เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3282 จากไป / ตอนที่ 3283 โน้มน้าวให้จากไป
ตอนที่ 3282 จากไป
วันนี้ทั้งสองคนตกลงกันแล้ว สถานที่ที่เฟิ่งจิ่วเลือกหลบลี้ฝึกบำเพ็ญไม่ใช่ที่อื่น แต่เป็นหุบเขาราชาโอสถ นางรู้สึกว่าใช้ที่นั่นฝึกบำเพ็ญดีที่สุดแล้ว อีกทั้งราชาโอสถดีกับนางเป็นอย่างยิ่ง กอปรกับพลังของเขาแข็งแกร่งมาก หากตอนที่พวกเขาสองคนเข้าตาจน เขาอาจชี้แนะอะไรได้บ้าง
คนที่อยู่ข้างกายพวกเขานอกจากผู้อาวุโสเหมยแล้ว ทุกคนล้วนเข้าใจดี ในเมื่อพวกเขาจะเร้นกายฝึกบำเพ็ญ ย่อมไม่อาจให้ผู้อาวุโสเหมยตามพวกเขาไปได้ แต่การไปครั้งนี้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แม้พวกเขาตัดสินใจเร้นกายฝึกบำเพ็ญอย่างแน่วแน่ ก็ใช่ว่าข้างนอกนั่นจะไม่มีใครพัฒนาพลังของตนเองอยู่เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนจึงปรึกษากันว่าจะนำคนไปด้วยสองสามคน ส่วนคนอื่นให้วางรากฐานบนแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ก่อน
ผ่านไปอีกสองวัน อาการบาดเจ็บของพวกเหลิ่งหวาดีขึ้นมา มีเพียงผู้อาวุโสเหมยที่ยังคงไม่ได้สติ ส่วนฉินซินฟื้นแล้วเช่นกัน ฝืนลงจากเตียงมาเดินเล่นได้แล้ว
เย็นวันเดียวกัน จู่ๆ ไป๋ชิงเฉิงที่ไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักก็กลับมา
“นายหญิง เจ้าตำหนัก”
หลังจากไป๋ชิงเฉิงเข้ามาในจวนแล้ว เขามาพบพวกเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อในทันที จากนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “นายหญิง ข้าได้ยินข่าวจากสำนัก บอกว่าสำนักใหญ่ทั้งสี่และคนจากสำนักใหญ่ทั้งสี่กำลังหารือกันรับมือพวกท่าน”
ฟังถึงตรงนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วสบตากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง ก่อนจะมองไป๋ชิงเฉิง “สำนักใหญ่ทั้งสี่และคนจากสำนักใหญ่ทั้งสี่ต้องการรับมือกับพวกข้า? เพราะเหตุใด”
“ข่าวที่ข้าได้ยินมาคือนายหญิงและเจ้าตำหนักเป็นศัตรูกับประมุขเทียมฟ้า ประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังระดับราชันเทพ หากเขาเกรี้ยวกราดขึ้นมา เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเผาสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ให้เป็นจุณ สำนักและศิษย์สำนักเหล่านั้นจึงหารือกันว่าจะจับพวกท่านมากำจัดพลังบำเพ็ญแล้วขับออกจากโลกเบื้องบนแห่งนี้ ด้วยต้องการให้โลกเบื้องบนสงบสุขไร้เรื่องราวเหมือนอย่างในอดีต ข้ารู้ข่าวนี้แล้วจึงรีบกลับมาทันที นายหญิง เจ้าตำหนัก พวกท่านอยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่!”
ฟังดังนั้นแล้วเซวียนหยวนโม่เจ๋อมีสีหน้ามืดครึ้ม กลิ่นอายเย็นยะเยือกทั่วกายเอ่อท้นออกมาข้างนอก ฝ่ายเฟิ่งจิ่วนั้นแววตาวูบไหวเล็กน้อย คล้ายกับไม่แปลกใจอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากเช่นเดียวกัน
“หากเป็นเช่นนั้นก็เข้าใจได้ ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพคนหนึ่ง หากเขาอยากบันดาลโทสะ ความเป็นความตายของสำนักหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับความคิดของเขา พวกเขาทำเช่นนี้เพราะต้องการปกป้องตนเอง และอยากผดุงความสงบสุขของแผ่นดินใหญ่ผืนนี้เช่นกัน”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเบา วิเคราะห์อย่างใจเย็น สำหรับนางแล้ว ไม่ว่าสำนักใหญ่ทั้งสี่หรือพรรคใหญ่ทั้งสี่ล้วนไม่มีความหมายต่อนาง พวกเขากังวลว่าสำนัก พรรค หรือแผ่นดินใหญ่ผืนนี้จะต้องเผชิญกับการแก้แค้นของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ นำตนเองออกจากภาวะวิกฤติล่วงหน้าถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางไม่คาดคิดคือสี่สำนักใหญ่และสี่พรรคใหญ่ช่างปอดแหกเสียจริง ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด ทว่าลงมือกับพวกเขาเพื่อปกป้องความผาสุกของแผ่นดินใหญ่ผืนนี้
หากความน่าเกรงขามของสำนักเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ ตอนนี้นางคงโมโหมากและเสียใจมากไปแล้ว แต่ความน่าเกรงขามเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยสำหรับนาง พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้ นางรู้สึกไม่ยี่หระเช่นเดียวกัน
“อาจารย์!”
ซื่อเชวียกับมู่ซินสองคนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอมทุกข์ ตอนเห็นไป๋ชิงเฉิงในชุดสีขาวอยู่ข้างๆ พวกเขามองอยู่หลายครั้งก่อนเบือนหน้าไป มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วทันที
“อาจารย์ อยู่ที่จวนตระกูลเฟิ่งไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบไป”
……….
ตอนที่ 3283 โน้มน้าวให้จากไป
หลังจากพวกเขาได้ข่าวแล้วก็มารีบบอกอาจารย์ทั้งสองทันที ตอนนั้นพวกเขาโกรธเคืองจนยากจะทนได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเพราะศัตรูที่ปรากฏตัวในคืนนั้น คนจากสำนักใหญ่ทั้งหลายจึงคิดลงมือกับอาจารย์ของพวกเขา ช่างถือตนว่าเป็นสำนักสายตรงอย่างแท้จริง
รู้แผนการของสำนักทั้งหลายแล้วแท้ๆ แต่พวกเขาสองคนกลับจนใจเช่นกัน อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเพียงผู้สูงส่งในสำนักแห่งหนึ่งในนั้น แม้แต่อำนาจการตัดสินใจในสำนักพวกเขาก็ล้วนไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำอย่างอื่นเลย
เมื่อรู้ข่าวแล้ว สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือมาบอกพวกอาจารย์ให้เร็วที่สุด ให้พวกท่านรีบจากไป ทำเช่นนั้นถึงจะมีโอกาสรอด
ฟังดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็เลิกคิ้ว “รีบไปหรือ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับมีสีหน้าเป็นปกติ เพียงแต่กลิ่นอายบนร่างกายเย็นลงหลายส่วน ราวกับว่าไม่แปลกใจกับคำพูดของเขาอย่างไรอย่างนั้น เพียงมองนิ่งๆ
ซื่อเชวียกับมู่ซินพยักหน้า “อาจารย์อาจยังไม่รู้ ข้างหน้าล่างเขาของพวกเรามีการฝากฝังให้ศิษย์จับตาดูความเคลื่อนไหวของสำนัก ดังนั้นถึงได้รู้ข่าวที่สำนักใหญ่ต้องการจัดการพวกอาจารย์ หากสำนักและพรรคทั้งหลายร่วมมือกันล้อมจู่โจม เกรงว่าถึงเวลาแล้วพวกอาจารย์อยากหนีก็คงไม่ทันกาล ถือโอกาสที่ตอนนี้พวกเขายังมาไม่ถึง รีบจากไปเถอะขอรับ”
“เมื่อครู่ชิงเฉิงพูดเรื่องนี้กับพวกข้าแล้ว เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าสำนักพรรคสายตรงที่ว่าจะจัดการกับพวกข้าเพราะเรื่องนี้ ทำให้ข้าประหลาดใจอยู่บ้าง!” นางคลี่ยิ้มจางๆ เอ่ยเสียงเรียบว่า “เดิมทีพวกข้าคิดจะจากไปสักพัก คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอกับเรื่องนี้ ฮ่าๆ”
จู่ๆ นางก็ไม่อยากจากไปเร็วถึงเพียงนั้น ด้วยอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วสำนักและพรรคไหนต้องการจะจัดการพวกเขา คนจากสำนักพรรคสายตรงทำเรื่องเช่นนี้ได้ นางกลับอยากดูว่าพอถึงเวลาแล้วพวกเขาจะมาล้อมจู่โจมพวกตนด้วยท่าทีแบบใด
“อาจารย์ เกรงว่าครั้งนี้สี่สำนักใหญ่และสี่พรรคใหญ่จะมาทั้งหมด และน่าจะไม่อ่อนข้อเช่นเดียวกัน หากอ่อนข้อต้องถูกสำนักอื่นกังขาแน่ ด้วยเหตุนี้แม้มีบางสำนักไม่ยินยอม สุดท้ายแล้วก็ต้องล้อมจู่โจมพวกท่าน”
มู่ซินกล่าว มองพวกเขาแล้วถอนหายใจเสียงหนึ่ง “อาจารย์ทั้งสองเตรียมตัวไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุดเถอะขอรับ!”
“สำนักของพวกเจ้ามีคำสั่งให้พวกเจ้ากลับไปหรือ อยากให้พวกเจ้าร่วมด้วยใช่หรือไม่” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วมองพวกเขาพลางถาม
ซื่อเชวียมุ่นคิ้ว “หลังจากพวกข้าได้รับข่าวจากศิษย์แล้ว สำนักก็ส่งข่าวให้พวกข้ากลับไปเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ต้องการจัดการอาจารย์ พวกข้าคิดว่าพวกเขาอยากให้พวกข้ากลับไป เพื่อไม่ให้พวกข้าสอดมือเข้ายุ่งกับเรื่องนี้กระมัง!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าก็กลับไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ
ฟังดังนั้นแล้ว ซื่อเชวียและมู่ซินกลับชะงักงัน สองคนสบตากัน “อาจารย์ให้พวกข้ากลับไปหรือ”
“ทำไม พวกเจ้าไม่อยากกลับไปหรือ” เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางมองพวกเขา
สองคนชะงักไปครู่หนึ่ง “ข้ากราบอาจารย์เป็นอาจารย์แล้ว วันนี้อาจารย์มีเรื่องลำบาก พวกข้าที่เป็นศิษย์จะนิ่งดูดายได้หรือ อย่างน้อยก่อนที่อาจารย์ทั้งสองจะจากที่นี่ไปอย่างปลอดภัย พวกข้าย่อมไม่อาจกลับไปได้”
ตั้งแต่กราบพวกเขาเป็นอาจารย์ ยังไม่พูดถึงอาจารย์เซวียนหยวน อาจารย์เฟิ่งจิ่วกลับมอบสิ่งของอย่างโอสถให้พวกเขาไม่น้อย นางช่วยให้พวกเขาบรรลุขั้นพลัง ช่วยให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น วันนี้พวกอาจารย์มีเรื่องลำบาก พวกเขาสองคนเป็นศิษย์ของอาจารย์ทั้งสองจะจากไปเช่นนี้ได้อย่างไร?
“หากพวกเจ้าไม่กลับไป ถึงเวลาปะทะกับคนจากสำนัก พวกเจ้าจะไม่อึดอัดใจหรือ”
……….