เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3144 ขาดศิษย์หรือไม่ / ตอนที่ 3145 ไม่พบ
ตอนที่ 3144 ขาดศิษย์หรือไม่
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาสองคนครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ยังตะลึงอะไรอยู่อีก ทำพันธสัญญากับสัตว์เทวะสองตัวเสีย จะได้รีบออกจากที่นี่กลับไปรักษาตัว”
“ขอรับ”
ซื่อเชวียกับมู่ซินกลั้นความตระหนกที่อยู่ในใจ แม้ตอนนี้พวกเขาสองคนจะล้วนได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น สัตว์เทวะระดับเก้าเชียวนะ! พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ทำพันธสัญญาทาสกับสัตว์เทวะระดับเก้าสักตัว สัตว์เทวะเช่นนี้แข็งแกร่งเกินไป ขาดอีกก้าวเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ระดับสัตว์มหาเทพ แม้เป็นเจ้าสำนักก็ใช่ว่าจะมีสัตว์พันธสัญญาที่แข็งแกร่งปานนี้
อีกทั้งพวกเขามีสัตว์พันธสัญญาเพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่งเช่นนี้ พลังของพวกเขา ตระกูลเบื้องหลังของพวกเขา ตำแหน่งของพวกเขา ล้วนจะยกระดับขึ้นจากแต่ก่อน อาจารย์นางมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้พวกเขาจริงๆ!
สองคนทำพันธสัญญาทาสกับสัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวอยู่ตรงนั้น ผู้อาวุโสสองคนที่ยืนงุนงงอยู่อีกด้านหนึ่งทนไม่ไหวในที่สุด สบตากันแล้วเดินไปถึงข้างกายเฟิ่งจิ่ว ยิ้มอย่างมีเลศนัยเชิงประจบ “ผู้อาวุโส ท่านยังขาดศิษย์หรือไม่ พวกข้าสองคนขาดอาจารย์คนหนึ่ง ขอท่านรับพวกข้าเป็นเศิษย์เถอะ! พวกข้าจะกตัญญูต่อท่านยิ่งกว่าซื่อเชวียและมู่ซินแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว ชำเลืองมองสองคนนั้นครั้งหนึ่ง “ข้าไม่ขาดศิษย์ ผู้อาวุโสทั้งสองอย่าพูดเล่นเลย”
“เอ่อ…”
สองคนยังคิดอยากพูดอะไรอีกหน่อย แต่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากพวกซื่อเชวีย เมื่อมองไปตรงนั้นก็เห็นพวกเขาปล่อยปราณออกมาคำหนึ่ง คล้ายกับทำพันธสัญญากับสัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวสำเร็จแล้ว บาดแผลบนกายฟื้นฟูเล็กน้อย
ซื่อเชวียและมู่ซินประคองกันลุกขึ้นยืน พวกเขามองเฟิ่งจิ่วแล้วคุกเข่าให้นาง คำนับยกใหญ่ “ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยเหลือ ขอบคุณอาจารย์ที่มอบสัตว์เทวะให้”
บุญคุณช่วยชีวิตดุจมอบชีวิตใหม่ บุญคุณมอบสัตว์เทวะให้ยิ่งใหญ่ดุจภูผา พวกเขาไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดชีวิต
พวกเขามองผู้อาวุโสสองคนคราหนึ่ง แม้ว่าเมื่อครู่นี้พวกเขาจะกำลังทำพันธสัญญากับสัตว์เทวะอยู่ ทว่าก็ได้ยินคำพูดของทั้งสองคนเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าใบหน้าของพวกเขาจะหนาได้ถึงขนาดนี้ กล้าขอเป็นศิษย์ของอาจารย์พวกตนเลยหรือเนี่ย คิดจริงๆ หรือว่าอาจารย์จะรับใครก็ได้เป็นศิษย์
จำต้องพูดว่าพวกเขารู้สึกไม่พอใจ มีความรู้สึกเหมือนถูกผลักไปอยู่มุมห้อง
เห็นสายตาที่มองมาจากซื่อเชวียและมู่ซินแล้ว ผู้อาวุโสสองคนก็กระแอมเสียงเบาอย่างอดไม่ได้อยู่บ้าง “เอ่อ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกเจ้าก็ออกไปก่อนเถอะ! รักษาแผลให้หายดี พวกข้าจะไปดูแถวนี้อีกหน่อยว่ายังมีศิษย์หลงเหลืออยู่หรือไม่”
“ไม่ต้องแล้ว”
ซื่อเชวียกล่าว จากนั้นจึงมองพวกเขา “ก่อนหน้านี้พวกข้าเจอศิษย์หลายคนจึงให้พวกเขาจากไป ที่นี่น่าจะไม่มีศิษย์สำนักดาราครามเซียนแล้ว อีกทั้งมีสัตว์ร้ายน่ากลัวกระจายอยู่โดยรอบ ไม่เหมาะรั้งอยู่นานจริงๆ ผู้อาวุโสสองท่านก็ไปจากที่นี่พร้อมกับพวกข้าเถอะ”
ได้ยินดังนั้นแล้วคนทั้งสองก็มองสบตากัน จากนั้นก็มองเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง คราวนี้จึงค่อยพยักหน้า “ดีเหมือนกัน” ออกไปแล้วนับจำนวณลูกศิษย์ดูก็รู้ว่าครบหรือไม่
ดังนั้นพวกเขาจึงประสานมือครั้งหนึ่ง บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายจนแตก ออกจากที่นี่ไปก่อน
เห็นคนทั้งสองจากไปแล้ว ซื่อเชวียกับมู่ซินถึงมองไปทางเฟิ่งจิ่ว เห็นดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วจึงบีบป้ายหยกจนแตกเช่นกัน แสงสายหนึ่งสว่างวาบ จากนั้นคนก็หายไปจากใจกลางของแดนลับแห่งนี้
ซื่อเชวียกับมู่ซินเห็นดังนั้นจึงเก็บสัตว์พันธสัญญาสองตัว ก่อนจะบีบป้ายหยกจนแตกและจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ด้านนอกนั้น มู่หลิงและเผยจื่อเซวียน ไปจนถึงหลินเฉิงจิ่นสามคนออกมาแล้วกลับไม่เห็นเฟิ่งจิ่ว พวกเขาร้อนใจขึ้นมาทันที เมื่อตามหาตรงค่ายกลเคลื่อนย้ายหลายแห่งรอบหนึ่งแล้วจึงมารวมตัวกันเพื่อสอบถาม “เป็นอย่างไรบ้าง พวกเจ้าพบนางหรือไม่”
…………………………………………….
ตอนที่ 3145 ไม่พบ
คำพูดเป็นเสียงเดียวกันทำให้คนทั้งสามจิตใจหนักอึ้ง หลินเฉิงจิ่นมุ่นคิ้ว “นางไม่ได้ออกมาหรือ” หายาทิพย์เจอแล้ว เหตุใดยังไม่ออกมาอีก
มู่หลิงและเผยจื่อเซวียนสบตากัน “บางทีอาจมีเรื่องให้ต้องเสียเวลาอยู่ด้านใน ด้วยพลังวรยุทธ์ของนาง พวกเราน่าจะไม่ต้องเป็นกังวลนะ”
คำพูดนี้นับว่าถูกต้อง เพียงแต่คนที่ควรจะออกมาด้วยกันกลับไม่ได้ออกมาด้วยกัน แม้จะรู้ว่าพลังของนางแข็งแกร่งมาก แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี นางกำลังทำอะไรอยู่ด้านในกันแน่ ถูกอะไรบางอย่างถ่วงไว้อย่างนั้นหรือ?
ทว่าขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากอีกด้าน
“ผู้อาวุโสซื่อเชวีย! ผู้อาวุโสมู่ซิน! พวกเจ้าบาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้อย่างไร”
ได้ยินเสียงร้องจากผู้อาวุโสที่อยู่ไม่ไกลแล้ว พวกเขาพลันอึ้งงัน ก่อนจะหมุนกายไปมองอย่างรวดเร็ว แต่เห็นเพียงคนสองคนที่ปรากฏตัวอยู่เหนือค่ายกลเคลื่อนย้ายใกล้ๆ นี้ ซึ่งก็คืออาจารย์ของพวกเขา และตอนนี้รอยเลือดบาดแผลบนตัวพวกเขาดูน่ากลัวยิ่งนัก
“อาจารย์!”
สามคนเรียกด้วยอารามตระหนกเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนวิ่งไปด้วยความรีบร้อน ขณะที่เร่งฝีเท้าไปข้างหน้า พวกเขาก็เห็นเด็กหนุ่มชุดขาวที่ถูกเบียดไปอยู่ด้านหนึ่ง นั่นก็คือเฟิ่งจิ่ว
เห็นนางออกมาได้อย่างปลอดภัย ในที่สุดพวกเขาก็สงบใจลงได้เสียที นางไม่เป็นไรก็ดีแล้ว นางออกมาแล้วก็ดีแล้ว เช่นนี้แล้วพวกเขาจะได้รายงานเหล่าอาจารย์ต่อไปได้
เพราะบนกายของอาจารย์สองคนเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส พวกเขาจึงไม่สนใจเฟิ่งจิ่ว เพียงเดินไปข้างหน้าแล้วช่วยประคองคนทั้งสอง “อาจารย์ พวกท่านบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไร”
“เร็ว ประคองพวกอาจารย์กลับไป!”
แม้ตอนนี้บนร่างกายพวกเขาจะมีบาดแผลเช่นกัน แต่พอเห็นอาจารย์ทั้งสองเป็นเช่นนั้นแล้ว พวกเขาย่อมไม่อาจเอาแต่สนใจบาดแผลบนร่างกายตนเองได้อีก เพียงประคองอาจารย์สองคนกลับยอดเขาอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นแล้วจึงตามไปช่วยประคองพวกเขากลับไปเช่นกัน ส่วนตรงมุมหนึ่ง ผู้อาวุโสที่รู้เส้นสนกลในสองคนมองพวกเขาจากไป พร้อมทั้งถอนหายใจเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ “น่าเสียดายจริงๆ! น่าเสียดาย!”
เหตุใดพวกเขาไม่กราบคนเช่นนั้นเป็นอาจารย์กันนะ พวกเขาอยากได้อาจารย์เช่นนั้นเหมือนกัน! นี่เป็นครั้งแรกที่อิจฉาคนอื่นที่มีอาจารย์เช่นนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่นึกเสียใจว่าเหตุใดไม่ใช่พวกเขาที่พุ่งขึ้นสู่แท่นประลองในตอนแรก
เฟิ่วจิ่วกลับยอดเขาพร้อมกับพวกเขา จากนั้นให้พวกเขากลับไปยังยอดเขาหลักของซื่อเชวียก่อน นางจะมาช่วยพวกเขารักษาบาดแผลบนร่างกาย เผยจื่อเซวียนและมู่หลิง ไปจนถึงหลินเฉิงจิ่นจึงส่งทั้งสองคนไปถึงกลางลานของยอดเขาหลัก
พวกปี้ข่ายจือที่รู้ข่าวว่าพวกเขากลับมาแล้วก็มาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน ที่ลานมีพวกมู่หลิงเฝ้าเอาไว้ พวกเขาย่อมเข้าไปด้านในไม่ได้ มองเห็นบาดแผลบนตัวของพวกเขามีไม่น้อย ปี้ข่ายจือจึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ “พวกท่านบาดเจ็บขนาดนี้ได้อย่างไร”
สามคนมองไปบนร่างกายตนเองครั้งหนึ่ง ยิ้มพลางตอบว่า “แค่บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น” ติดตามเฟิ่งจิ่วอยู่ด้านในหลายวัน พวกเขารอดออกมาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว มีแต่สวรรค์ที่รู้ว่าหลายวันนั้นพวกเขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
“ศิษย์พี่ พวกท่านกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยเถอะ พันแผลด้วย! พวกข้าจะเฝ้าที่นี่เอง” กวนเยว่ก้าวขึ้นมาพลางกล่าว
“ไม่ต้องหรอก” สามคนส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียง “อีกเดี๋ยวพวกข้าค่อยกลับไป พวกอาจารย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส หากไม่ได้เห็นกับตาว่าพวกเขาปลอดภัย พวกข้าย่อมยากจะสงบใจได้”
เห็นดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่พูดมากอีก เพียงยืนคอยท่าอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งประตูในลานเปิดออก เฟิ่งจิ่วเดินออกมาแล้ว
“พวกอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง” พวกเขาล้อมเข้าไปสอบถาม
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ไม่ต้องกังวล ช่วงนี้ให้พวกเขาพักรักษาตัวอยู่ในเรือนนี้เถอะ! อย่าเพิ่งกลับไปในถ้ำเลย”
ได้ยินดังนั้นแล้วทุกคนจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
……………………………………………