เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3198 โอสถร่างสัตว์ / ตอนที่ 3199 ร่างมายา
ตอนที่ 3198 โอสถร่างสัตว์
“นี่คือโอสถอะไร”
เฟิ่งจิ่วถาม สายตาหยุดอยู่ที่โอสถเม็ดนั้น เห็นว่ายังคงเป็นโอสถระดับเจ็ด มุมปากนางกระตุกอย่างอดไม่ได้ ชายชราผู้นี้ จะลงโทษยังต้องนำโอสถระดับเจ็ดมาลงโทษนางอีกหรือ? ฝ่ายราชาโอสถไม่กล่าวมากความดังคาด ทั้งยังไม่เห็นว่าโอสถระดับเจ็ดเป็นจะเรื่องใหญ่อะไรด้วยซ้ำ
“ฮ่าๆ เจ้ากินก็รู้แล้ว” ราชาโอสถหัวเราะฮ่าๆ พลางกล่าว “วางใจเถอะ ไม่มีพิษ”
เฟิ่งจิ่วกลอกตา แน่นอนว่านางรู้ว่าไม่มีพิษ ปัญหาคือนางไม่อยากกลายเป็นหนูทดลองต่างหาก! นางถอยไปข้างหลังก้าวหนึ่ง “อาจารย์ เปลี่ยนวิธีการลงโทษเถอะ! ท่านบอกให้ข้าหลอมโอสถ ข้าดมกลิ่นโอสถจนเอียนแล้ว ท่านยังให้ข้ากินโอสถอีก นี่ไม่ใช่…อื้อ!”
นางยังพูดไม่ทันจบ ชายชราตรงหน้าก็ขยับตัวมาถึงด้านหน้าของนาง ปิดทวารนางเอาไว้ด้วยความเร็วอย่างยิ่งยวด ขณะเดียวกันยัดโอสถเม็ดนั้นเข้าไปในปากนาง มือหนึ่งจับคางนางเงยขึ้น ทำให้โอสถไหลลงไปในลำคอได้อย่างราบรื่น
เฟิ่งจิ่วเบิกตาโพลง ฝ่ายราชาโอสถลูบเคราพลางยิ้มกริ่ม “เจ้าพูดมากมายขนาดนั้นไปทำไม อาจารย์พูดคำไหนคำนั้นมาตลอด บอกว่าจะลงโทษเจ้า ก็ต้องลงโทษเจ้าอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ใช่การลงโทษทางกาย แต่เป็นการลงโทษด้วยโอสถ ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากรู้หรือว่านี่คือโอสถอะไร ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วถลึงตามองเขา ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะบีบบังคับโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเช่นนี้ นางรู้ว่าพลังของเขาลึกล้ำยากหยั่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าความเร็วของเขาจะเร็วเสียจนทำให้นางไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใด ตอนนี้ทั้งตัวนางแข็งเกร็งไม่อาจขยับได้แม้แต่เสี้ยวเดียว แม้แต่วาจาก็เอ่ยไม่ออก จึงจำใจต้องกลั้นโทสะไว้จนหน้าแดงก่ำ
ชายชราผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
“อืม ให้อาจารย์คิดหน่อย ส่งเจ้าไปอยู่ที่ไหนถึงจะดีนะ” เขาลูบเคราครุ่นคิด พลางเดินไปเดินมาอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว จากนั้นจ้องมองนาง ไม่นานก็ปรบมือครั้งหนึ่ง “รู้แล้ว!”
เฟิ่งจิ่วมีลางสังหรณ์อยู่เลือนราง อยากถามทว่ากลับพูดออกมาไม่ได้ ดังนั้นนางจึงใช้กระแสจิตถามว่า “อย่างไรเสียข้าก็เรียกท่านว่าอาจารย์ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรลงมือกับข้ารุนแรงเกินไปกระมัง”
ได้ยินดังนั้นแล้วชายชราก็หัวเราะฮ่าๆ “ศิษย์เอ๋ย! อาจารย์ไม่มีทางทำร้ายเจ้า อาจารย์มีแต่หวังดีกับเจ้า”
ขณะพูดอยู่นั้น เขาก็ใช้ปราณวิญญาณวาดค่ายกลโบราณบนพื้น ค่ายกลกะพริบแสงเปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณ หลังจากเขามองค่ายกลนั้นแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ดันเฟิ่งจิ่วเข้าไปอยู่กลางค่ายกลนั้น
“ศิษย์เอ๋ย! เจ้าพยายามเข้านะ ต้องรอดกลับมาให้ได้”
ชายชราพูดแล้วถือโอกาสตอนที่เฟิ่งจิ่วไม่ทันสังเกต ลงอาคมบนตัวนางชุดหนึ่ง จากนั้นก็กระตุ้นค่ายกล เมื่อแสงสว่างจากค่ายกลส่องออกมา เฟิ่งจิ่วก็หายไปจากกลางค่ายกลนั้นทันที
ราวกับอวกาศบิดเบี้ยว เฟิ่งจิ่วเพียงรู้สึกปวดศีรษะจนแทบระเบิด ทั้งตัวนางถูกแรงสายหนึ่งดูดเข้าไปในถ้ำดำมืดเพราะเสียการทรงตัว ตอนร่างกายตกลงถึงพบว่าตอนนี้นางอยู่กลางป่าแห่งหนึ่ง
ครั้นรู้สึกว่าขยับร่างกายได้แล้ว นางลุกขึ้นยืน ขยับมือเท้า ทว่าตอนนี้กลับปรากฏแสงสว่างวูบวาบบนร่างกาย เพียงนางเอี้ยวตัวก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นหงส์ไฟแล้ว
เสื้อสีแดงบนร่างกายกลายเป็นขนของนาง สิ่งที่ต่างจากหงส์ไฟก็คือร่างนกของนางไม่เลว ทว่าขนบนกายกลับเป็นสีแดงเจิดจ้าของเสื้อผ้า…
เห็นตนเองกลายเป็นนกไปเสียแล้ว สีหน้าของนางพลันมืดมน ตอนนี้เพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่ชายชราบังคับให้นางกินก็คือโอสถร่างสัตว์ระดับเจ็ด!
……….
ตอนที่ 3199 ร่างมายา
“ที่แท้ให้ข้ากินโอสถร่างสัตว์หรือนี่ ชายชราผู้นี้คิดทำอะไรกันแน่!” นางเพียงรู้สึกว่าโทสะกลุ่มหนึ่งพุ่งมาจากหน้าอก ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าตนเองจะกลายสภาพเป็นนกไปได้
ไม่รู้เหมือนกันว่าฤทธิ์ของโอสถร่างสัตว์คงอยู่นานเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ไม่ควรโยนนางมาอยู่ในสถานที่ใดก็ไม่รู้ ทั้งยังให้นางอยู่ที่นี่ด้วยร่างสัตว์อีกกระมัง คิดถึงตรงนี้แล้วนางถึงขั้นคิดอยากสังหารคนขึ้นมาทันที
“เอ๋? พวกเจ้าดูสิ! ทางนั้นมีนกสีแดงด้วย! ไม่ถูกๆ! นั่นคือเฟิ่งหวง!”
เสียงร้องด้วยความประหลาดใจพลันดังมา ทำให้เฟิ่งจิ่วดึงสติกลับมา นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนชำเลืองมองไปยังต้นเสียงที่ดังมาด้วยสายตาเยือกเย็น ทว่าการมองครั้งนี้กลับทำให้โทสะของนางยิ่งพลุ่งพล่าน
ทีแรกคิดว่าเป็นคน ใครเล่าจะรู้ว่ากลับเป็นปีศาจ!
ต้นไม้สองสามต้นตรงหน้าอาจมีอายุพันปีแล้ว ฝึกบำเพ็ญเป็นร่างปีศาจ ตอนนี้กำลังโบกสะบัดกิ่งก้านใบไม้พลางมองนางด้วยความตื่นเต้น เมื่อมองไปรอบๆ กลับเห็นต้นไม้ที่เดิมทีเป็นต้นไม้ธรรมดาไม่น่าสงสัยเหล่านั้น ปรากฏใบหน้าหนึ่งขึ้นมาบนลำต้น
“จับมันไว้! เลือดบริสุทธิ์ของเฟิ่งหวงเพียงพอให้พวกเรากลายร่างหลุดพ้นจากลำต้น!” ปีศาจต้นไม้เหล่านั้นพูดด้วยความตื่นเต้น โบกกิ่งไม้คิดจะจับตัวเฟิ่งจิ่วเอาไว้
ไม่ ในสายตาของปีศาจต้นไม้ นั่นเป็นเฟิ่งหวงตัวเล็กตัวหนึ่งเท่านั้น เฟิ่งหวงตัวเล็กงดงามที่ขนทั่วทั้งตัวเป็นสีแดงเจิดจ้า
เห็นปีศาจต้นไม้เหล่านั้นยื่นกิ่งออกมา เฟิ่งจิ่วพลันหรี่ตา กระตุ้นปราณวิญญาณในกายพร้อมกระพือปีกบินขึ้น เพียงชั่วแล่น ปราณวิญญาณพลันเอ่อท้นออกมา เพลิงผลาญลอยออกมาตามการกระพือปีก จู่โจมเข้าใส่ปีศาจต้นไม้เหล่านั้น
“ปีศาจต่ำต้อยกล้าบังอาจอยู่ต่อหน้าข้า!” นางบินขึ้นสู่กลางอากาศสูง มองปีศาจต้นไม้ที่ดิ้นรนส่งเสียงร้องน่าเวทนาท่ามกลางเปลวเพลิงจากด้านบน
“อ้าก...ซี้ด…”
ท่ามกลางไฟโหม ปีศาจต้นไม้ขยับกิ่งก้าน ใบไม้ถูกเผาท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น กิ่งไม้ไหม้ดำ สุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นขี้เถ้ากองหนึ่ง เหลือไว้เพียงเสียงร้องโหยหวนลอยไปตามสายลม…
เฟิ่งจิ่วหยุดอยู่กลางอากาศ มองภาพเบื้องล่าง ในสมองกลับกำลังครุ่นคิด ไม่รู้เหมือนกันว่าบาดแผลของพวกตู้ฝานเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากกินโอสถนั้นแล้ว หากโชคดีอาจอาศัยโอสถระดับเจ็ดนั้นทะลวงขั้นได้กระมัง
รวมถึงเจ้ากลืนเมฆา…
ตอนกำลังคิดถึงกลืนเมฆานั้นเอง ทันใดนั้นนางเพียงรู้สึกว่าร่างกายส่องแสงวูบวาบ กลายเป็นรูปร่างของเจ้ากลืนเมฆากลางอากาศ โดยขนบนร่างกายยังคงมีเพียงสีแดง ภาพที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้นางไม่ทันตอบสนองไปชั่วขณะหนึ่ง ร่างทั้งร่างของนางตกลงสู่เบื้องล่างเพราะสูญเสียสมดุล
“อ๊า!”
นางร้องด้วยความตกใจ ศีรษะทิ่มลง ทว่านางคิดได้ตอนใกล้ตกลงสู่พื้น ทันใดนั้นนางพลันกลายร่างเป็นหงส์ไฟ เมื่อกระพือปีกครั้งหนึ่งแล้ว นางก็กลับมาทรงตัวได้จากการร่วงหล่นและบินขึ้นอย่างมั่นคง ก่อนอดไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจออกมาเสียงเบา
“โอสถร่างสัตว์นี้ทำให้เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามสัตว์พันธสัญญาของข้าหรือ” นางพึมพำเบาๆ หลังจากมองรูปร่างในตอนนี้แล้ว ความคิดนางพลันโลดแล่น สะบัดร่างเปลี่ยนเป็นร่างของเหล่าไป๋
“เป็นเช่นนั้นจริงเสียด้วย”
นางเปลี่ยนกลับไปอีกครั้ง คงไว้ซึ่งรูปร่างของหงส์ไฟ นางมองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่บนภูเขาสูงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล นางบินไปทิศทางนั้นทันที คิดจะไปมองดูจากมุมสูงว่าสถานที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่?
พอกินโอสถร่างสัตว์เข้าไปแล้ว นางไม่เพียงกลายร่างเป็นสัตว์พันธสัญญาของนางได้ ยังครอบครองพลังการต่อสู้และเอกลักษณ์ของสัตว์พันธสัญญาอีกด้วย หลังบินไปพลางทดสอบไปพลาง สุดท้ายนางก็ใช้ร่างหงส์ไฟกลายร่างเป็นนกน้อยธรรมดาตัวหนึ่ง
อย่างไรเสียเป็นเช่นนี้แล้วย่อมไม่มีทางดึงดูดสายตาคน เพราะร่างเฟิ่งหวงของหงส์ไฟนั้นเตะตาเกินไป สร้างปัญหาได้ง่ายยิ่ง