เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3256 เดินไม่ได้ / ตอนที่ 3257 ฆ่า
ตอนที่ 3256 เดินไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ตอนที่พวกเขาค่อยๆ ล้มลงทีละคน แทบจะเรียกได้ว่าคนข้างหลังไม่สังเกตเห็นเลย กลืนเมฆาโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ลากพวกเขาที่ล้มลงออกไปทีละคน
ความเงียบสงัดของทั้งจวนตระกูลฉินในค่ำคืนนี้คล้ายกับเงียบสงัดยิ่งกว่าทุกคืนที่ผ่านมา แม้แต่ยามลาดตระเวนตอนกลางคืนก็เห็นอยู่ไม่ถึงครึ่ง ไม่ใช่ว่าไม่มีการสังเกตการณ์ยามค่ำคืน แต่เฟิ่งจิ่วสั่งไม่ให้พวกเขาออกจากประตูในคืนนี้ ได้ยินเสียงอะไรก็อย่าออกมาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้แม้พวกเขาจะสงสัยว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทว่าก็ไม่กล้าก้าวออกจากประตูห้องแม้แต่ครึ่งก้าว
กลางศาลาที่ไม่ไกลจากสวนดอกไม้ เฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงนั่งร่ำสุราอยู่ที่นั่นตามลำพัง ดวงตาสุกใสชำเลืองมองคนหมดสติที่ถูกกลืนเมฆาลากออกมาทีละคน
หลังจากรู้ว่าคนพวกนี้เข้าเมืองมาแล้ว เมื่อฟ้ามืดลง นางก็ห้ามไม่ให้คนตระกูลฉินออกจากห้อง ส่วนตนเองก็วางค่ายกลในจวนตระกูลฉินไว้ไม่น้อย อีกทั้งยังใช้สมุนไพรในค่ายกลอีกด้วย ขอเพียงพวกเขากล้าเข้ามา นางก็สามารถจับพวกเขาได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเลย
เห็นศิษย์สำนักสัตยุทธ์ถูกกลืนเมฆาลากออกมาจากในค่ายกลหลายแห่งทีละคน เฟิ่งจิ่วพลันยกยิ้มที่มุมปาก มีพลังเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังกล้ามาหาเรื่องถึงที่ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ
“นายท่าน ในค่ายกลทั้งหลายเหมือนจะไม่มีใครแล้ว” กลืนเมฆากล่าว มองเจ้านายที่อยู่ในศาลา
“น่าจะรู้แล้วกระมัง แต่ไม่เป็นไร เหล่าไป๋เฝ้าอยู่ข้างนอก ในเมื่อมาแล้ว ข้าจะไม่ให้พวกเขารอดไปได้แม้สักคนเดียว” เฟิ่งจิ่วว่า วางจอกสุราในมือแล้วลุกขึ้น “พวกเราไปดูหน่อยเถอะ!”
“ได้” กลืนเมฆาตอบรับ ตามหลังนางออกไป
เพราะคนที่อยู่ข้างนอกไม่เห็นถึงความเคลื่อนไหวใดๆ จึงทำให้เจ้าสำนักใหญ่และเจ้าสำนักรองสองคนที่คอยอยู่ข้างนอกรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง เห็นจวนตระกูลฉินยังคงเงียบเชียบดังเดิม ทั้งคู่จึงขมวดคิ้ว
“ทำไมไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่”
“หากเกิดเรื่องขึ้นจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยได้อย่างไร”
สองคนสนทนากัน เมื่อปรึกษากันแล้วก็กล่าวว่า “ส่งคนเข้าไปดูหน่อยดีหรือไม่”
“ดี!” ดังนั้นสองคนจึงเรียกคนผู้หนึ่งมา แล้วให้เขาเข้าไปตรวจสอบดู ใครเล่าจะรู้ว่าเขาไปแล้วก็ไม่ย้อนกลับมาอีก
รออยู่ครู่หนึ่งแล้ว ไม่เห็นคนผู้นั้นกลับมาเช่นกัน ทั้งสองพลันหน้าเปลี่ยนสี ทันใดนั้นก็กล่าวว่า “ต้องเกิดเรื่องแน่ ถอย!” พวกเขายกมือส่งสัญญาณ ขณะเตรียมจะพาคนจากไป กลับได้ยินเสียงบางอย่างคล้ายกับการพ่นลมหายใจ เมื่อหันไปมองก็พบม้าสีขาวราวกับหิมะหน้าตาแปลกๆ อยู่ตัวหนึ่ง
“ฟู่!”
เหล่าไป๋พ่นลมหายใจออกจากรูจมูกทั้งสองข้าง ส่ายหางมองคนเหล่านั้น มันเงยหน้าพร้อมเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ชำเลืองมองพวกเขาด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ก่อนจะอ้าปากเอ่ยวาจาเช่นมนุษย์ออกมา “พวกเจ้าน่ะหรือที่กล้ามาเอาเปรียบเจ้านายของข้า สงสัยจะกลัวชีวิตตนเองยืนยาวเกินไปกระมัง”
คนจากสำนักสัตยุทธ์ชะงักค้าง มองม้าสีขาวกล่าววาจาอย่างมนุษย์ด้วยความงุนงง พร้อมกันนั้นก็ถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่อยู่ “เจ้า…เจ้าเป็นสัตว์อะไร”
“ข้าคือบรรพบุรุษของพวกเจ้า!” เหล่าไป๋มองเขาอย่างดูแคลนครั้งหนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มเผยให้เห็นฟัน “คิดหนีหรือ อย่าเสียแรงเปล่าเลย มาถึงที่นี่กันแล้ว เจ้านายข้าให้พวกเจ้าหนีไปได้คงเป็นเรื่องแปลก”
“พูดข่มขู่อะไรนักหนา ดูสิพวกเขากลัวจนมีท่าทางเป็นแบบนั้นแล้ว” ตรงมุมมืดอีกด้านหนึ่ง กลืนเมฆาตัวเมียที่นั่งยองอยู่ยกกรงเล็บขึ้นเลีย ส่ายหางไปมาสองครั้ง แค่ร่างกายตรงแหน็วและกลิ่นอายที่น่ากลัว ก็เพียงพอที่จะทำให้คนสำนักสัตยุทธ์ตกใจกลัวจนขาอ่อนทั้งสองข้างแล้ว
……….
ตอนที่ 3257 ฆ่า
“นะ…นี่คือสัตว์มหาเทพตัวนั้นหรือ”
“มะ…ไม่ถูกต้อง นี่คือตัวเมีย สัตว์มหาเทพตัวนั้นเป็นตัวผู้”
เสียงของความตกใจและความหวาดกลัวดังมาอย่างสั่นเครือ มองสัตว์ตัวเมียที่นั่งอยู่ทางนั้น จากนั้นก็มองม้าสีขาวที่พูดภาษาคนตัวนั้น ก่อนจะถอยหลังไปอย่างอดไม่ได้
“ไป!” เจ้าสำนักใหญ่ผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสี รวบรวมความกล้า เตรียมตัวหนีทันที
ใครเล่าจะรู้ว่าเขาเพิ่งรวบรวมความกล้า ตอนที่เงาร่างเพิ่งกระโจนขึ้นกลางอากาศไปได้ไม่เท่าไร ร่างกายของเหล่าไป๋ที่อยู่ข้างล่างพลันเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยน เหาะขึ้นบนฟ้าแล้วใช้หางฟาดเขาให้ตกลงมาอย่างแรงในพริบตาเดียว
ตึง!
“อั่ก!”
“เจ้านายของข้าไม่ให้พวกเจ้าไป แล้วพวกเจ้าจะไปได้อย่างไร” เหล่าไป๋แปลงกายเป็นมังกร บินวนอยู่บนท้องฟ้าพลางมองเงาร่างของอีกฝ่ายที่ถูกมันฟาดจนตกลงไป
ฝ่ายกลืนเมฆาตัวเมียก็บิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเดินมา ดวงตาดุร้ายกระหายเลือดจ้องเขม็งไปยังคนที่เตรียมตัวหนีเหล่านั้น
คนพวกนั้นถูกแววตาของมันจับจ้องก็รู้สึกเพียงว่ามีแรงกดดันมหาศาลกดอัดลงมาจากเหนือศีรษะ ทำให้พวกเขาสองขาอ่อนแรง คุกเข่าลงในทันใด
สัตว์สองตัวอยู่กลางอากาศตัวหนึ่ง อยู่บนพื้นจ้องคนพวกนั้นอีกตัวหนึ่ง จนกระทั่งมองเห็นเงาร่างสีแดงที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ กำลังนั่งอยู่บนสันกำแพงพลางมองลงมาข้างล่าง
สัตว์ตัวเมียพลันมองกลืนเมฆา ดวงตาทอประกาย สีหน้าดุร้ายหายไปในทันที เปลี่ยนเป็นมองมันอย่างลุ่มหลง
กลืนเมฆามองเห็นสายตาของมันแล้ว มุมปากพลันกระตุกเล็กน้อย จากนั้นก็ถลึงตามองมันครั้งหนึ่ง แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น
เฟิ่งจิ่วมองเห็นการกระทำของสัตว์พันธสัญญาสองตัวทั้งหมด ในใจนึกขัน ก่อนจะเบนสายตามองร่างคนที่อยู่ด้านล่างเหล่านั้น “เจ้าสำนักสัตยุทธ์?”
เจ้าสำนักใหญ่ที่ถูกกลืนเมฆาฟาดตกลงมาและตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก หันไปมองตามเสียง ก่อนจะรู้สึกประหลาดใจอย่างอดไม่ได้ “จะ…เจ้าก็คือภูตหมอ?”
“ถูกต้อง ข้าก็คือภูตหมอ” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างสบายๆ นางที่นั่งอยู่บนกำแพงดูสบายใจและเกียจคร้านอย่างชัดเจน มือหนึ่งของนางค้ำกำแพงเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ถือน้ำเต้าสุรา เงยหน้าดื่มสุราเล็กน้อย อธิบายไม่ถูกว่าท่าทางนี้ดูสง่างามหรืองดงามมากกว่ากัน
หญิงงามในชุดสีแดงนั่งร่ำสุราอยู่บนกำแพงภายใต้แสงจันทร์ ทุกท่วงท่าเผยให้เห็นความสง่างามทว่าไม่ยี่หระ สุราไหลลงจากมุมปากของนางเล็กน้อย ก่อนจะไหลลงไปในสาบเสื้อแล้วหายไป
ภาพนี้ยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้คอแห้งผากอย่างควบคุมไม่อยู่ ทว่านางในสายตาของคนสำนักสัตยุทธ์ในตอนนี้ กลับเป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่งยวดคนหนึ่ง ไหนเลยจะมีความคิดอื่นแม้สักกระผีก
“เดิมคิดว่าขอแค่พวกเจ้าไม่มาระราน ข้าจะปล่อยสำนักสัตยุทธ์ของพวกเจ้าไป คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าทุกคนล้วนคิดรนหาที่ตาย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่ากล่าวโทษที่ข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!” นางพูดจบก็หรี่ตาลง จ้องมองเจ้าสำนักสัตยุทธ์สองคน จากนั้นจึงกล่าวกับกลืนเมฆาตัวเมียที่อยู่ข้างล่าง “ฆ่า!”
แทบจะในทันทีที่สิ้นเสียงของนาง สัตว์ตัวเมียข้างล่างก็กระโจนขึ้นทันที ขณะที่จู่โจมด้วยความน่าเกรงขามก็เหวี่ยงกรงเล็บแหลมไปทางสองคนนั้นด้วย “โฮก!”
เสียงคำรามดังขึ้น ไม่ต่างอะไรกับเสียงฟ้าร้อง ทำเอาคนในเมืองที่กำลังเป็นห่วงตระกูลฉินต่างตกอกตกใจ
“อ้าก!”
เสียงร้องน่าเวทนาดังผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ทว่าเสียงนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลอยู่ในอากาศ ร่างสองร่างชักกระตุกอยู่บนพื้น ดวงตาสองคู่ยังคงมองเบื้องบนด้วยความหวาดกลัว จนกระทั่งหมดลมหายใจแล้วก็ยังไม่หลับตา
“นายท่าน พวกเขาสองคนตายแล้ว” สัตว์ตัวเมียมองเฟิ่งจิ่วคล้ายอยากได้คำชมและรางวัล หวังว่านางจะให้มันออกมามากหน่อย มันอยากติดตามอยู่ข้างกายนางเช่นกัน
……….