เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3196 ยาระเบิดแล้ว / ตอนที่ 3197 ลงโทษ
ตอนที 3196 ยาระเบิดแล้ว
“จริงด้วย! เดานี้ไม่ได้ระเบิด!” นางยิ้มด้วยความประหลาดใจ ตายังคงมองเตาโอสถนั้น
ยาระเบิดแล้ว ทว่าเหตุโดเดาจึงไม่ระเบิดด้วย แปลกนัก!
“ใช่ๆ เจ้าหุบเขาบอกว่าเตาไม่มีทางระเบิด หลอมโอสถออกมาได้” คนจัดยาตัวน้อยรีบพูด
เหมือนกับเพื่อพิสูจน์ความจริงของคำพูดเขา ดวงตาสุกใสยังคงจ้องเขมึงไปยังเตาโอสถที่ยังไม่ถูก
ระเบิด
เห็นดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเสียงเบา “ข้ารู้แล้ว” นางมองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง “ดึกมากแล้ว
เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ! ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือของเจ้าที่นี่”
“แต่เจ้าหุบเขาบอกให้ข้ามาช่วย” คนจัดยากล่าว เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย นิ้วก้อยสัมผัสกัน
ยืนนิ่งด้วยไม่อยากจากไป
เฟิ่งจิ่วยิ้ม ถามว่า “เจ้าตัวเล็กขนาดนี้ จะช่วยอะไรข้าที่นี่ได้”
“ข้า … ข้าส่งสมุนไพรให้ได้ นายน้อยหญิงบอกให้ข้าทำอะไร ข้าก็จะช่วยทำ” เขากะพริบดา
แล้วเงยหน้าขึ้น มีสีหน้าจริงจัง ยืดอกเล็กน้อยคล้ายกับต้องการโน้มน้าวเฟิ่งเจิ่ว
เฟิ่งจิ่วคิดก่อนกล่าว “เช่นนั้นก็ได้! ตอนนี้เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยมาช่วย” ให้
เด็กตัวเล็กขนาดนื้อดนอนทั้งคืนคงไม่ดีแน่ ไล่เขากลับไปก่อนดีกว่า!
คนจัดยาตัวน้อยยังคงอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่คิดแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้า
และยืนยันว่า “พรุ่งนี้ข้าจะมาแต่เช้า” พูดแล้วเขาก็รีบหมุนกายวิ่งจากไป
เห็นเงาร่างของเขาวิ่งจากไป เฟิ่งจิ่วก็หัวเราะออกมาเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ คิดถึงเสี่ยวห้าว
เอ๋อร์ที่บ้านขึ้นมาทันที ตอนนี้เด็กคนนั้นเพิ่งเดินได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะวิ่งได้เร็วเช่นนี้เมื่อไหร่
ยังมีเขวียนหยวนโม่เจ๋อ ไม่รู้ว่าเขาออกฌานแล้วหรือยัง เห็นทีนางไม่กลับไปเช่นนี้ คนที่
บ้านคงเป็นห่วงเช่นกัน คิดถึงตรงนี้แล้วนางถึงนึกขึ้นมาได้ว่าจนถึงดอนนี้แล้วตนเองยังไม่ได้
ส่งข่าวบอกพวกเขาเลยว่านางปลอดภัยดี พวกฟั่นหลินส่งข่าวกลับไปแล้วใช่หรือไม่ นางลืม
ถามพวกเขาไปเสียสนิท
นางมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วหยิบป้ายหยกส่งสารออกมา เดิมคิดจะส่งข่าวให้เขวียน
หยวนโม่เจ๋อ แต่เมื่อนึกได้ว่าเขากำลังเข้าฌาน นางจึงเปลี่ยนไปใช้ป้ายหยกส่งสารบอกกล่าว
สถานการณ์ทางนี้กับเหลิ่งหวาแทน …
กลางดึกคืนนั้น นางหลอมโอสถอย่างต่อเนื่อง ทว่าโอสถก็ระเบิดออกมาตลอดทั้งคืน ส่วน
เตาโอสถไม่ได้ถูกระเบิดไปด้วย นางครุ่นคิดอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจว่าเตาโอสถนี้มีความพิเศษอยู่ที่
ตรงไหน?
ท้องฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่าง ตอนทางตะวันออกเริ่มมีแสง ในห้วงสมองนางพลันเกิด
ความคิดอันชาญฉลาด นางที่เดิมทีนั่งอยู่บนพื้นพลันตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
“ข้ารู้แล้ว!” นางกะพริบตาเป็นประกาย จ้องมองเดาโอสถข้างหน้า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เดา
โอสถ นั่นน่าจะเป็นสมดุลของไฟและการปะทะกันของสมุนไพรข้างใน”
นางตีศีรษะตนเองครั้งหนึ่ง “เหตุโดข้าคิดไม่ถึงเรื่องนี้กัน!”
ทันโดนั้นนางเตรียมจะหลอมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าการคาดเดาของตนเองถูกต้องหรือไม่
ทว่าตอนนี้เองเงาร่างสายเล็กกำลังถือกล่องอาหารเดินมาอย่างระมัดระวัง อีกทั้งใช้มือปกป้อง
กล่องอาหารอย่างดี คล้ายกับว่าป้องกันไม่ให้ข้าวของข้างในหกออกมา
เฟิ่งจิ่วมองสีท้องฟ้าครั้งหนึ่ง นึกประหลาดใจ เด็กคนนี้ตื่นเช้าขนาดนี้เชียวหรือ? อีกทั้งยัง
ถืออะไรบางอย่างมาด้วย
“นายหญิงน้อย ข้ามาแล้ว”
คนจัดยาตัวน้อยกล่าวพร้อมเร่งฝีเท้าเดินมา จากนั้นก็วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะสมุนไพร
วิญญาณ “ข้านำอาหารเช้ามาให้นายหญิงน้อยด้วย”
ครั้นฟังจบ เพิ่งจิ่วก็เดินไปข้างหน้า เห็นเขาเปิดกล่องอาหารออก แล้วหยิบสิ่งของ
หลายอย่างออกมาจากข้างใน
ตอนที่ 3197 ลงโทษ
“ข้านำโจ๊กเค็มกับขาลาเปามา คนที่ห้องครัวบอกว่าเป็นชาลาเปาไส้เนื้อหมูวิญญาณ
เมื่อครู่นี้ข้ากินไปแล้วอร่อยมาก ยังมีขนมเปี๊ยะใส่ไส้ด้วย” เขาพูดพลางมองเฟิ่งจิ่ว ถามอีกว่า “นาย
หญิงน้อย เท่านี้พอกินหรือไม่ หากไม่พอข้าจะกลับไปนำมาอีก”
“พอแล้ว” เพิ่งจิ่วยิ้ม ยื่นมือไปหยิกแก้มเขาครั้งหนึ่ง เหลือรอยนิ้วมือสองรอยบนใบหน้าเขา
โดยไม่คาดคิด นางหัวเราะเสียงเบาก่อนจะล้างมือไปพลาง ถามไปพลางว่า “เจ้ากินแล้วถึงมาหรือ
เช่นนั้นเจ้าก็ตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลยใซ่หรือไม่”
คนจัดยาพยักหน้า “อืม ไก่ขันข้าก็ตื่นแล้ว”
เฟิ่งจิ่วที่ล้างมือเสร็จแล้ววางข้าวของเหล่านั้นไว้บนพื้น จากนั้นนั่งลงบนพื้นหญ้าเพื่อกิน
อาหารเช้า พร้อมกันนั้นก็ถามไปด้วย “เจ้าชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่อว่าเทียนดง เจ้าหุบเขาเก็บข้ามาเลี้ยง”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วมองเขาครั้งหนึ่ง “โอ้? หมายความว่าเจ้าอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กจนโดหรือ’อืม ข้าอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กจนโต คนในหุบเขาเป็นคนดีมากทั้งนั้น คนที่ห้องครัวก็มักจะหา
ของให้ข้ากินเสมอ” ทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ เขาก็ยิ้มเบิกบานใจออกมา
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เพียงยื่นขนมเปี๊ยะใส่ไส้ให้เขา “เจ้ากินสิ่งนี้เถอะ! ข้า
กินโจ๊กกับขาลาเปาก็พอแล้ว”
“แต่เมื่อครู่ข้ากินมาแล้ว”
“เช่นนั้นรับไว้ก็พอ เมื่อเจ้าหิวก็ค่อยกิน” เฟิ่งจิ่วจัดการโจ๊กและขาลาเปาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ถามว่า “ให้เจ้ามาช่วย ข้าก็ยังไม่รู้ว่าจะให้เจ้าช่วยอะไร เอาอย่างนี้แล้วกัน! เจ้าส่งอาหาร
ให้ข้ากินทั้งสามมื้อก็พอแล้ว แต่หากข้ากำลังหลอมโอสถอยู่ เจ้าห้ามรบกวน”
เทียนดงพยักหน้าทันทีที่ฟังจบ “ขอรับ”
หลังกินอิ่มเฟิ่งจิ่วก็ทดลองดูอีกครั้ง นางลองควบคุมสมดุลไฟเป็นอันดับแรก ตามหลักการ
แล้วนางมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมไฟอย่างสมดุลอยู่แล้ว ไม่มีทางเกิดเรื่องเหนือ
ความคาดหมาย ดังนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสมดุลของไฟ แต่อยู่ในสมุนไพรวิญญาณที่ใส่เข้าไป
นั่นนับว่ายุ่งยากแล้ว
หากเป็นปัญหาที่สมุนไพรวิญญาณ เช่นนั้นต้องทำอย่างไรถึงจะป้องกันไม่ให้สมุนไพร
ข้างในปะทะกันได้? โอสถร่างสัตว์นี้เป็นโอสถระดับเจ็ด คิดไม่ถึงเลยว่าจะหลอมยากเย็นถึงเพียงนี้
สองวันผ่านไปนางก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหลอมโอสถร่างสัตว์ได้อย่างไร ไม่ว่านางจะหลอม
ตามขั้นตอนบนสูตรโอสถหรือหลอมตามวิธีการของตนเอง ก็ล้วนไม่อาจหลอมโอสถชนิดนี้ให้
สำเร็จได้
ใกล้หมดเวลาสามวันแล้ว นางยังคงไม่คืบหน้าเท่าไรนัก
เมื่อครบกำหนดสามวัน ราชาโอสถที่สวมชุดสีเทา มือหนึ่งลูบเครากำลังเดินมาอย่างช้ำๆ
ราวกับคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเฟิ่งจิ่วจะหลอมโอสถร่างสัตว์ออกมาไม่ได้
เมื่อมาถึงตรงหน้านางแล้ว เขาชำเลืองมองเตาโอสถที่ไม่มีความร้อนเลยสักนิดเดียว
จากนั้นจึงชำเลืองมองเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่บนพื้นครั้งหนึ่ง เขายิ้มพลางถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง หลอม
ไม่ได้หรือ”
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ขออาจารย์ชี้แนะด้วย” นางไม่รู้ว่าตนเองพลาดที่ขั้นตอนไหน
อย่างแท้จริง ด้วยเคยหลอมโอสถระดับเจ็ดอยู่ไม่กี่ครั้ง ทว่าโอสถร่างสัตว์ระดับเจ็ดนี้ นางหลอม
ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“ย่าๆ ชี้แนะไม่ยาก แต่การลงโทษ … ” เขาลูบเคราพลางชำเลืองมองเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วมองเขา ถามว่า “ไม่ทราบว่าอาจารย์จะลงโทษศิษย์อย่างไร” สิ้นเสียงนั้น เขา
พลันพลิกฝ่ามือ โอสถเม็ดหนึ่งปรากฏที่กลางฝ่ามือเขา
“ย่าๆ ศิษย์ข้า นี่ก็คือบทลงโทษที่อาจารย์เตรียมไว้ให้เจ้า” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นถือ
โอสถเม็ดนั้นก้าวมาข้างหน้าอย่างช้าๆ “มาๆ เจ้ามาลองดู”