เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3254 ยังคงหวาดกลัว / ตอนที่ 3255 สำรวจตอนกลางคืน
ตอนที่ 3254 ยังคงหวาดกลัว
เฟิ่งจิ่วมองท้องฟ้า กล่าวด้วยความจนใจหลายส่วน “อาจารย์ของข้า ชายชราผู้นั้นทำให้ข้ามาอยู่ที่นี่” นางถอนหายใจเสียงเบา จากนั้นลุกขึ้นยืน “วันนี้ข้ายังมีผู้ป่วยอีกหลายคน ขอไม่พูดมากกับเจ้าแล้ว ข้าจะไปทำธุระของข้าก่อน”
ฟังแล้วคุณชายรองฉินก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไปข้างนอกกับนาง
อีกด้านหนึ่ง คนของสำนักสัตยุทธ์กลับถึงสำนักแล้ว เจ้าสำนักคนอื่นเห็นสองคนที่กลับมากลายเป็นคนพิการไปทั้งคู่ จึงอดไม่ได้ที่จะโมโหเหวี่ยงกำปั้นใส่โต๊ะ ทำลายโต๊ะจนพังยับเยิน
“บังอาจนัก! กล้ารังแกคนของสำนักสัตยุทธ์หรือนี่! ภูตหมอผู้นี้กล้าหาญจริงๆ!” เจ้าสำนักคนหนึ่งตะโกนด้วยความโมโห มองน้องสามที่สีหน้าซีดขาวกำลังปิดตาข้างหนึ่งอยู่ด้านข้าง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าก็ยากจะปรามไฟโทสะในอกได้
เจ้าสำนักสามเห็นดังนั้นแล้วก็หัวเราะเสียงเย็น “พี่ใหญ่ ท่านอย่าโมโหไปเลย ฟังข้าพูดก่อน” เขามองคนที่อยู่ในตำแหน่งประธาน กล่าวว่า “ภูตหมอผู้นั้นเพียงลงมือก็คร่าชีวิตศิษย์คนหนึ่งได้แล้ว อีกทั้งใช้เข็มเงินเล่มเดียวเท่านั้น ส่วนน้องห้า เขาถูกกัดแขนจนขาดโดยสัตว์พันธสัญญาณที่ภูตหมอผู้นั้นเรียกออกมา ส่วนดวงตาข้างนี้ของข้า เป็นข้าที่ควักออกมาเอง”
“ซี้ด! เจ้าควักออกมาเอง? เจ้า เหตุใดเจ้า…”
ทุกคนในที่นี้ฟังถึงตรงนี้ก็อดพ่นลมหายใจเย็นๆ ออกมาไม่ได้ ทั้งไม่เข้าใจและประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง แท้จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่ ถึงทำให้น้องสามต้องลงมือควักลูกตาของตนเองเช่นนี้
“หากไม่ควักลูกตาข้างหนึ่ง เกรงว่าพวกข้าคงไม่รอดกลับมาพบพวกท่านแล้ว” เจ้าสำนักสามผู้นั้นถอนหายใจเสียงเบา “ภูตหมอผู้นี้ อย่าไปหาเรื่องนางจะดีกว่า!”
“ก็แค่สตรีนางหนึ่ง ไยจะหาเรื่องไม่ได้ นางมีความสามารถพรสวรรค์อะไรกันแน่” เจ้าสำนักใหญ่ที่นั่งบนตำแหน่งประธานเอ่ยเสียงขรึม ไอสังหารในดวงตาวับวาบ
“พวกท่านอาจจะยังไม่รู้ แม้นางเป็นสตรี แต่กลับมีพลังที่ลึกล้ำยากหยั่งคาด อีกทั้งสัตว์พันธสัญญาตัวนั้นของนางก็ไม่ใช่สัตว์พันธสัญญาธรรมดา แต่เป็น…แต่เป็น…”
“แต่เป็นอะไร” เห็นเขาพูดขึ้นมาแล้วปรากฏความหวาดกลัวขึ้นในแววตา พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามต่อ
เจ้าสำนักสามสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อกดกลั้นความกลัวในจิตใจ จากนั้นค่อยกล่าวว่า “เป็นสัตว์มหาเทพ สัตว์พันธสัญญาของนางเป็นสัตว์มหาเทพตัวหนึ่ง!”
“ซี้ด!”
เมื่อฟังถึงตรงนี้ บนใบหน้าพวกเขาปรากฏความรู้สึกตกใจและขลาดกลัว ถึงขนาดมีคนลุกขึ้นยืนถามเสียงแหลม “สะ…สัตว์มหาเทพ? เจ้าไม่ได้มองผิดกระมัง”
“ข้าจะมองผิดไปได้อย่างไร” เจ้าสำนักสามผู้นั้นยิ้มขื่น “เมื่อความกดดันของสัตว์มหาเทพแผ่ออกมา พวกข้าแทบจะทนรับไม่ไหว หากไม่ใช่เพราะภูตหมอผู้นั้นมีสัตว์ทหาเทพตัวหนึ่งคอยคุ้มครอง หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ในตอนนั้นบีบคั้น ข้าจะควักลูกตาตนเองเพื่อร้องขอชีวิตได้อย่างไร!”
หลายคนเงียบงันไป คล้ายกับกำลังใคร่ครวญคำพูดของเขาก็ไม่ปาน เนิ่นนานให้หลังคนหนึ่งในนั้นก็พูดขึ้น “ภูตหมอผู้นี้ท่าทางไม่ธรรมดาจริงๆ! สัตว์มหาเทพหรือ ดูจากสถานที่ทางฝั่งของพวกเรา ล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครครอบครองสัตว์มหาเทพเลย”
“จะธรรมดาได้อย่างไร ข้ารู้สึกว่านางไม่ใช่คนของฝั่งนี้ นางจะต้องมาจากที่อื่นแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนเท่านั้นเอง ทว่าข้าแน่ใจได้เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือไปหาเรื่องนางไม่ได้ ไม่เช่นนั้นต้องเสียใจภายหลังแน่” เจ้าสำนักสามกล่าวอย่างนึกกลัว
หลายคนฟังแล้วสบตากัน ก่อนมองไปที่เจ้าสำนักสาม “น้องสาม ออกไปครั้งนี้ คล้ายกับว่าเจ้าจะปอดแหกขึ้นนะ!”
“ฮ่าๆ ข้าจะทำอย่างไรได้ ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าตนเองพอใช้ได้มาตลอด แต่จู่ๆ กลับถูกสตรีนางหนึ่งขู่ขวัญ ตอนที่ข้าไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเลยถึงได้รู้ว่าพลังของตนเองนั้นน้อยนิดถึงเพียงนี้”
……….
ตอนที่ 3255 สำรวจตอนกลางคืน
เมื่อฟังเขาพูดจบ หลายคนก็รู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย “ภูตหมอทำให้น้องสามกับน้องห้ากลายเป็นเช่นนี้ หากไม่มอบบทเรียนให้นางหน่อย ต่อไปพวกเราสำนักสัตยุทธ์จะยืนอยู่อย่างมั่นคงได้อย่างไร อีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าหากใช้สมองหน่อย ถึงเวลาแล้วจับภูตหมอผู้นั้นมา แล้วค่อยทำให้สัตว์พันธสัญญาของนางกลายเป็นของสำนักสัตยุทธ์ นั่นจะช่วยได้มากจริงๆ!”
“พี่รอง ไม่ได้!”
เจ้าสำนักสามได้ยินพลันหน้าเปลี่ยนสี “ข้ารับปากนางไว้แล้ว ว่าข้าจะไม่หาเรื่องพวกเขาอีก” เขารู้สึกกลัวจริงๆ แล้ว พวกเขาไม่ได้พบเจอนางด้วยตนเองจึงยังไม่รู้ ตอนเขาอยู่ต่อหน้าภูตหมอผู้นั้น ในหัวใจของเขามีแต่ความหวาดกลัว
“น้องสาม เจ้าขี้ขลาดเกินไปแล้ว นางทำให้เจ้าต้องควักลูกตาข้างหนึ่ง เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปได้อย่างไร มิสู้…” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองคนอื่นๆ “หากทำในที่แจ้งไม่ได้ พวกเราก็ไปทำในที่ลับเสีย คิดว่าอย่างไรกัน”
“ดี!” ในดวงตาของคนอื่นๆ ปรากฏประกายของความตื่นเต้น “จะให้สตรีนางหนึ่งทำให้อับอายเช่นนี้ได้อย่างไร ต้องสั่งสอนนางหน่อย! ส่วนสัตว์มหาเทพตัวนั้น พวกเราจัดการอย่างลับๆ อย่าประมือกับมัน ถึงตอนนั้นไม่มีสัตว์มหาเทพคอยช่วยเหลือ ดูสิว่าภูตหมอผู้นั้นยังจะงัดลูกไม้ใดออกมาใช้ได้อีก”
หลายคนปรึกษากันในห้องโถง ยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น มีเพียงเจ้าสำนักสามที่ฟังคำพูดของพวกเขาแล้วใบหน้าซีดขาว ดวงตาปรากฏความหวาดกลัว ในใจกระวนกระวายไม่อาจสงบได้…
เจ้าสำนักสามกำลังคิดว่าหากพวกเขาคิดลงมือกับภูตหมอผู้นั้นจริงๆ เช่นนั้นเขาก็ต้องไปหาที่ซ่อนตัว ภูตหมอผู้นั้นสร้างบาดแผลในจิตใจให้เขามากเกินไป ถึงขั้นที่ตอนนี้ก็ยังไม่อาจเดินออกจากความน่าเกรงขามของนางได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปคิดบัญชีกับนางเลย
พวกเขาหลายคนกล้า แต่เขาไม่กล้า
สองวันหลังจากนั้น คนสำนักสัตยุทธ์ลอบเข้าเมือง ตอนพวกเขาเข้ามาในเมือง คนตระกูลฉินก็ทราบข่าวแล้วเช่นกัน ผู้อาวุโสในตระกูลบอกเรื่องนี้กับคุณชายใหญ่แล้ว จากนั้นก็ให้เขาไปหาเฟิ่งจิ่วเพื่อบอกเรื่องนี้กับนาง
คุณชายใหญ่ฉินมาถึงลาน เห็นจี้หยวนกำลังนั่งอยู่ข้างในจึงกล่าวว่า “ภูตหมอ คนสำนักสัตยุทธ์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
เฟิ่งจิ่วที่อ่านตำรายาอยู่ในลานฟังแล้วก็เก็บตำราในมือทันที ถามว่า “มาถึงเมืองนี้อีกแล้วหรือ”
“ขอรับ พวกผู้อาวุโสส่งสายลับออกไปสืบความ รู้มาว่าพวกเขาลอบเข้าเมืองมาแล้ว” คุณชายใหญ่ฉินมองนาง ก่อนถามอีกว่า “ไม่ทราบว่าต่อไปพวกข้าต้องทำอะไรบ้าง”
เฟิ่งจิ่วเดินอยู่ในลาน ฝีเท้าเนิบช้าทว่าสง่างาม “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รอพวกเขามาเยือนถึงที่”
ในเมื่อสวรรค์ให้ทางเดินกลับไม่เดิน เช่นนั้นก็อย่ากล่าวโทษที่นางเปิดประตูนรกให้พวกเขาก็แล้วกัน!
ตกกลางคืน รอบข้างมืดสนิท บนถนนใหญ่อ้างว้าง ตอนนี้เองเจ้าสำนักหลายคนของสำนักสัตยุทธ์รวมกลุ่มกัน นำคนล้อมตระกูลฉินเอาไว้
ใต้กำแพงนั้น เจ้าสำนักใหญ่ถามว่า “พวกเจ้าวางยาแล้วใช่หรือไม่”
“วางใจเถอะพี่ใหญ่! ซื้อตัวข้ารับใช้วางยาในน้ำที่พวกเขาใช้ดื่มกินเรียบร้อย ตอนนี้น่าจะนอนหลับเหมือนกับหมูตายกันหมดแล้ว รอให้พวกเราไปเชือด”
ครั้นได้ยินดังนั้น เจ้าสำนักใหญ่ก็พยักหน้า “ดีมาก เจ้าพาคนกลุ่มหนึ่งลอบเข้าไปก่อน อีกเดี๋ยวพวกข้าจะตามเข้าไป”
“ขอรับ” ทันทีที่ตอบรับแล้ว เขาก็โบกมือครั้งหนึ่ง นำศิษย์ในสำนักกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปในตระกูลฉิน ทว่าทันทีที่พวกเขาตีลังกากระโดดข้ามผ่านประตูใหญ่ตระกูลฉิน กลับได้กลิ่นหอมเจือจางที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศรางๆ
“นี่คือกลิ่นดอกไม้ที่โชยมาจากสวนดอกไม้หรือ กลิ่นหอมทีเดียว” คนที่อยู่ข้างหน้ากล่าว เดินเข้าไปข้างในไปพลาง ยื่นศีรษะมองข้างในไปพลาง หลังจากแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยถึงให้คนข้างหลังตามเข้ามา
คนข้างนอกทยอยเดินเข้ามาเช่นกัน จากนั้นก็เดินไปที่ลานด้านหลังอย่างเงียบๆ ทว่าตอนที่เดินผ่านสวนดอกไม้ไปแล้ว กลับหาทางออกไม่เจอ...
……….