เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3214 ไร้ใจ / ตอนที่ 3215 ฟื้นคืน
ตอนที่ 3214 ไร้ใจ
หวันเหยียนเชียนหวาเดินไปทางป่าไผ่ เห็นเขตแดนนั้นหายไปแล้ว นางยกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ เผยให้เห็นรอยยิ้มงดงาม ก่อนจะกล่าวอย่างนึกสนุกว่า “หรือคิดว่าข้าไปแล้ว ถึงได้ปลดเขตแดนนี้ออก”
นางเดินไปข้างหน้า มาถึงด้านหน้าเรือนไม้ไผ่ เห็นบุรุษชุดขาวคนหนึ่งกำลังถือม้วนตำราอ่านอยู่ข้างใน นางดันประตูเดินเข้าไป
“เห็นทีหัวหน้าพรรคเริงรมย์จะสบายอกสบายใจทีเดียว!” นางมองเขาด้วยดวงตางดงาม สายตากวาดมองตำราในมือเขา “ด้วยความรู้ความสามารถของหัวหน้าพรรคเริงรมย์ ยังต้องอ่านตำราทั่วไปเช่นนี้ด้วยหรือ”
ขณะพูดอยู่นั้น นางก็เดินเข้าไปข้างในแล้ว ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ จวินเจวี๋ยซางด้วยท่าทางคล้ายกับร่างกายปวกเปียกไร้กระดูก มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองเขาอย่างสนอกสนใจ “หัวหน้าพรรคเริงรมย์ ท่านให้คนส่งข่าวไปที่ตระกูลหวันเหยียน ให้พวกเขามาพาข้ากลับไปได้อย่างไร ท่านทำเช่นนี้ไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ”
จวินเจวี๋ยซางมองนางที่อยู่ตรงหน้า น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ถึงขนาดเจือความเย็นชาเล็กน้อย ถามว่า “ไยเจ้ายังไม่ไปอีก”
“ข้าเคยพูดแล้วไม่ใช่หรือ ข้าชอบพอหัวหน้าพรรคเริงรมย์ ก่อนที่หัวหน้าพรรคเริงรมย์จะรับรักข้า ข้าจะไปได้อย่างไร” นางขยับปลายนิ้วม้วนปอยผมตนเองเล่น ดวงตาน่ามองคู่นั้นกำลังมองบุรุษตรงหน้าอยู่
นางพูดออกมาราวกับไม่เสียเวลาคิดอย่างไรอย่างนั้น แต่มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่รู้ว่านางเองก็รู้สึกเป็นกังวล กระวนกระวายใจ และเขินอายเช่นเดียวกัน อย่างไรเสียนางก็สารภาพรักกับบุรุษที่นางชอบในฐานะสตรีคนหนึ่ง แล้วนางจะเยือกเย็นอยู่ได้อย่างไร
ทว่านางนั้นทำอะไรจริงจังเสมอ และไม่ใส่ใจสายตาคนอื่นสักเท่าไร ถึงได้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา ถึงได้ถูกมองข้ามครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ได้ หลังจากถูกมองข้ามแล้ว นางหวังว่าจะได้รับการตอบรับบ้าง
นางรู้ว่าสตรีที่มีรูปลักษณ์งดงามเช่นนางบอกรักบุรุษคนหนึ่ง คนมากมายรู้เข้าอาจไม่เชื่อ เพราะนางดูเหมือนสตรีที่ไม่ดี ทุกการเคลื่อนไหวและรอยยิ้มของนางมีเสน่ห์ที่เย้ายวนใจ ผู้อื่นอาจจะคิดว่านางเป็นสตรีเลวร้ายไม่จริงใจ เพราะเหตุนี้เอง หากนางอยากได้รักคืนมาจากคนที่นางชอบ เกรงว่าจะต้องทุ่มเทกว่าคนอื่นมากหน่อย
“เจ้ากับข้าเป็นไปไม่ได้ อย่าเสียเวลากับข้า” จวินเจวี๋ยซางกล่าว วางตำราในมือลงแล้วยืนขึ้น ขณะเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก กลับเห็นสตรีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว ขวางทางไปของเขาเอาไว้
“ท่านยังไม่เคยลอง แล้วรู้อย่างไรว่าท่านกับข้าเป็นไปไม่ได้” หวันเหยียนเชียนหวามองเขา แต่ทั้งหมดที่นางเห็นคือดวงตาที่ลึกล้ำ สงบ และไม่แยแสของเขา หยั่งลึกราวกับน้ำทะเล ยากจะเข้าใจสิ่งที่เขาคิดอยู่ได้โดยสิ้นเชิง
จวินเจวี๋ยซางมุ่นคิ้วมองนาง น้ำเสียงเย็นชาไม่ต่างจากหนามน้ำแข็ง “เจ้าเป็นสตรี เจ้าทำเช่นนี้ไม่รู้จักอายเลยหรือ หากรู้ว่าช่วยเจ้าแล้วเจ้าจะเกาะติดข้าเช่นนี้ ข้าไม่มีทางช่วยเจ้าแน่!”
เมื่อเขาพูดจบก็สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าก้าวใหญ่เดินไป
หวันเหยียนเชียนหวาฟังวาจาโหดร้ายทิ่มแทงใจเช่นนั้นแล้ว เพียงรู้สึกว่าความเยือกเย็นสายหนึ่งแผ่ขยายออกมาจากในหัวใจ ทำให้ทั้งตัวนางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ใบหน้าสดสวยเปลี่ยนเป็นซีดขาวเพราะคำพูดนี้ รอยยิ้มที่อยู่บนหน้าหดหายไปในวินาทีนี้เช่นกัน นางหลุบตาลงเล็กน้อย ขนตาสั่นไหว ทันใดนั้นนางก็แสดงสีหน้าเปราะบางออกมา
……….
ตอนที่ 3215 ฟื้นคืน
นางยืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ นานแล้วก็ยังไม่ขยับ จนกระทั่งครู่หนึ่งแล้วนางถึงเงยหน้ามองไปข้างนอก จวินเจวี๋ยซางผู้นั้นหายไปไม่เห็นแล้ว ทว่าคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้กลับยังคงดังก้องอยู่ที่ข้างหูนาง…
“ข้าไม่รู้จักอายจริงหรือ” นางพึมพำเสียงเบา ในดวงตาปรากฏความสับสน “เสียดายที่ช่วยข้ามาหรือ”
เมื่อก่อนบุรุษพวกนั้นตามเกี้ยวนาง นางหนีหาย ตอนนี้ถึงคราวนางเกี้ยวคนผู้หนึ่งแล้ว ทว่ากลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้นางรับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าการถูกปฏิเสธเจ็บปวดเพียงใด
แม้รู้ตัวว่ารักเขา แต่ความรักนี้ไม่อาจได้มาโดยง่าย หากสองคนเดินไปด้วยกัน พวกเขาต้องผ่านปัญหามากมายอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางอดที่จะรู้สึกสับสนไม่ได้
นางรักเขาอยู่ฝ่ายเดียวจริงหรือ?
แม้นางจะทนรับความรู้สึกรักข้างเดียวได้ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้นางเดินต่อไปได้ไกลเช่นกัน นางอยากเดินต่อไปจริงหรือ? นางที่ไม่เคยมีความรักมาก่อน ตอนนี้จึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรอยู่บ้าง คำพูดที่อาเจ็ดพูดกับนางก่อนหน้านี้คล้ายยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู ทว่านางในตอนนี้สับสนมากจริงๆ…
“ไม่รู้ว่าหากเปลี่ยนเป็นเสี่ยวจิ่ว นางจะจัดการอย่างไร” นางพูดพึมพำ คิดถึงเฟิ่งจิ่วขึ้นมา หากเป็นเฟิ่งจิ่ว นางจะทำอย่างไร?
นางเดินออกไปข้างนอกอย่างเชื่องช้า เดินไปยังเรือนไม้ไผ่ที่ตนอาศัยอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ด้วยเหตุนี้นางจึงมองไม่เห็นว่าในป่าไผ่ข้างหลังนางนั้น เงาร่างสีขาวสายหนึ่งเดินออกมาแล้ว กำลังใช้มือไพล่หลังมองนางอยู่เงียบๆ
แววตาของจวินเจวี๋ยซางลึกล้ำดุจมหาสมุทร บนกายยังคงมีกลิ่นอายที่น่าประหลาด เขามองหวันเหยียนเชียนหวากลับเรือนไม้ไผ่ของตนเองไปอย่างเงียบเชียบ คราวนี้เขาถึงได้หลุบตาลง ปกปิดความรู้สึกในดวงตาก่อนเดินไปทางเรือนของตนเองบ้าง
หวันเหยียนเชียนหวาที่กลับถึงเรือนไม้ไผ่ของตนแล้วหยิบหยกสื่อสารกับเฟิ่งจิ่วออกมา นางลังเลว่าจะถามเฟิ่งจิ่วดีหรือไม่ จึงจับป้ายหยกส่งสารในมือเล่นอยู่ตลอด จนกระทั่งสีท้องฟ้าข้างนอกค่อยๆ มืดลง นางถึงตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เฟิ่งจิ่วฟัง ขณะเดียวกันก็อยากถามเช่นกันว่าหากเป็นนาง นางจะจัดการอย่างไร?
เฟิ่งจิ่วที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับไม่รู้เรื่องนี้ เพราะนางอยู่ในฤทธิ์ของโอสถร่างสัตว์ สองวันนี้กลางวันนางอยู่ในร่างสัตว์ กลางคืนกลับฟื้นคืนเป็นร่างคน พเนจรอยู่ที่นี่ตลอดเวลา แต่วันนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว นางมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งที่พบเข้าโดยบังเอิญ คิดจะฝึกบำเพ็ญปราณวิญญาณภายในร่างกาย ย่อมไม่คิดไปถึงข้อความจากป้ายหยกสื่อสารในห้วงมิติ…
นางแกร่วอยู่ที่นี่มาครึ่งเดือนแล้ว ครึ่งเดือนมานี้ กลางวันนางไปล่าสัตว์ปีศาจในป่า การตอบสนองระหว่างการต่อสู้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงฝีมือการต่อสู้เช่นกัน ส่วนกลางคืนฟื้นคืนกลับเป็นร่างคนแล้วก็ฝึกบำเพ็ญปราณวิญญาณ ทำเช่นนี้ยาวนานถึงครึ่งเดือน
วันนี้ตอนเช้าตรู่ เมื่อนางลืมตาขึ้นพบว่าตนเองยังคงอยู่ในร่างคน นางอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ฤทธิ์โอสถร่างสัตว์หมดแล้วหรือ ใช้เวลาครึ่งเดือนเต็มๆ นานทีเดียวจริงๆ!”
แต่คิดดูแล้วก็ถูกต้อง โอสถร่างสัตว์ระดับเจ็ด มันจะหมดฤทธิ์ภายในระยะเวลาสองสามวันได้อย่างไร?
“เห็นทีวันนี้ต้องฉลองสักหน่อยแล้ว” วันนี้นางอารมณ์ดีไม่น้อย เตรียมจะฉลองเล็กน้อย ขณะที่เดินอยู่ในป่า สัตว์ปีศาจตัวน้อยโดยรอบจำนวนหนึ่งก็หลบหลีกนางตามสัญชาตญาณ อย่างไรเสียตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนนี้ก็พูดได้ว่าสัตว์ปีศาจแถบนี้ล้วนหวาดกลัวนาง เห็นนางแล้วล้วนหมุนกายเดินหนีไปในทันที
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงคือ นางกลับได้พบกับผู้คนที่นางพบเมื่อนานมาแล้วอีกครั้งในวันนี้ นั่นก็คือชายวัยกลางคน บุตรีของเขา บุรุษสองคนนั้น ไปจนถึง…