เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3166 คุ้มครองคนผู้หนึ่ง / ตอนที่ 3167 ศิษย์เอกเช่นนี้น่ะหรือ
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3166 คุ้มครองคนผู้หนึ่ง / ตอนที่ 3167 ศิษย์เอกเช่นนี้น่ะหรือ
ตอนที่ 3166 คุ้มครองคนผู้หนึ่ง
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างมองหน้ากัน ยังคงไม่เข้าใจ เจตจำนงสวรรค์แฝงความหมายมากมายเกินไป บางทีในนั้นอาจมีเหตุผลบางอย่างที่พวกเขาไม่รู้…
ในตำหนักศิษย์เอก
ชายชราผู้นั้นพาโม่เฉินมายังตำหนักศิษย์เอกอย่างคุ้นเคย ขณะเดียวกันก็กล่าวว่า “ศิษย์เอก แม้ที่นี่จะไม่มีคนอยู่มาหลายปีแล้ว แต่ก็มีคนมาทำความสะอาดทุกวัน ของใช้ในชีวิตประจำวันทุก กอย่างมีครบครัน”
หลังจากพูดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ชายชราก็พาเขามายังสถานที่แห่งหนึ่ง “นอกจากตำหนักหลักข้างหน้าแล้ว ตำหนักศิษย์เอกซึ่งมีไว้ให้ศิษย์เอกอาศัยอยู่ทุกวันแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิ ทธิ์ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากศิษย์เอก คนที่มีตำแหน่งต่ำกว่าล้วนไม่อาจเหยียบเข้าตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้”
“ในตำหนักนี้มีบ่อน้ำพุร้อนวิญญาณแห่งหนึ่ง มีไว้ให้ศิษย์เอกอาบน้ำเป็นประจำ ด้านหลังบ่อน้ำพุร้อนวิญญาณเป็นดินแดนหน้าผา เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้านหลังตำหนักศิษย์เอก โดยรอบเจดีย์ศั กดิ์สิทธิ์จะมีค่ายกลปิดล้อม ที่นั่นนอกจากตำหนักหลักแล้ว ไม่มีใครเคยได้เข้าไป”
ชายชราพูดไปพลาง ช่วยให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมโดยรอบไปพลาง จนกระทั่งสุดท้ายแล้วค่อยคารวะอีกครั้งหนึ่ง “ศิษย์เอก พักผ่อนก่อนเถอะ! เจ้าตำหนักจะส่งคนที่คอยรับใช้ศิษย์เอกมาให้ ถึงตอนนั้นจะพามาคารวะศิษย์เอก”
“อืม เจ้าไปเถอะ!” โม่เฉินตอบรับเสียงหนึ่ง ให้เขาจากไป
ชายชราผู้นั้นถอยออกไป เหลือเพียงโม่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาเพียงลำพัง
เขามองเมฆหมอกข้างหน้า มองท้องฟ้าไร้ขอบเขต ลึกลงไปในดวงตาคล้ายกับมีบางอย่างวูบไหว ปล่อยให้ลมหนาวรุนแรงพัดเข้าใส่ เขายังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว ไพล่มือมองไกลออกไป ไม่รู้ว่ ากำลังคิดอะไรอยู่
สามวันให้หลัง เวลาเช้าตรู่
วันนี้ทุกคนในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ล้วนมารวมตัวอยู่ที่หน้าตำหนักใหญ่ พวกเขาเป็นผู้สืบทอดโบราณ แม้คนในตำหนักศักดิ์สิทธิ์จะมีไม่มาก แต่คนของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ทุกคนต่างก็เป็นบุคคล ที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญทั้งสิ้น
ความทะนงตนทำให้พวกเขาไม่ยอมรับน่าหลานโม่เฉินที่จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นศิษย์เอกโดยง่าย ต้องรู้ว่าผู้เป็นศิษย์เอกคือเจ้าแห่งตำหนักศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่เจ้าตำหนักเองก็ยังเรียกเขาว่า ศิษย์เอกด้วยความเคารพ ไว้หน้าเขาสามส่วน
เพราะตำแหน่งของเขามีความสูงส่งไม่ธรรมดา ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงไม่ยินดียอมรับ ด้วยอยากรู้ถึงพลังของเขาทั้งสิ้น
บุรุษชุดขาวรูปงามดุจเซียนอยู่ตรงที่นั่งด้านบน คนเบื้องล่างสบตากันครั้งหนึ่ง ตอนเจ้าตำหนักประกาศแล้วว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป น่าหลานโม่เฉินจะเป็นศิษย์เอกของตำหนักนี้ ก็มี คนก้าวออกมาทันที
“เจ้าตำหนัก”
ชายวัยกลางคนประสานมือคารวะ มองน่าหลานโม่เฉินในชุดสีขาวที่อยู่ข้างหลัง เสียงทุ้มต่ำมีพลังดังขึ้น “ข้ามีสามคำถาม ขอศิษย์เอกไขข้อข้องใจ”
เจ้าตำหนักเห็นดังนั้นแล้วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง ถอนใจเสียงเบาก่อนกล่าวกับโม่เฉิน “หากต้องการให้พวกเขาโอนอ่อน เห็นทีเจ้าต้องจัดการเอาเองแล้ว”
โม่เฉินยิ้มเล็กน้อย เดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่งอย่างช้าๆ มองชายวัยกลางคนที่เอ่ยวาจาเบื้องล่าง “ไม่ทราบว่าคำถามคืออะไร”
“หนึ่งถามคุณธรรม ขอถามศิษย์เอกว่ามีคุณธรรมอะไร” ชายวัยกลางคนถามเสียงขรึม น้ำเสียงแฝงลมปราณพลังวิญญาณ เสียงดังกังวานดังเข้าหูของทุกคน
ได้ยินดังนั้นแล้วโม่เฉินก็ยิ้มอ่อนโยน “การละทิ้งความปรารถนาคือคุณธรรมอย่างหนึ่ง และข้ายอมรับเจตจำนงสวรรค์ แล้วจะขาดคุณธรรมไปได้อย่างไร”
ทุกคนเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง ไม่มีใครเอ่ยวาจา ผ่านไปพักหนึ่งแล้วชายวัยกลางคนผู้นั้นถึงถามต่ออีก
“สองถามจิตใจ ขอถามศิษย์เอก เคยคิดเสียสละร่างกายให้สรรพชีวิตในใต้หล้าหรือไม่”
โม่เฉินมองชายวัยกลางคน พร้อมกันนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “สรรพชีวิตในใต้หล้าเกี่ยวอะไรกับข้า ที่ข้าต้องคุ้มครองมีเพียงคนผู้เดียว”
……………………………………………
ตอนที่ 3167 ศิษย์เอกเช่นนี้น่ะหรือ
ฟังดังนั้นแล้วทุกคนพลันอึ้งงัน เดิมคิดว่าเขาจะพูดว่าละทิ้งความเป็นความตายของตนเอง เตรียมจิตเตรียมใจเสียสละให้สรรพชีวิตในใต้หล้ามานานแล้ว ใครเล่าจะรู้ว่าเขาจะพูดว่าสรรพช ชีวิตในใต้หล้าเกี่ยวอะไรกับเขา ที่เขาต้องคุ้มครองมีเพียงคนผู้เดียวออกมา
แต่ละคนประหลาดใจและตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าเหลือเชื่ออยู่บ้าง ศิษย์เอกต้องสนใจใต้หล้า เป็นห่วงมนุษย์ไม่ใช่หรือ ไยพูดออกมาได้ว่าสรรพชีวิตไม่เกี่ยวกับเขา เขาคุ้มครองคน คนเดียวออกมาได้?
เจ้าตำหนักที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินแล้วแววตาทอประกาย เขามองพลางไพล่มือข้างหนึ่งไว้ข้างหลัง ส่วนอีกมือหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าท้อง บุรุษเหมือนเซียนในชุดสีขาวพลิ้วไหวลอบถอนใจ
“หากเป็นศิษย์เอก นั่นต้องสนใจใต้หล้าเป็นห่วงมนุษย์ไม่ใช่หรือ ศิษย์เอกไม่รู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่เหมาะสมหรือ” ชายวัยกลางคนผู้นั้นถามต่อ สายตาจ้องมองโม่เฉินในชุดสีขาวที่คล้ายกับ บไม่แปดเปื้อนกิเลสมนุษย์เขม็ง
จำต้องยอมรับว่าลักษณะปราณของน่าหลานโม่เฉินโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ปราณเซียนพันเกี่ยวบนร่างกาย สูงส่งไม่ธรรมดา บนตัวเขาไม่มีพลังปราณที่ร้ายกาจน่ากลัว เป็นเพียงปราณอ่อนโยนสง่าง งาม แต่กลับทำให้คนไม่กล้าดูถูก
ขณะที่เอ่ยคำถามนี้ ในใจเขาเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล ทั้งยังตื่นตระหนกอยู่บ้าง
คนผู้นี้เป็นถึงศิษย์เอกที่เจ้าตำหนักเลือกด้วยตนเอง เป็นตัวเลือกที่ได้มาจากการตอบรับเจตจำนงสวรรค์ เป็นศิษย์ใต้ร่มเงาศิษย์พี่ของเจ้าตำหนัก เป็นศิษย์เอกที่ตามหามานานหลายปีถึ งพบ และเรื่องที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ก็คือยั่วยุอานุภาพของอีกฝ่าย หากบอกว่าไม่ตระหนกเลยย่อมเป็นคำโป้ปดแล้ว
“ใต้หล้าเกี่ยวอะไรกับข้า มนุษย์เป็นอะไรกับข้า”
แววตาลุ่มลึกและราบเรียบของโม่เฉินมองไปยังชายวัยกลางคน เขามองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเป็นศิษย์เอกไม่ใช่เพื่อสรรพชีวิตในใต้หล้า ยิ่งไม่ใช่เพื่อมนุษย์บนโลก ทว่าเดินไ ไปข้างหน้าตามใจตน ทำทุกอย่างที่ต้องการ”
เมื่อได้ยินดังนั้นชายวัยกลางคนก็พูดไม่ออกอีก คนอื่นก็เช่นเดียวกัน เพียงมองเขาอย่างอึ้งงัน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นศิษย์เอกเช่นนี้
เห็นทุกคนเงียบงัน ไม่มีใครพูดจา เพียงมองนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น โม่เฉินจึงยิ้มบางแล้วถามว่า “ยังมีคำถามสุดท้ายด้วยไม่ใช่หรือ”
ชายวัยกลางคนถูกถามเข้าถึงได้ดึงสติกลับมาทันที เขารวบรวมความคิด มองโม่เฉินที่มีสีหน้าใคร่รู้เพียงเล็กน้อย หลังจากชะงักไปครู่หนึ่งก็ถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “สามถามอารมณ์ ขอถามศิ ษย์เอกว่ามีอารมณ์ใดบ้าง ตัดขาดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาได้จริงหรือ”
หากเป็นศิษย์เอกต้องตัดขาดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา ถึงจะฝึกบำเพ็ญจนก้าวหน้า ได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ในเจดีย์ มีพลังแห่งการคุ้มครอง แต่คนตรงหน้าเขากลับพูดว่าสรรพชีวิตใต้หล้าไม่เกี ยวกับตน ชีวิตนี้สนใจเพียงคุ้มครองคนผู้หนึ่ง เขารู้ว่าคนนั้นที่อีกฝ่ายต้องคุ้มครองก็คือเฟิ่งซิงอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าการคุ้มครองเช่นนี้เกิดจากอารมณ์หรือไม่?
ทันทีที่ได้ยิน ในดวงตาของโม่เฉินฉายแววเยือกเย็น เขามองชายวัยกลางคน มองจนชายวัยกลางคนไม่อาจมองเขาตรงๆ ได้ ทำได้เพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย หลุบตาลงปิดบังความไม่สบายใจและความกระ ะวนกระวายใจในดวงตา
“คนล้วนมีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา ข้าเองก็ไม่ยกเว้น เพราะเหตุนี้ข้าถึงต้องเข้าเจดีย์แห่งจิตวิญญาณเพื่อฝึกบำเพ็ญ” โม่เฉินเอ่ยเนิบช้า กวาดสายตามองทุกคนแล้วถาม “มีคนอื่นอยากพูดอะไร รอีกหรือไม่ วันนี้ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าถาม ไม่ถือโทษที่พวกเจ้ากังขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พ้นวันนี้ไป หากมีใครไม่เคารพข้า นั่นต้องโดนโทษหนักแล้ว!”
เสียงเนิบช้าไม่เร่งร้อนดังออกจากปากเขา น้ำเสียงแฝงพลังวิญญาณดังเข้าหูทุกคนอย่างชัดเจน พร้อมกันกับอานุภาพในคำพูด ไปจนถึงความนัยที่น่าครั่นคร้ามทำให้ทุกคนเข้าใจอย่างถ่องแท้เช ช่นกัน