เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3216 โชคชะตา / ตอนที่ 3217 ภูตหมอ
ตอนที่ 3216 โชคชะตา
นอกจากพวกเขาหลายคนแล้ว ยังมีชายหนุ่มที่นางเคยช่วยคนนั้นด้วย รวมถึงชายชราที่ได้รับบาดเจ็บสองคน แต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดน่าจะเป็นเด็กสาวที่ถูกบิดาของตนแบกไว้บนหลัง
ไม่พบกันครึ่งเดือน สีหน้าของเด็กสาวนางนั้นเปลี่ยนเป็นซีดขาวไร้สีเลือด ร่างกายผอมบางจากเดิมไปหนึ่งเท่าตัว ท่าทางอ่อนแรง ดูเหมือนมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานอย่างไรอย่างนั้น
“เป็นท่าน! ท่านเซียน!”
บุรุษที่นางเคยช่วยเรียกด้วยความดีใจ แต่เพราะได้รับบาดเจ็บที่ขา ทำให้เขาเร่งฝีเท้ากะโผลกกะเผลกมาถึงตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว “ท่านเซียน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบท่านอีกครั้งที่นี่ คราวก่อนท่านช่วยข้าเอาไว้ ข้ายังไม่ได้กล่าวขอบคุณท่านเลย!”
เขามองสตรีในชุดสีแดงทั้งตัวตรงหน้าอย่างตื่นเต้น ได้พบนางอีกครั้งหนึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาเห็นในวันนั้นเป็นความจริง สตรีที่อยู่ตรงหน้ายังคงสวมเสื้อผ้าสีแดงสะดุดตา อีกทั้งใบหน้ายังงดงามอย่างยิ่งยวด แม้ดวงตาจะเย็นชา ทว่าพอได้พบกับผู้มีพระคุณช่วยชีวิตอีกครั้ง เขากลับรู้สึกสนิมสนมมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งซาบซึ้งและสะเทือนใจ
“ท่านเซียน ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตเมื่อครั้งก่อน” เขาคารวะเฟิ่งจิ่วอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง มีเจตนาขอบคุณอย่างแท้จริง
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
“ท่านนี้คือ…” ชายวัยกลางคนที่แบกบุตรีอยู่เดินมาถึงตรงหน้า เห็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงเดินมาตามลำพัง แต่กลับมีสีหน้าท่าทางไม่ธรรมา จึงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
สตรีนางนี้กล้าหาญดีทีเดียว กล้าอยู่ที่นี่ตามลำพัง สถานที่ซึ่งมีแต่อันตราย กระนั้นกลับไม่มีท่าทางตกใจหรือหวาดกลัว ดูจากสีหน้าเรียบเฉยเย็นชานั้นแล้ว สตรีทั่วไปไม่อาจเทียบได้อย่างแท้จริง
“ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้พวกเราพลัดหลงกัน ข้าถูกปีศาจหมาป่าไล่ตามอยู่ในป่า เป็นท่านเซียนที่ช่วยข้าไว้” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ตอนข้าดึงสติกลับมาได้ ท่านเซียนก็จากไปแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกันที่นี่อีกครั้ง นับเป็นโชคชะตาจริงๆ!”
ฟังดังนั้นแล้ว มุมปากของเฟิ่งจิ่วพลันกระตุกเล็กน้อย ทว่านางเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรอีก
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” ชายวัยกลางคนเข้าใจแล้ว คราวนี้เขาวางบุตรีที่อยู่บนหลังลงใต้ต้นไม้ด้านข้าง จากนั้นก็ประสานมือคารวะเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง “ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยเหลือบุตรชายข้า ข้าผู้แซ่เฉิงซาบซึ้งยิ่งนัก”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า สายตาทอดมองเด็กสาวที่อยู่ทางนั้น “แม่นางผู้นี้เหมือนจะป่วยหนัก”
ครั้นชายวัยกลางคนได้ฟังดังนั้น สีหน้าของเขาพลันหม่นหมอง “นี่คือบุตรีข้า ร่างกายนางไม่แข็งแรง เมื่อติดตามพวกข้าอยู่ที่นี่ อาการของนางก็ยิ่งทรุดหนัก”
“ข้าพอรู้วิชาแพทย์ หากไม่รังเกียจล่ะก็ ข้าช่วยตรวจดูให้นางได้” เฟิ่งจิ่วกล่าว สายตายังคงหยุดอยู่ที่เด็กสาวนางนั้น เด็กสาวนับว่ามีวาสนากับนางอยู่บ้าง ตอนนี้ฤทธิ์ของโอสถร่างสัตว์หมดลงแล้ว ช่วยนางฝังเข็มตรวจอาการจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ทันทีที่ได้ยิน พวกชายวัยกลางคนกลับตะลึงงัน ไม่ได้รู้สึกดีใจ ทว่ากลับรู้สึกลังเลและคล้ายอยากสอบถาม การที่จู่ๆ มีคนคนหนึ่งโผล่ออกมาและบอกว่ารู้วิชาแพทย์ ทั้งยังต้องการรักษาโรคให้บุตรีเขา ไม่ว่าฟังดูอย่างไรก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรกระมัง
แม้รู้ว่าบุตรีของตนร่างกายไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอาการในตอนนี้ที่ค่อนข้างสาหัส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้คนที่จู่ๆ ก็โผล่มาแล้วบอกว่าตนรู้วิชาแพทย์มารักษาอาการให้บุตรีของเขาอย่างวางใจได้ อย่างไรเสียก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีกหรือไม่
ในฐานะที่นางรู้วิชาแพทย์ทั้งยังเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ เฟิ่งจิ่วจึงคาดเดาความรู้สึกไปจนถึงความคิดในใจของพวกเขาได้ แต่ในเมื่ออยากลงมือช่วยเหลือแล้ว เช่นนั้นก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด!
ดังนั้นจึงนางหยิบตราสถานะออกมาจากในห้วงมิติ ยื่นให้ชายวัยกลางคนผู้นั้นดู
………
ตอนที่ 3217 ภูตหมอ
“คราวนี้วางใจได้แล้วใช่หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วมองชายวัยกลางคนพลางถาม ในใจคิดว่ายากนักที่นางจะใจบุญช่วยเหลือคนคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่คิดเลยว่ายังต้องแสดงตราสถานะเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อในวิชาแพทย์ของนางด้วย
หากไม่ใช่เพราะเหตุผลก่อนหน้านี้ คาดว่านางก็คร้านจะทำความเข้าใจกระมัง อย่างไรเสียในฐานะที่เป็นภูตหมอ นางมีความทะนงตนของนางเอง การที่นางเอ่ยปากจะรักษาคนให้เองนี้นับเป็นเรื่องที่หายากยิ่งกว่ายาก
ตอนเห็นตราสถานะนั้น หลายคนต่างก็เบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก ขอบตาแดงเล็กน้อย
“ข้าผู้แซ่เฉิงมีตาหามีแววไม่ เสียมารยาทแล้ว เสียมารยาทแล้ว” ชายวัยกลางคนรีบกล่าว ขณะที่ขอโทษเฟิ่งจิ่วก็โค้งคารวะไปด้วย “ต้องขอรบกวนท่านแล้ว”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย เดินไปถึงข้างตัวเด็กสาวแล้วก็ช่วยนางจับชีพจร อาจเป็นเพราะการสัมผัส เด็กสาวจึงตื่นขึ้นจากการหลับใหล มองสตรีชุดแดงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความมึนงงอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด วินาทีที่ลืมตาขึ้นนี้ สตรีชุดแดงตรงหน้ากลับหลายเป็นสัตว์สีแดงตัวน้อยที่งดงามตัวนั้น
“เจ้าเป็นใคร” เด็กสาวถาม ดวงตาที่ไม่มีประกายเท่าไรนักจ้องมองเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วยิ้มบาง “เรียกข้าว่าภูตหมอก็ได้”
“ภูตหมอ? เจ้าเป็นหมอหรือ” เด็กสาวมองนาง เห็นนางยิ้ม รอยยิ้มนั่นช่างงดงามจับตานัก จึงกล่าวชมขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้าสวยจริงๆ”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะ “ข้าช่วยเจ้าฝังเข็มเอง แต่เจ้าพยายามผ่อนคลายร่างกายหน่อย”
“ขอบคุณเจ้ามาก แต่โรคของข้ารักษาไม่หาย เกรงว่าจะทำให้เจ้าลำบาก” เด็กสาวกล่าว ยังคงมองสตรีสวยสดตรงหน้า ด้วยรู้สึกว่านางนั้นสวยและมีเสน่ห์มาก มองดูแล้วก็อดกล่าวชมในใจไม่ได้ และนั่นทำให้ตนเองพลอยอารมณ์ดีมากขึ้นด้วย
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงหยิบเข็มเงินออกมาเริ่มฝังเข็มให้เด็กสาว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะง่วงเกินไปหรือร่างกายทนรับไม่ไหว เด็กสาวจึงค่อยๆ ปิดเปลือกตาหลับไป
หลายคนที่อยู่ข้างๆ เริ่มไม่สบายใจ ทั้งเป็นกังวลและกระวนกระวาย โดยเฉพาะตอนพวกเขาเห็นสตรีชุดแดงหยิบเข็มออกมาทิ่มลงไปโดยไม่คิด ความสะเพร่าเช่นนั้น วิธีการเช่นนั้น พวกเขามองแล้วเหงื่อตกทันที
แต่พอคิดถึงตราสถานะนั้น ทุกคนก็ปลอบใจตนเองอย่างเต็มที่โดยพลัน ไม่เป็นไรๆ อีกฝ่ายมีตราสถานะนั้น เท่ากับพวกเขากังวลมากเกินไปแล้ว
เวลาผ่านพ้นไป หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วยาม เฟิ่งจิ่วจึงค่อยเก็บเข็มเงินเหล่านั้นกลับมา ขณะเดียวกันก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาป้อนให้เด็กสาวกิน สุดท้ายก็เติมพลังแห่งชีวิตเข้าไปในร่างกายนางเล็กน้อย จากนั้นจึงให้นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
“ใช้ได้แล้ว” นางหยิบข้าวของทั้งหมดขึ้นมา มองไปทางพวกเขา
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนตะลึงงันไปในทันใดโดยเฉพาะชายวัยกลางคน เขามองเฟิ่งจิ่วนิ่งๆ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “ภูตหมอ เอ่อ คือว่า ใช้ได้แล้วหมายความว่าอย่างไร”
เห็นสีหน้าเครียดเกร็งของชายวัยกลางคนแล้ว เฟิ่งจิ่วเพียงหัวเราะเบาๆ “บุตรีเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว พวกเจ้าอย่าอยู่ที่นี่นานเลย พานางกลับไปพักฟื้นสักพักหนึ่ง ร่างกายย่อมฟื้นฟูกลับมาเอง ส่วนอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ ตอนนี้หมดไปแล้ว ไม่มีปัญหาแล้ว”
“จะ…จริงหรือ นะ…นางไม่เป็นไรแล้วหรือ” ชายวัยกลางคนถามเสียงสั่น รู้สึกไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง ถึงขนาดไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
………