เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3146 หลอมโอสถ / ตอนที่ 3147 จวินเจวี๋ยซาง
ตอนที่ 3146 หลอมโอสถ
เห็นนางเดินออกไปด้านนอกแล้ว พวกมู่หลิงอดไม่ได้ที่จะถาม “ท่านจะไปแล้วหรือ”
เฟิ่งจิ่วชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองพวกเขาคราหนึ่ง “ข้าจะไปหลอมโอสถในถ้ำ เมื่อหลอมโอสถออกมาแล้วค่อยจากไป” นางกล่าวก่อนสาวเท้าเดินไป
“พวกเราเข้าไปดูอาจารย์เถอะ” พวกเขาพูดพลางเดินเข้าไปดูอาจารย์ทั้งสองพร้อมกัน ก่อนจะทิ้งคนสองคนเอาไว้คอยดูแล ส่วนศิษย์ที่เหลือให้กลับไปก่อน
หลังจากทุกคนออกจากแดนลับนั้นแล้ว เหล่าผู้อาวุโสก็เริ่มนับจำนวนคน ดูว่าขาดใครไปหรือไม่ สี่สำนักตกอยู่ในความวุ่นวายเพราะการคลายเขตหวงห้ามของแดนลับครั้งนี้ พวกเขาง่วนอยู่กับการตั้งเขตหวงห้ามของแดนลับกลับไปอีกครั้ง รวมไปถึงการคลายข้อจำกัดในการสืบสวน
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วกลับถึงถ้ำที่ก่อนหน้านี้ซื่อเชวียกับมู่ซินเตรียมไว้ให้นางกับโม่เจ๋ออยู่แล้ว นางเริ่มลงมือเตรียมสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถ
จากการเก็บงำและบ่มเพาะมานานหลายปี พลังวิญญาณในพื้นที่ของนางน่าจะมีเต็มเปี่ยม ตอนนี้ขอเพียงรวบรวมสมุนไพรวิญญาณที่ต้องการแล้วก็สามารถเริ่มหลอมโอสถได้ทันที
หลังวางขอบเขตและค่ายกลด้านนอกถ้ำเรียบร้อยก็เคลื่อนกายเข้าไปในห้วงมิติ เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นเหล่าไป๋ทำหน้าบึ้ง มองนางอย่างตำหนิ
เห็นดังนั้นนางจึงยิ้มพลางถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “เป็นอะไรรึ”
“เจ้านาย ท่านลำเอียง”
เหล่าไป๋กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ทำท่าทางไร้ความรู้สึก มันเหลือบมองอสูรกลืนเมฆาครั้งหนึ่ง แววตาขุ่นเคืองมองสัตว์ตัวเมียตัวนั้น จากนั้นก็กล่าวกับเฟิ่งจิ่ว “ท่านหาคู่ให้กลืนเมฆาแต่กลับไม่หาให้ข้าด้วย ข้าปวดใจนะ”
มันนอนอยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ราวกับว่าไม่มีเรี่ยวแรงขยับเลยสักนิดเดียว
ได้ยินดังนั้นเฟิ่งจิ่วจึงหัวเราะออกมาเสียงเบา “ที่แท้เพราะเรื่องนี้เอง!”
นางมองสัตว์ตัวเมียที่กำลังยืนอยู่ข้างกลืนเมฆา พลางกล่าวกับเหล่าไป๋ด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าคิดว่าเจ้าเป็นพวกอยากเป็นโสดไปจนตายเสียอีก แต่ในเมื่อเจ้ามีความคิดเช่นนี้ อย่างนั้นต่อไปหากมีโอกาสจะช่วยเจ้าหาสักตัวหนึ่ง แต่เมื่อถึงตอนนั้นแล้วแม้เจ้าจะพบเจอตัวอื่นที่ถูกใจอีก นั่นก็ทำได้แค่เพียงมองแล้ว”
เหล่าไป๋ได้ฟังแล้วอดคิดไม่ได้ “เช่นนั้นก็ช่างเถอะ” ใครจะรู้ว่าหากเจ้านายช่วยมันหาคู่แล้ว วันหน้ามันจะรู้สึกว่าสัตว์ตัวเมียตัวอื่นงดงามมากอีกหรือไม่
ทันทีที่พูดจบ เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมา นั่งยองๆ ลงลูบศีรษะของมันอย่างเบามือ แล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้าจะบอกเจ้าให้ว่าข้าไม่ได้ช่วยหาคู่ของกลืนเมฆา แต่มันถูกเจ้ากลืนเมฆาดึงดูดจนตามมา หากเจ้าเป็นเหมือนกลืนเมฆาได้ ต่อไปอาจมีสัตว์ตัวเมียมากกว่าหนึ่งตัวที่ถูกเจ้าดึงดูด เจ้าว่าจริงหรือไม่”
เหล่าไป๋ตาเป็นประกาย กลับมามีชีวิตชีวาโดยพลัน มันลุกขึ้นยืน ส่ายหางพลางเงยหน้าขึ้น “ถูกต้อง ข้าเหล่าไป๋ ข้าหล่อเหลางามสง่า พิเศษไม่เหมือนใครในโลก สัตว์ทั่วไปจะมาเทียบรัศมีข้าได้อย่างไร”
กลืนเมฆาได้ฟังดังนั้นพลางมองท่าทางหยิ่งทะนงของเหล่าไป๋ ทันใดนั้นก็เบะปากอย่างอดไม่ได้
สัตว์ตัวเมียด้านข้างเห็นแล้วก็ก้าวเข้าไป เอ่ยเสียงเบาว่า “มันไม่ได้น่าเกรงขามเท่าเจ้า ไม่ได้หล่อเหลาเท่าเจ้าเช่นกัน”
เมื่อได้ฟังคำพูดนั้น กลืนเมฆาก็เม้มปาก ชำเลืองมองมันครั้งเดียวจากนั้นก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก
เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินคำพูดนั้นพลันหัวเราะเสียงเบา นางมองสัตว์ตัวเมียตัวนั้นครั้งหนึ่งก่อนกล่าวต่อ “เอาล่ะ ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ พวกเจ้าอยู่ด้วยกันเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบ นางเดินไปทางสวนสมุนไพร เก็บสมุนไพรวิญญาณที่ต้องการใช้ รวมถึงหยิบวัตถุดิบสมุนไพรที่วางกองไว้จำนวนหนึ่ง สุดท้ายเมื่อเตรียมข้าวของอย่างดีแล้วถึงมายังกลางห้วงมิติ เพื่อเตรียมหลอมโอสถฟื้นฟูเส้นเอ็น
…………………………………………….
ตอนที่ 3147 จวินเจวี๋ยซาง
เฟิ่งจิ่วหลอมโอสถอยู่กลางห้วงมิติ ขณะเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ในเมืองสี่ทิศกลับกำลังรอการกลับมาของนาง
อีกด้านหนึ่ง กลางยอดเขาหลักของพรรคเริงรมย์
ด้านในป่าไผ่และภายในเรือนไผ่ หวันเหยียนเชียนหวาสวมชุดชั้นในนอนห่มผ้าอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดขาว ลมหายใจของนางมั่นคง ทว่ายังคงไม่ฟื้นขึ้นมา
ศิษย์หญิงสองคนคอยเฝ้าภายในเรือนไผ่ เมื่อเห็นเงาร่างสีขาวเดินเข้ามาจากด้านนอก ศิษย์หญิงสองคนรีบก้าวไปคารวะครั้งหนึ่ง เอ่ยเสียงเบาว่า “ศิษย์คารวะเจ้าสำนัก”
บุรุษคนหนึ่งวางมือหนึ่งไว้ที่หน้าท้อง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งไพล่หลัง สวมชุดคลุมสีขาวทั้งตัว ใบหน้างดงามดุจเซียน แต่กลิ่นอายทั่วกายกลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง แม้เขาจะมีใบหน้าที่เหมือนกับเทพสวรรค์ แต่ก็ยังทำให้ศิษย์หญิงสองคนก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ามองแม้สักครั้ง
เมื่อเขาเดินเข้าไป อุณหภูมิภายในห้องเหมือนกับลดลงหลายส่วน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงโบกมือครั้งเดียวศิษย์หญิงทั้งสองคนก็ถอยออกไปแล้ว
เขาก้าวไปข้างหน้า ฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้า สบายๆ เป็นอย่างยิ่ง มาถึงข้างเตียงด้านในแล้วมองสตรีนางนั้นที่นอนอยู่บนเตียงอยู่เนิ่นนาน เมื่อนั่งลงข้างเตียงแล้วจึงค่อยยื่นมือไปจับชีพจรของนาง
“ไยเจ้าไม่กลับไป”
เสียงกังวานกระจ่างดังขึ้น แตกต่างจากน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าดึงดูดของบุรุษทั่วไป เป็นเสียงเย็นใสที่มีเอกลักษณ์ ฟังดูราบเรียบ
ทว่าคำพูดที่เขาพลันเอ่ยขึ้นมา ฟังดูแล้วกลับแปลกประหลาด ภายในเรือนไผ่เงียบสงบ ราวกับว่าเสียงเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงภาพลวงตา
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เจ้าของกระบี่เริงรมย์ก็หันไปเหลือบมองอย่างเย็นชา มองไปยังเตียงนุ่มในเรือนไม้ไผ่ ขมวดคิ้วขณะกล่าวว่า “ไม่ได้ยินที่ข้าพูดกับเจ้าหรือ”
วิญญาณของหวันเหยียนเชียนหวาซึ่งร่างไร้เรี่ยวแรงนอนอยู่บนเตียงตะลึงงัน เห็นสายตาบุรุษคนนั้นจ้องมองมาที่นางอย่างเยียบเย็น ไม่ใช่สิ ต้องกล่าวว่าจ้องมองมาที่วิญญาณของนาง จึงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เจ้ามองเห็นข้าหรือ”
ความจริงวันนี้นางเพิ่งฟื้น เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าฟื้นแล้ววิญญาณกลับออกจากร่าง อีกทั้งยังกลับเข้าร่างกายของตนเองไม่ได้ ร่างกายของนางได้รับบาดเจ็บหนักยังไม่หายดี แม้วิญญาณออกจากร่าง ทว่าลมหายใจไม่ขาดช่วง ขณะนี้นางรู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนเป็นเบาหวิว ราวกับว่าเพียงลมแรงระลอกหนึ่งพัดเข้าใส่ก็สามารถปลิวหายไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงนอนอุดอู้อยู่บนเตียงนุ่มหลังนี้
ใครเล่าจะรู้ว่าเจ้าของกระบี่เริงรมย์จะมองเห็นนาง ต้องรู้ว่าศิษย์หญิงสองคนที่คอยเฝ้าอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้านั้นมองไม่เห็นว่านางนั้นนอนอยู่ที่นี่
และต้องขอบคุณศิษย์หญิงสองคนนั้น แม้ร่างนางยังคงไร้ซึ่งสติ แต่วิญญาณของนางกลับได้ยินบทสนทนาของศิษย์หญิงทั้งคู่ที่อยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้า จึงได้รู้ว่าที่นี่คือพรรคเริงรมย์ บุรุษผู้นี้ซึ่งเป็นเจ้าของกระบี่เริงรมย์เป็นคนช่วยนางกลับมา
ตอนนี้นางกลับเข้าร่างไม่ได้ พลังวิญญาณก็อ่อนกำลังเช่นกัน ไม่กล้าออกไปด้านนอก ด้วยกลัวว่าหากไม่ระวังจะถูกลมพัดไป จึงทำได้เพียงนอนอยู่ที่นี่
เห็นเจ้ากระบี่เริงรมย์จ้องมองนางอย่างเย็นชาตลอด นางพลิกร่างนอนตะแคงอย่างอดไม่ได้ มือข้างหนึ่งรองศีรษะ อีกข้างเกี่ยวปอยผมเล่น บนใบหน้างามล่มเมืองเผยรอยยิ้มมีเสน่ห์ “ท่านเซียวเหยา ไม่ใช่ว่าข้าไม่ยอมกลับไป! ข้ากลับไปไม่ได้ต่างหาก!”
ดูเหมือนหวันเหยียนเชียนหวาจะไม่สังเกตเห็น ทว่าบัดนี้นางมีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ขี้เล่นอยู่ที่มุมปาก มองบุรุษที่เหมือนกับเทพสวรรค์ผู้นั้น…
……………………………………………