจ? เหอะ! ไม่เกรงใจอย่างไร? พวกเจ้าจะไม่เกรงใจกับพวกข้าอย่างไรได้?” ชายคนหนึ่งยักคิ้ว เผยยิ้มชั่วร้าย “เหล่าศิษย์พี่และศิษย์น้องทั้งหลายเอ๋ย พวกเจ้าฟังสิ พวกเขามีกัน เพียงสิบกว่าคนแต่กลับบอกว่าจะไม่เกรงใจพวกเราแล้ว? ช่างไม่เห็นหัวพวกเราเสียบ้างเลย พวกเจ้าว่าพวกเราควรสั่งสอนพวกเขาหน่อยดีหรือไม่?”
“พอราชสีห์ไม่คำรามก็เห็นว่าเป็นแมวป่วยรึ!”
ชายคนหนึ่งก้าวออกมา จ้องหน้าพวกมู่หลิงอย่างเย็นชา “อย่างไรก็เป็นศิษย์จากสี่สำนักเซียนใหญ่เหมือนกัน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! เพื่อไม่ให้พวกเจ้าหาว่าพวกเราใช้คนหมู่มากรังแกคน หมู่น้อย พวกเรามาสู้กันตัวต่อตัว ใครแพ้ให้เอาทรัพย์สินมีค่าออกมา เป็นอย่างไร?”
พวกมู่หลิงสายตาไหวระริก ตอนแรกนึกว่าจะเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม นึกไม่ถึงคนผู้นี้กลับยื่นข้อเสนอเช่นนี้ให้ สู้กันหนึ่งต่อหนึ่ง ผลแพ้ชนะกลายเป็นไม่แน่นอน เพียงแต่ก็ยากรับประกัน ได้ว่าหากคนพวกนั้นแพ้แล้วจะไม่พาล
มู่หลิง เผยจื่อเซวียนและหลินเฉิงจิ่นมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่หลินเฉิงจิ่นจะก้าวออกมาพลางบอกว่า “สู้กันหนึ่งต่อหนึ่งอย่างนั้นรึ? กลัวก็แต่พวกเจ้าจะแพ้ไม่เป็นน่ะสิ!”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของชายคนนั้นพลันนิ่งขรึมไป “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าพวกข้าแพ้ไม่เป็น? เหอะ! เจ้าดูจะมั่นใจมากนะ!”
“หรือไม่ใช่เล่า? หลังจากสู้กันหนึ่งต่อหนึ่ง หากพวกเจ้าแพ้แล้วพาล หันมารุมโจมตีพวกข้า จะไม่ทำตัวเป็นเด็กไปหน่อยหรือ?” หลินเฉิงจิ่นยิ้มหยัน “ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าเป็นผู้กล้าที วาจามีน้ำหนักดั่งทองคำพันชั่งหรอกนะ”
ทุกคนสายตาไหวระริก แค่คิดพวกเขาก็รู้เจตนาของอีกฝ่ายแล้ว แต่หากกลับคำ นั่นเท่ากับพวกเขายอมรับว่าตนเองสู้อีกฝ่ายไม่ได้ และไม่ยอมรับความพ่ายแพ้จริงๆ ไม่ใช่หรือ?
“เจ้าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสท่านใดในสำนักดาราครามเซียนหรือ? ใจกล้าไม่เบาเลยนี่” ชายคนนั้นจ้องมองมาอย่างพิจารณา
“ผู้อาวุโสซื่อเชวีย” หลินเฉิงจิ่นตอบ
“อ้อ ที่แท้ก็ศิษย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวีย อย่างนั้นก็ต้องขอคำชี้แนะสักหน่อยแล้วล่ะ” ชายคนนั้นเอ่ย ก่อนหันไปพูดกับกลุ่มคนข้างหลัง “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน พวกเขาคิดว่าพ พวกเราไม่กล้าสู้ตัวต่อตัว ซ้ำยังท้าทายด้วยวาจาอีก พวกเจ้าว่าอย่างไร กล้าสู้กับพวกเขาตัวต่อตัวหรือไม่เล่า?”
“ฮ่าๆๆ! กลัวเสียที่ไหน? สู้กันตัวต่อตัว ใครกลัวก็หดหัวเข้าไปอยู่ในกระดอง!”
“ใช่! ตลอดทางมานี้พวกเราก็สู้แบบกลุ่มมาหลายครั้งแล้ว อย่างนั้นก็มาลองแบบตัวต่อตัวบ้าง ข้าอยากรู้นักว่าศิษย์สำนักดาราครามเซียนมีอะไรดีนัก!”
คนพวกนั้นผลัดกันพูดจาท้าทายคนละประโยค สุดท้าย ชายแซ่หวังก้าวออกมา และบอกว่า “ข้าเปิดฉากก่อนก็แล้วกัน!” เขาตวัดสายตาไปทางกวนเยว่ “ศิษย์น้องกวน เจ้าสู้กับข้าเป็นอย่างไร? เ เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า พวกเรามาลองประมือกันหน่อยดีหรือไม่?”
กวนเยว่ขบกราม แต่ก่อนที่นางจะพูดอะไร เผยจื่อเซวียนกดไหล่บางไว้ ก่อนจะก้าวออกไปแทน “ศิษย์น้องกวนเป็นสตรี เจ้าเป็นผู้ชายจะสู้กับหญิงสาว ชนะไปก็ไม่มีอะไรให้อวด ข้าเป็นศิษย ย์พี่ใหญ่ของนาง ไม่สู้ให้ข้ามาประลองกับเจ้าก่อนเป็นอย่างไร?”
ชายแซ่หวังไม่ได้บังคับฝืนใจต่อ อย่างไรเสียการชนะหญิงสาวก็ไม่มีอะไรน่าภูมิใจ แต่หากชนะเผยจื่อเซวียนซึ่งเป็นศิษย์คนโตของผู้อาวุโสซื่อเชวีย ทุกอย่างก็จะต่างออกไป
เขาจ้องพิจารณาเผยจื่อเซวียน ก่อนจะหยักยิ้มอย่างเย็นชา “ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อเจ้าอยากเสนอตัวเป็นคนแรก อย่างนั้นข้าก็จะสนองให้เจ้าเอง! ดูสิว่าเจ้าจะเก่งกาจสักเท่าใด!”
เขาสาวเท้าไปข้างหน้าขณะเอ่ย เผยจื่อเซวียนเองก็เช่นกัน เขายกมือส่งสัญญาณให้คนข้างหลังถอยห่างออกไป เพื่อเว้นพื้นที่สำหรับการประลอง
เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้เหลือบมองทั้งสองด้วยหางตาแวบหนึ่ง…
………………………………….
ตอนที่ 3121 กลัวเสียที่ไหน
แค่แวบเดียวนางก็รู้ว่าการประลองตานี้ เผยจื่อเซวียนเป็นฝ่ายชนะแน่นอน ในฐานะลูกศิษย์คนโตของซื่อเชวีย พลังของเผยจื่อเซวียนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาฝูงชน เขาเปิดฉากสู้คนแรก ซ้ำยังเป็นการสู้แบบตัวต่อตัว อย่างไรก็ไม่มีทางแพ้
ข้างล่างนั่น คนจากทั้งสองฝ่ายถอยห่างออกไป ขณะที่สองคนนั้นก็ถอยห่างออกจากกันด้วย พวกเขาขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกาย ก่อนจะชักกระบี่ชี้ใส่ฝ่ายตรงข้ามขณะเหินตัวเข้าป ปะทะกันทันที
พลังกระบี่อันดุดันพวยพุ่งออกไป เสียงแหวกอากาศดังขึ้น เงากระบี่พุ่งออกไปดุจภาพมายาลวงตา กระบี่สองเล่มปะทะกัน เกิดเป็นเสียงแหลมใสแสบหู คมกระบี่สองเล่มหันหน้าชนกันอย่างไม่ มีใครยอมถอย ทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงก้าวเดียว ระยะห่างเพียงก้าวเดียวกลับไม่มีใครยอมใคร ราวกับสัตว์ร้ายสองตัวที่ห้ำหั่นกัน จิตนักรบอันแข็งแกร่งพวยพุ่ง กระบี่ของเผยจื่อเซวี ยนลากลงด้านล่างอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นสะเก็ดไฟดวงเล็กๆ
“ซี๊ด!”
เสียงบาดหูทำให้ผู้ชมจากทั้งสองฝั่งขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว พวกเขามองดูสองคนที่อยู่ข้างหน้าต่อสู้กัน รวดเร็วทั้งท่าร่างและเงากระบี่ ดุจวิญญาณที่โฉบผ่านไป ทั้งสองมีวรยุทธ์ระดับ บกำเนิดวิญญาณเหมือนกัน แต่กลับมีพลังต่อสู้ที่แตกต่างกัน
เทียบกับคู่ต่อสู้ของเขา พลังต่อสู้ของเผยจื่อเซวียนเหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า อีกฝ่ายเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เผยจื่อเซวียนยังคงมีสีหน้าเรียบ นิ่ง แต่อีกฝ่ายนั้นเหงื่อท่วมหน้าผาก และเริ่มถอยหลังทีละก้าวเพราะรับมือไม่ไหว
ยิ่งตื่นตระหนก ยิ่งลนลาน พลังต่อสู้ก็ยิ่งถดถอย ทั้งยังรวดเร็วสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เขาจึงค่อนข้างรู้สึกร้อนรน ทำให้ถูกเผยจื่อเซวียนถีบจนกระเด็นตอนที่ไม่ทันระวัง ร่างของเขาลอย ออกไปไกลหลายจั้ง กระแทกเข้ากับกลุ่มของตนเอง
“เจ้าแพ้แล้ว” เผยจื่อเซวียนเอ่ยเสียงนิ่ง ตวัดกระบี่เก็บข้างหลัง
ชายคนนั้นจ้องเขาอย่างอาฆาต ก่อนจะผลักคนที่ประคองเขาออก แล้วพูดว่า “ใครบอกว่าข้าแพ้? ข้ายังไม่ยอมแพ้!” เขาจับกระบี่พุ่งตัวออกไปอีกครั้ง ความเร็วของเขาทำให้เผยจื่อเซวียน นที่เก็บกระบี่ไปแล้วต้องถอยกรูดอย่างตั้งตัวไม่ทัน
ในเสี้ยวนาทีที่กระบี่ของอีกฝ่ายใกล้จะแทงเข้าที่หน้าอกของเขา เผยจื่อเซวียนสายตาไหวระริก รีบเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง จากนั้นก็แย่งกระบี่จากมืออีกฝ่าย ก่อนจะพลิกข้อมือ จ่อ อคมกระบี่ไปที่ลำคอของเขา
“ตอนนี้ยอมแพ้หรือยัง?” เผยจื่อเซวียนถาม พร้อมกับกดคมกระบี่ลึกลงไป ส่งผลให้เลือดไหลออกมาเป็นเส้นตรงบนลำคอของฝ่ายนั้น
ชายแซ่หวังที่สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดตรงลำคอตัวแข็งทื่อ ก่อนจะกัดฟัน “ข้ายอมแพ้!”
“ในเมื่อยอมแพ้ อย่างนั้นก็เอาทรัพย์สินมีค่าของเจ้าออกมาเสีย!” เผยจื่อเซวียนเอ่ย คมกระบี่ยังคงกดอยู่บนลำคอของเขา
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาคมกริบ ยืนนิ่งไม่ยอมเอาทรัพย์สินมีค่าของตนเองออกมา
“อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะตุกติก?” เผยจื่อเซวียนถาม เขากดคมกระบี่บนลำคอของอีกฝ่ายอีกครั้ง เพื่อเป็นการเตือน
“เผยจื่อเซวียน! หากเจ้ากล้าทำอะไรข้า ตระกูลหวังไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ แน่!” เขาพูดจาข่มขู่
เผยจื่อเซวียนหรี่ตา จ้องอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดของมีค่าทั้งหมดบนตัวเขา รวมถึงแหวนมิติด้วย หลังจากเก็บของพวกนั้นแล้ว เขาก็ขยับกระบี่ออกจากคอของอีกฝ่าย
“หากพ่ายแพ้ไม่เป็น เช่นนั้นก็ไม่ควรสู้กับข้าแต่แรก” เผยจื่อเซวียนกล่าว เขาปักกระบี่ลงบนพื้น ด้ามกระบี่ที่แทงลงบนดินสั่นไหวเล็กน้อย
เผยจื่อเซวียนหันไปมองลูกศิษย์กลุ่มนั้น กวาดมองพวกเขาด้วยสายตาคมปลาบ “ใครอยากสู้กับข้าอีก?”