เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3164 มีเพียงเขา / ตอนที่ 3165 เจตจำนงสวรรค์เป็นเช่นนี้
ตอนที่ 3164 มีเพียงเขา
เห็นดังนั้นแล้วโม่เฉินจึงเดินไปทางพรมแดงช้าๆ อย่างสบายใจ ไม่รีบร้อน เขาย่ำพรมแดงเดินไป ทุกย่างก้าวกลับคล้ายกับพื้นราบเรียบ ฝีเท้ามั่นคงทำให้เขามีท่วงท่าสง่างาม
ชายหญิงยี่สิบคนนั้นมองเขา สายตาเต็มไปด้วยการพิจารณาและเสาะหา พวกเขามองบุรุษชุดขาวเหมือนกับเซียนที่กำลังเดินไป ฝีเท้าเชื่องช้าทว่างามสง่า จึงอดไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าคนผู้นี้เป็นใครกัน
โม่เฉินเดินตามพรมแดงไปทางตำหนักตรงยอดเมฆ เข้าใกล้ตำหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้านหลังติดตามมาด้วยชายหญิงยี่สิบคนซึ่งเดินอย่างเชื่องช้าเช่นกัน จนกระทั่งเขามาถึงตรงหน้าตำหนักโบราณยิ่งใหญ่น่าเกรงขามถึงได้หยุดฝีเท้า
“เชิญ!”
ประตูเก่าแก่ค่อยๆ เปิดออก ชายหญิงชุดขาวยืนอยู่ข้างในสองแถว สายตาของแต่ละคนมองมาที่ตัวโม่เฉิน
โม่เฉินยังคงเดินเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ เมื่อมาถึงด้านในประตูใหญ่แล้ว ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยืนอยู่ตรงหน้าโม่เฉิน
“มีแขกมาเยือนจากแดนไกล เชิญเข้ามาเถอะ” ว่าแล้วเขาผายมือเชิญอีกฝ่ายเข้ามา
โม่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย ตามชายวัยกลางคนเดินเข้าไปข้างใน มาถึงยังกลางตำหนักโบราณ มองเห็นชายชราเปี่ยมไปด้วยปราณมรรคพลังเซียนนั่งยู่บนเก้าอี้ประธานของตำหนักใหญ่แห่งนี้
เขาประสานมือคารวะเล็กน้อย “ข้าน้อยโม่เฉินคารวะเจ้าตำหนัก”
กลางตำหนักใหญ่ สองฝั่งซ้ายขวามีคนนั่งอยู่ บ้างเป็นผู้อาวุโสอายุมาก บ้างเป็นชายวัยกลางคนไว้เคราแพะ และยังมีชายหญิงที่ยังเยาว์ สายตาของพวกเขาแต่ละคนล้วนจับจ้องมาที่โม่เฉิน พิจารณาอย่างสงบนิ่ง
“อาจารย์สบายดีหรือไม่”
ตรงเก้าอี้ประธาน ชายชราไว้หนวดเคราสีดอกเลาถามด้วยสีหน้าเมตตา สายตาอ่อนโยนมองที่ตัวโม่เฉินเช่นกัน มองเขาอย่างสงบอย่างนั้น
“สบายดีทุกอย่าง เขาให้ข้าเป็นตัวแทนมาเยี่ยมเยียนเจ้าตำหนัก และมอบหมายให้ข้านำถุงผ้าไหมถุงหนึ่งมามอบให้” เขาหยิบถุงผ้าไหมออกมาส่งให้ศิษย์ที่อยู่ด้านข้างขณะพูด
ศิษย์คนนั้นก้าวเข้ามารับสิ่งของไป เมื่อมอบให้เจ้าตำหนักแล้วจึงค่อยถอยไปยังด้านหนึ่ง
รับถุงผ้าไหมนั้นไว้แล้ว เจ้าตำหนักไม่ได้เปิดออกในทันที ทว่ามองโม่เฉินอย่างมีความนัยลึกซึ้งครั้งหนึ่ง จากนั้นกล่าวกับทุกคนในตำหนักว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โม่เฉินจะเป็นศิษย์เอกในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา”
ครั้นได้ยินดังนั้น ทุกคนเบื้องล่างพากันตกตะลึงอย่างอดไม่ได้ ศิษย์เอก? สายตาพิจารณาบุรุษชุดขาวครั้งหนึ่ง เกิดความสงสัยขึ้นในใจ ตำแหน่งศิษย์เอกว่างเว้นมานานหลายปี เจ้าตำหนักไม่เคยพูดถึงมาก่อน ไยวันนี้กลับ…
“เจ้าตำหนัก ขอถามว่าท่านผู้นี้เป็นใคร”
พวกเขารู้เพียงว่าอีกฝ่ายชื่อโม่เฉิน แต่ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครโดยสิ้นเชิง แล้วไหนเลยจะเป็นศิษย์เอกของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้
เมื่อได้ยินผู้อาวุโสคนหนึ่งถามแล้ว สายตาของคนอื่นๆ ก็มองไปยังเจ้าตำหนักด้วย
ก่อนจะถึงตอนนี้ เจ้าตำหนักไม่ได้พูดเรื่องเลือกศิษย์เอกกับพวกเขา ไยจู่ๆ จึงให้คนผู้นี้มารับตำแหน่งศิษย์เอกตำหนักศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีอานุภาพไม่ธรรมดา ตำแหน่งศิษย์เอกทั้งสำคัญและหนักหนา แล้วจะให้คนธรรมดามารับตำแหน่งได้อย่างไร?
อย่าว่าแต่เกิดความสงสัยในใจทุกคนในตำหนักเลย แม้แต่ตัวโม่เฉินเองฟังแล้วก็ชะงักไปเช่นกัน อาจารย์เขาเพียงสั่งให้มาส่งถุงผ้าไหม แต่ไม่ได้บอกว่าให้เขารับตำแหน่งศิษย์เอกอะไร จู่ๆ เจ้าตำหนักเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยเหตุใดกัน?
เห็นสีหน้ากังขาของทุกคนเบื้องล่างแล้ว เจ้าตำหนักที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานลูบเคราพลางยิ้ม “อาจารย์ของเจ้าคือเทียนจี อีกทั้งยังเป็นศิษย์พี่ของข้าผู้ชรา ปีนั้นออกจากตำหนักศักดิ์สิทธิ์เพื่อเลือกศิษย์เอก ข้าเคยพูดว่าวันหน้าศิษย์ของเขาจะเป็นศิษย์เอกของตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ วันนี้ศิษย์ของเขาปรากฏตัวขึ้นแล้ว ผู้ที่ได้รับเลือกย่อมมีเพียงเขา”
……………………………………………
ตอนที่ 3165 เจตจำนงสวรรค์เป็นเช่นนี้
เมื่อเสียงหยุดลง เขายิ้มเล็กน้อย สายตาอ่อนโยนทอดมองโม่เฉิน “และผู้ที่เป็นศิษย์ของเทียนจีอาจารย์ของข้าได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน”
ได้ยินดังนั้นแล้วทุกคนพลันใจสั่น ทุกสายตาหยุดอยู่ที่ร่างของโม่เฉิน คนหนึ่งในนั้นก้าวออกมาก้าวหนึ่ง “หากเป็นศิษย์เอกของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ หากปราศจากพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วจะใช้ได้อย่างไร ไม่ทราบว่าคุณชายน่าหลานมีตรงไหนที่แตกต่างกับคนอื่น”
ชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีทางยอมรับคนที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหนเป็นศิษย์เอกง่ายๆ อยากกลายเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ เขาต้องแสดงพลังที่ทำให้พวกตนเชื่อถือออกมา ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นศิษย์เอกแล้ว คนที่อยู่เบื้องล่างก็ไม่มีทางยอมจำนนต่อเขาเช่นกัน
พอได้ยินคำพูดของพวกเขาแล้ว โม่เฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาอ่อนโยนลุ่มลึกของเขามองผ่านคนเหล่านั้น สุดท้ายมองไปยังเจ้าตำหนัก ก่อนกล่าวว่า “ข้าไม่ได้อยากเป็นศิษย์เอกอะไร เจ้าตำหนักเลือกคนอื่นเถอะ! วันนี้ข้านำถุงผ้าไหมของอาจารย์มาส่งถึงที่แล้ว ข้าควรขอตัวลาเช่นกัน”
เขากล่าวแล้วประสานมือ หมุนกายเตรียมจากไป ทันใดนั้นเจ้าตำหนักบนที่นั่งประธานกลับหัวเราะขึ้นมา เอ่ยปากรั้งเขา
“ช้าก่อน”
เจ้าตำหนักยิ้มแล้วมองโม่เฉิน เมื่อเขาหยุดฝีเท้าแล้วจึงกล่าว “เมื่อครู่เจ้ายังไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของข้าผู้ชรา”
เขายิ้มและลุกขึ้นยืน มือไพล่หลัง เดินลงมาอย่างเชื่องช้า “ตำแหน่งศิษย์เอกว่างมาหลายปีมากแล้ว อาจารย์ของเจ้า ศิษย์พี่ของข้า เพื่อตามหาเจ้าแล้วถึงจากไป บนตัวเจ้านอกจากต้องรับหน้าที่ศิษย์เอกแล้ว ยังเป็นผู้คุ้มครองเฟิ่งซิงด้วย เจ้าในตอนนี้น่าจะยังไม่ได้พบกับเฟิ่งซิงกระมัง”
ทันทีที่ได้ยิน แววตาของโม่เฉินวูบไหวเล็กน้อย เขาหมุนกายมองไปทางเจ้าตำหนัก ทว่าไม่ได้กล่าวอะไร
คนอื่นๆ ได้ยินแล้วมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เจ้าตำหนักมาถึงตรงหน้าโม่เฉิน มองเขาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องที่เกี่ยวกับเฟิ่งซิง เจ้าน่าจะได้ยินมานานแล้วถึงจะถูกต้อง ในฐานะที่เป็นผู้คุ้มครองของเฟิ่งซิง หน้าที่ของเจ้าไม่ได้เล็กน้อยเลย”
เขาเดินอยู่กลางตำหนักใหญ่อย่างช้าๆ เดินไปถึงตรงประตูตำหนักทีละก้าว ไพล่มือมองท้องฟ้าข้างนอก ถอนใจกล่าวว่า “ใต้หล้านี้วุ่นวาย ตี้จวินกับเฟิ่งซิงมีเคราะห์ใหญ่ถึงตัว เมื่อเคราะห์เริ่มสร้างหายนะ สามโลกจะวุ่นวายหนัก ทุกชีวิตมอดไหม้ สรรพชีวิตในใต้หล้าจะจมลงสู่นรก”
ทันทีที่พูดจบ เขาหันไปมองโม่เฉิน “หากเจ้าไม่รับตำแหน่งศิษย์เอก รับหน้าที่ศิษย์เอก หรือว่าจะมองทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย”
โม่เฉินเม้มปากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เนิ่นนานถึงถามขึ้น “รับตำแหน่งศิษย์เอกแล้ว ยังต้องทำอะไรอีกบ้าง”
“ต้องเข้าเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อฝึกบำเพ็ญ” เจ้าตำหนักกล่าว ก่อนมองเขา “เจ้าต้องตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาข้างในนั้น ตัดขาดสายใยทุกอย่างเพื่อรับพลังศักดิ์สิทธิ์”
ได้ยินดังนั้นแววตาของโม่เฉินพลันวูบไหว เขาถอนสายตาอย่างช้าๆ ผ่านไปพักหนึ่งจึงกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็รบกวนเจ้าตำหนักจัดการแล้ว!”
เจ้าตำหนักมองเขาอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง คราวนี้จึงค่อยพยักหน้ากล่าวกับชายชราข้างกาย “พาศิษย์เอกไปพักผ่อนที่ตำหนักศิษย์เอกก่อน”
“ขอรับ” ชายชราตอบรับ คารวะโม่เฉินอย่างนอบน้อยแล้วผายมือเชิญ “ศิษย์เอก เชิญตามข้าผู้ชรามา”
“รบกวนแล้ว” โม่เฉินกล่าว หลังจากพยักหน้าให้เจ้าตำหนักแล้ว เขาจึงตามชายชราผู้นั้นไป
ครั้นโม่เฉินจากไปแล้ว มีคนถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า “เจ้าตำหนัก เหตุใดศิษย์เอกจึงต้องมีเพียงเขา”
เจ้าตำหนักมองเงาร่างที่จากไปสายนั้น ถอนใจเสียงเบาก่อนกล่าว “เจตจำนงสวรรค์เดิมก็เป็นเช่นนี้”
……………………………………………