เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3280 ประมุขเต่าดำ เซียวหลี / ตอนที่ 3281 หารือกันเรื่องหลบหนี
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3280 ประมุขเต่าดำ เซียวหลี / ตอนที่ 3281 หารือกันเรื่องหลบหนี
ตอนที่ 3280 ประมุขเต่าดำ เซียวหลี
“หมายความว่าอย่างไร” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วมองเขา
“แผ่นดินใหญ่ผืนเดียวกัน โลกเบื้องบนเดียวกัน แต่ห้วงมิติกลับแตกต่างกัน เขาใช้พลังจิตวิญญาณกล้าแกร่งสร้างฟ้าดินด้านหนึ่งออกมาโดยมีเขาเป็นผู้ปกครอง ว่ากันว่าเขาพยายามขยายอานุภาพตลอดเวลา แย่งชิงอาณาเขต การสู้รบที่ดุเดือดที่สุดน่าจะเป็นการแย่งชิงอาณาเขตของเขากับประมุขเต่าดำ”
เฟิ่งจิ่วพลิกอ่านข้อมูลบนโต๊ะไปพลาง ฟังเขาพูดอยู่ตรงนั้นไปพลาง ตอนได้ยินชื่อประมุขเต่าดำ ขณะนางกำลังคิดถาม เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ฟังอยู่ข้างๆ ก็ถามขึ้นมาก่อน
“ประมุขเต่าดำผู้นี้ ก็คือเซียวหลีผู้ครอบครองเต่าดำ สัตว์เทพโบราณใช่หรือไม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเขาพลางถาม
ซื่อเชวียประหลาดใจอยู่บ้าง เขามองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้วถามต่อเช่นกัน “อาจารย์รู้จักประมุขเซียวหรือ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อส่ายหน้า “ไม่ใช่ เพียงรู้ว่ามีคนเช่นนี้อยู่เท่านั้น” ความจริงแล้วอาจารย์ของเขาเคยพูดถึงไว้ สัตว์เทพโบราณทั้งสี่ประกอบไปด้วยมังกรเขียวบูรพา เสือขาวประจิม หงส์แดงทักษิณ เต่าดำอุดร เขาครอบครองมังกรดำอันเป็นผู้นำของสัตว์เทพโบราณทั้งสี่ ตอนนั้นเขาเคยถามเหมือนกัน ว่าเจ้าของสัตว์เทพโบราณอีกสามคนเป็นใคร
จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์พูดถึงประมุขเต่าดำเซียวหลีเช่นกัน เล่ากันว่าคนผู้นี้เป็นบุคคลระดับตำนานคนหนึ่ง
สัตว์เทพโบราณนอกจากมังกรเขียว เสือขาว หงส์แดง และเต่าดำแล้ว ยังมีเฟิ่งหวง กิเลน รวมถึงสัตว์เทพโบราณตัวอื่นอีก อีกทั้งนอกจากสัตว์เทพโบราณแล้วยังมีสัตว์ร้ายโบราณ ฝีมือการต่อสู้น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ดุร้ายกระหายเลือดเช่นเดียวกัน
ผู้แข็งแกร่งที่ครอบครองสัตว์เทพโบราณหรือสัตว์ร้ายโบราณเหล่านี้ได้ ไม่มีทางเป็นคนธรรมดาอย่างแน่นอน ในข้อมูลที่พวกซื่อเชวียรวบรวมมาได้ ทำให้รู้อย่างจำกัดถึงพลังโดยคร่าวของผู้แข็งแกร่งจำนวนหนึ่ง และไม่อาจรู้ว่าใครครอบครองสัตว์เทพหรือสัตว์ร้ายโบราณอะไรบ้าง
คนที่ฝึกบำเพ็ญ เช่นผู้ฝึกบำเพ็ญที่โลกเบื้องล่างหรือสถานที่ที่ค่อนข้างเล็กจำนวนหนึ่ง ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าจุดสูงสุดของระดับการฝึกบำเพ็ญคืออะไร มีเพียงพลังของพวกเขาที่พัฒนาไปเรื่อยๆ แล้วถึงจะทำความเข้าใจจนแตกฉาน
เช่นเดียวกับพวกเขา ต่อมาถึงเริ่มรู้ว่าหลังจากจักรพรรดิเซียนคือเทพสวรรค์ หลังจากเทพสวรรค์คือเทพระดับล่าง เทพระดับกลาง เทพระดับบน ราชันเทพ จนสุดท้ายแล้วค่อยเป็นมหาจักรพรรดิ
พวกเขาฝึกบำเพ็ญมาหลายปี มีเพียงมาถึงโลกเบื้องบนแล้วถึงสัมผัสถึงการมีอยู่ของผู้แข็งแกร่งที่มีระดับพลังสูงกว่าพวกเขา อย่างประมุขเทียมฟ้าที่ซื่อเชวียพูดถึง ระดับราชันเทพ พลังเช่นนี้อาจมีเพียงหนึ่งคนในบรรดาผู้ฝึกบำเพ็ญเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่นคน เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ระดับสูงสุดแล้ว
เมื่อคิดถึงว่าพวกเขาอาจกำลังเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพคนหนึ่ง หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเบาๆ อย่างอดไม่ได้ ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ต่อให้รวมกับมังกรเขียวแล้ว หรือร่วมมือกับเฟิ่งจิ่วก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพ
ครั้งก่อนใช้ร่างแบ่งปรากฏตัว หากร่างจริงของเขามาถึงที่นี่ เกรงว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะยิ่งอันตรายมากขึ้น
เฟิ่งจิ่วไม่รู้ว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งที่นางคิดตอนนี้คือบิดาของห้าวเอ๋อร์เป็นหนึ่งในข้อมูลเหล่านี้หรือไม่? หรือใช่ประมุขเต่าดำเซียวหลีผู้นี้หรือไม่? อย่างไรเสียข้อมูลบนนั้นก็ชัดเจนว่าเซียวหลีเป็นศัตรูตัวฉกาจของประมุขเทียมฟ้า
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว นางมองซื่อเชวียก่อนถาม “เช่นนั้นฟ้าดินที่พวกเขาสร้างออกมา ผู้ฝึกบำเพ็ญที่อื่นไปเยือนไม่ได้ใช่หรือไม่ หากจะไปต้องใช้วิธีการใด”
……….
ตอนที่ 3281 หารือกันเรื่องหลบหนี
“ย่อมไปได้ เพียงแต่ที่นั่นเป็นอย่างไร ข้าไม่ค่อยแน่ใจเช่นกัน” ซื่อเชวียมองนางเชิงขอโทษอยู่บ้าง เพราะผู้ฝึกบำเพ็ญที่นี่อย่างพวกเขาไม่คิดออกจากแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ ด้วยเหตุนี้พวกเขารู้เกี่ยวกับสถานที่ของประมุขอื่นน้อยนิดนัก
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า อ่านข้อมูลต่อไป เมื่อเห็นข้อความจำนวนหนึ่งแล้วหยุดมือเล็กน้อย กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ! พวกข้าจะค่อยๆ อ่านต่อไป”
“ขอรับ” ซื่อเชวียกับมู่ซินตอบรับเสียงหนึ่ง จากนั้นจึงถอยออกไปก่อน
หลังจากพวกเขาไปแล้ว เฟิ่งจิ่วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ดวงตาเป็นประกาย “เจ้าว่าเซียวหลีผู้นี้ รวมถึงสตรีบนข้อมูลนี้ จะเป็นบิดามารดาของห้าวเอ๋อร์หรือไม่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินดังนั้นแล้วยิ้มอย่างจนใจอยู่บ้าง “ไยความสนใจของเจ้าไม่เหมือนของผู้อื่นกันนะ ดูจากข้อมูลพวกนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าควรกังวลเกี่ยวกับศัตรูที่พวกเราเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้หรือ”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะออกมา “ไม่ต้องกังวลหรอก พลังของอีกฝ่ายสูงส่งปานนั้น ต่อให้พวกเรากังวลก็จัดการอะไรไม่ได้ มิสู้ หึๆ…” นางมองเขา ในดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
“หากสองคนนั้นเป็นบิดามารดาของห้าวเอ๋อร์จริง เรื่องนี้ก็จัดการง่ายขึ้นมากแล้ว” พลังของพวกเขาในตอนนี้ไม่อาจต่อกรกับราชันเทพได้ แต่พลังของเซียวหลีผู้นี้อยู่ในระดับราชันเทพเช่นกัน กลับไม่ใช่เหตุผลที่พวกเขาจะออมมือ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อส่ายหน้า “หากพวกเขาเป็นบิดามารดาของห้าวเอ๋อร์จริง ทว่าแม้แต่ลูกของพวกเขาเองก็ยังปกป้องไม่ได้ ตอนนี้ย่อมต้องมีภาระผูกพันเป็นแน่ แล้วจะหวังพึ่งพวกเขาได้อย่างไร!”
“พูดถูกต้อง”
เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองเขาแล้วถาม “พลังของประมุขเทียมฟ้าแข็งแกร่งปานนั้น พวกเราควรจัดการอย่างไรดี ยิ่งไต่ขึ้นไปก็ยิ่งเพิ่มพลังขึ้นได้ยาก อีกทั้งพลังเพิ่มเร็วเกินไปย่อมมีรากฐานไม่มั่นคง ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะบรรลุระดับพลังจนถึงระดับราชันเทพได้ภายในเวลาอันสั้น”
แววตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อวูบไหวเล็กน้อย “ในเมื่อไม่อาจทำให้พลังเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นที่ทัดเทียมกับอีกฝ่ายได้ในเวลาอันสั้น เช่นนั้นทางเดียวที่พวกเราทำได้ก็คือกลั้นใจหนี”
เสียงของเขาหยุดลง ดวงตาสีดำลึกล้ำมองนาง “มีเพียงทำเช่นนี้พวกเราถึงมีเวลาพอให้เพิ่มพลังของตนเอง ทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ไม่เช่นนั้นอยู่ในสถานที่ซึ่งตนเองเตะตาที่สุดเช่นนี้ ก็มีแต่จะมอบโอกาสให้อีกฝ่ายมาสังหารพวกเรา ข้าเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ไม่มีทางปล่อยให้ศัตรูมีพื้นที่แข็งแกร่งขึ้นแน่”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วครุ่นคิด ถามขึ้นว่า “ความหมายของเจ้าคือพวกเราไปจากที่นี่ ปิดบังชื่อแซ่จริงๆ แล้วทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง” เขาจ้องมองนาง เอ่ยเสียงขรึม “เจ้าก็น่าจะรู้ว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วเงียบเสียง ไม่พูดจาอยู่เนิ่นนาน ถูกต้อง ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว หนทางที่เขาพูดขึ้นคือหนทางที่ดีที่สุด แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็จำต้องยอมรับ พวกเขาในตอนนี้แม้รวมพลังทั้งหมดที่มีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชันเทพคนหนึ่งเช่นกัน อีกทั้งภายในเวลาสั้นๆ นี้ เกรงว่าพลังของพวกเขาไม่อาจเพิ่มถึงระดับราชันเทพได้
ทว่าสำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่ง ขอเพียงพวกเขาหาสถานที่หนึ่งฝึกบำเพ็ญอย่างสงบใจโดยไม่สนเรื่องราวใดๆ สักสองสามปี นอกจากหลบเลี่ยงสถานการณ์อันตรายในตอนนี้ได้แล้ว ยังทำให้ตนเองมีเวลาฝึกบำเพ็ญเพิ่มพลังอีกด้วย
ไม้เรียวระหงกลางป่าย่อมถูกลมโค่น บางทีพวกเขาควรเร้นกายไปสักพักจริงๆ ให้ทุกคนลืมเลือนพวกเขาไป
……….