เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3270 รู้ / ตอนที่ 3271 เก็บกวาด
ตอนที่ 3270 รู้
นางพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง คล้ายกับรู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นแรงเกินไป ความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแท้จริง นางลุกจากเตียงแล้วเดินไปมาอยู่ในห้อง ก่อนไปหยุดยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองท้องฟ้ายามค่ำคืนข้างนอกพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะหยิบป้ายหยกสื่อสารออกมา
สิ่งที่ทำให้นางกังวลใจในตอนนี้น่าจะมีเพียงเรื่องที่จวนตระกูลเฟิ่งแห่งเมืองสี่ทิศ คืนนี้นางจิตใจไม่สงบ ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ดังนั้นนางใช้ป้ายหยกสื่อสารถามความกับเหลิ่งหวา นางนั่งอยู่ริมหน้าต่างทั้งคืน รอทั้งคืนแล้วป้ายหยกสื่อสารในมือก็ไม่มีการตอบสนอง นี่ทำให้นางหนักใจขึ้นเรื่อยๆ
หากเป็นเวลาปกติ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางคืนหรือไม่ เหลิ่งหวาจะตอบข้อความของนางเสมอ แต่วันนี้กลับไม่มีข้อความอะไรเลยแม้สักนิดเดียว เกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ
ดังนั้นนางจึงใช้ป้ายหยกสื่อสารถามความกับเหลิ่งซวงอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า มองสีท้องฟ้าที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเห็นป้ายหยกสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะส่องแสงออกมาสายหนึ่ง นางยื่นมือไปคลำดู แผ่ปราณพลังวิญญาณ จนกระทั่งเสียงบนป้ายหยกสื่อสารดังขึ้นกลางห้อง
“นายหญิง เมื่อคืนมีคนจู่โจมจวนของเรา ผู้มาเยือนมีพลังแข็งแกร่ง แหวกอากาศปรากฏตัวบนท้องฟ้าได้ พุ่งเป้ามาที่นายน้อย พวกเหลิ่งหวาล้วนได้รับบาดเจ็บหนัก ผู้อาวุโสเหมยก็หมดสติไปเช่นกัน โชคดีเหลือเกินที่นายน้อยปลอดภัย ส่วนเจ้าตำหนักบรรลุขั้นพลังออกฌานมาทันเวลาพอดี”
เพียงไม่กี่คำพูดก็บอกเล่าเรื่องราวครบถ้วน ทว่าเฟิ่งจิ่วฟังแล้วกลับยังคงไม่วางใจ ศัตรูสามารถแหวกอากาศมาปรากฏตัวได้ แม้แต่ผู้อาวุโสเหมยก็หมดสติเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกฝ่ายมีพลังกล้าแกร่ง เห็นทีนางคงต้องรีบทำเวลา หาทางกลับไปโดยเร็ว
นางหยิบป้ายหยกขึ้นมาแล้วเดินออกไปข้างนอก ตอนนี้ขาดอีกเพียงสามคน อีกเพียงสามคนก็ครบหนึ่งร้อย กลับไปแล้วนางต้องคิดหาทางปลีกตัวออกจากหุบเขาราชาโอสถ
เมื่อนางออกจากประตูและเดินเข้าไปในเมือง เดินเล่นอยู่ในเมืองได้พักหนึ่ง สอบถามแล้วกลับพบว่าในเมืองไม่มีคนป่วยหนักแต่อย่างใด
ช่วงเช้าผ่านพ้นไปก็ยังไม่มีข่าวคราว ดวงตะวันอยู่เหนือศีรษะเจิดจ้า นางนั่งลงที่ร้านค้าเล็กๆ ริมทาง สั่งอาหารกินเล็กน้อย
“ท่านป้า ขอเต้าฮวยให้ข้าถ้วยหนึ่ง” สตรีวัยสามสิบกว่าพาเด็กหญิงอายุเจ็ดแปดปีมาถึงที่หน้าร้านค้า เมื่อสั่งเต้าฮวยแล้วก็นั่งลงข้างๆ โต๊ะ
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองโดยไม่คิดอะไร ทว่าสายตาวูบไหวเล็กน้อย สายตาของนางเลื่อนจากกายสตรีนางนั้น ตกลงที่กายของเด็กหญิงแทน ด้วยเห็นปราณความตายหนาหนักทั่วร่างกาย ดวงตาทั้งสองข้างยิ่งว่างเปล่าไร้แวว ตอนเดินก็แทบไร้เรี่ยวแรงเช่นกัน
“ลูกแม่ แม่ซื้อเต้าฮวยที่เจ้าชอบกินที่สุดให้ เจ้ารีบชิมเร็ว” สตรีนางนั้นร้อนใจอยู่บ้าง กระนั้นยังคงเรียกบุตรสาวของนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นก็ยื่นถ้วยเต้าฮวยไปถึงตรงหน้าเด็กหญิง มองบุตรสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมดวงตาเหม่อลอย ราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดของนางอย่างไรอย่างนั้น นางจึงหลั่งน้ำตาออกมาอย่างอดไม่ได้
“แม่ป้อนเจ้าเอง มา อ้าปากเถอะ” นางยื่นช้อนไปที่ข้างปากเด็กหญิง ฝ่ายเด็กหญิงอ้าปากกัดอย่างเกรงๆ
เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ในดวงตาของเฟิ่งจิ่วปรากฏประกายบางอย่าง นางดื่มชาแล้วกล่าวอย่างไม่ยี่หระ “นางป่วย ต้องรักษา”
สตรีนางนั้นได้ยินดังนั้นพลันตะลึงงัน จากนั้นจึงมองไปทางเฟิ่งจิ่ว เห็นอีกฝ่ายสวมชุดสีแดงสะดุดตา ใบหน้างดงามโดดเด่น กระนั้นก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้
“หากไม่รักษา สองสามวันหลังจากนี้ต้องหลับไม่ตื่นแน่” เฟิ่งจิ่วกล่าว กลอกตาครั้งหนึ่ง ก่อนจะมองไปที่เด็กหญิง
ทันทีที่ฟังจบ สตรีนางนั้นก็นั่งไม่ติดที่แล้วเช่นกัน นางรีบลุกขึ้นอ้อนวอนที่ข้างกายของเฟิ่งจิ่ว “แม่นาง ขอร้องเจ้าล่ะ ช่วยลูกสาวของข้าด้วย!”
……….
ตอนที่ 3271 เก็บกวาด
ทันใดนั้นเด็กหญิงที่เดิมทียังนั่งอยู่พลันลุกขึ้นยืน สาวเท้าวิ่งออกไป ทำเอามารดาของนางส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ คิดจะตามไปเช่นกัน
“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะช่วยเจ้าพานางกลับมาเอง” สิ้นเสียงของเฟิ่งจิ่ว ร่างของกายแฉลบออกไปอย่างรวดเร็ว
คนที่ร้านค้าเห็นแล้วตกตะลึง โดยเฉพาะสตรีมีอายุเจ้าของร้าน นางชะงักค้างไปในทันที สตรีชุดแดงนางนี้สั่งข้าวของไว้ไม่น้อย ยังไม่ได้เก็บเงินเลย!
สตรีนางนั้นร้อนใจเป็นหมื่นเท่า คิดตามนางไป แต่ก็กลัวว่าจะหานางไม่พบ จึงทำได้เพียงรออยู่ที่นี่
เฟิ่งจิ่วตามหลังเด็กหญิงผู้นั้นไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน เห็นนางเดินผ่านถนนเส้นใหญ่ เข้าไปในตรอก ตนเองย่อมตามเข้าไปเช่นกัน เมื่อเข้าไปในตรอกแล้วก็เห็นเด็กหญิงผู้นั้นมองไปรอบๆ อย่างไม่มีจุดหมาย
“ไม่หนีแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วยิ้มที่มุมปาก สายตาทอดมองไปยังเด็กหญิงผู้นั้น
แววตากลวงโบ๋ของเด็กหญิงผู้นั้นพลันเปลี่ยนแปลงไป แววตาไม่ต่างจากเสือดาวนั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่ว “เจ้าอย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องจะดีกว่า!” เสียงนั้นเจือความอ่อนเยาว์ของเด็กหญิง ทว่าก็มีเสียงของความชราเช่นเดียวกัน
“เดิมทีไม่คิดยุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่ใครใช้ให้ข้าพบเจ้าเล่า!” นางมองเด็กหญิงผู้นั้น กล่าวว่า “เจ้าจะไปเอง หรืออยากให้ข้าจัดการเจ้า”
บนร่างกายของเด็กหญิงถูกวิญญาณร้ายครอบงำ หากไม่ขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่าง คาดว่าอีกไม่นานต้องตายแน่นอน หากเด็กหญิงผู้นี้ไม่รอด ร่างนี้ก็จะกลายเป็นที่อยู่ของวิญญาณร้ายไปโดยปริยาย
นางไม่พบย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อพบแล้ว นางไม่มีทางละเลยอย่างแน่นอน ทันใดนั้นนางพลันพลิกฝ่ามือ เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้น ก่อนที่มันจะลอยไปจู่โจมเด็กหญิงผู้นั้นโดยพลัน พร้อมกันนั้นความกดดันมหาศาลกดอัดลงมา ครอบคลุมทั้งสี่ทิศ
ในสถานการณ์ที่ไร้ทางหนี อีกทั้งเห็นเปลวเพลิงจู่โจมลงมา วิญญาณร้ายบนร่างเด็กหญิงผู้นั้นพลันตื่นตระหนก ลอยออกจากร่างกายของนางในทันที ตอนที่มันเตรียมตัวหนี เฟิ่งจิ่วก็โยนน้ำเต้าน้อยตรงเอวออกไป
“เก็บ!”
เมื่อตะโกนออกไปแล้ว นางเห็นวิญญาณร้ายตนนั้นร้องเสียงแหลมพลางถูกดูดเข้าไปในน้ำเต้า น้ำเต้าหมนวนอยู่กลางอากาศรอบหนึ่ง ระหว่างตกลงบนมือนางก็ย่อขนาดตนเองลงด้วย
นางปิดจุกน้ำเต้ากลับไป เขย่าเล็กน้อยแล้วเหน็บไว้ที่เอวเหมือนเดิม คราวนี้ถึงเดินไปถึงข้างกายเด็กหญิงที่นอนอยู่บนพื้น
ปราณพลังวิญญาณในมือโคจร ปราณชีวิตสายหนึ่งแผ่ออกจากฝ่ามือ เติมเข้าไปในร่างกายของเด็กหญิง ไม่นานนักนางก็หยิบเข็มเงินออกมา เพื่อขับปราณหยินภายในร่างกาย เมื่อเด็กหญิงกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว คราวนี้จึงค่อยอุ้มขึ้นมาแล้วเดินไปทางร้านค้าแห่งนั้น
สตรีนางนั้นเดินไปเดินมาอยู่ตรงร้านค้าด้วยความร้อนใจ ขณะเดียวกันก็มองไปรอบๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นเงาร่างสีแดงสะดุดตาอุ้มเด็กหญิงเดินมา นางก็รู้สึกเบิกบานใจอย่างยิ่ง รีบสาวเท้าวิ่งไปข้างหน้า
“ลูกแม่!”
นางตะโกน เมื่อมาถึงตรงหน้าเฟิ่งจิ่วแล้วรับบุตรสาวตนเองมา ก็เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ “แม่นาง ลูกสาวข้าเป็นอย่างไรบ้าง” นางไม่รู้เลยว่าเหตุใดจู่ๆ บุตรสาวตนเองถึงวิ่งหนีไป
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าพานางกลับบ้านไปพักผ่อนให้ดี พรุ่งนี้ตื่นมาก็สดใสน่ารักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
ครั้นได้ยินดังนั้น ผู้เป็นแม่ก็ให้สงสัยอยู่บ้าง “เช่นนั้นคำพูดก่อนหน้านี้ของแม่นาง…”
“ข้าเพิ่งฝังเข็มให้นาง ไม่เป็นไรแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว ทันใดนั้นเด็กหญิงผู้นั้นก็ลืมตา ร้องเรียกด้วยความงุนงง
“ท่านแม่!”
ได้ยินเสียงของบุตรสาวแล้ว สตรีนางนั้นพลันชะงักค้าง ก่อนตามมาด้วยความปีติ “ลูกแม่ ลูกแม่ตื่นแล้วหรือ แม่อยู่ตรงนี้ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
……….