เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3306 สั่งสอน / ตอนที่ 3307 เข้าจวนตระกูลเฟิ่ง
ตอนที่ 3306 สั่งสอน
เห็นเท้าที่ยื่นออกมาคิดจะขัดขาตนให้ล้ม ในดวงตาของกวนสีหลิ่นพลันปรากฏแววเย็นยะเยือก เขาก้าวเท้าหนึ่งออกไปคล้ายกับมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น กระนั้นก็ไม่ได้ก้าวข้าม กลับเหยียบลงบนเท้าที่ยื่นมาของคนผู้นั้น
กรอบ!
“อ้าก!”
ครั้นเสียงกระดูกหักดังออกมา เสียงร้องน่าเวทนาของผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้นก็ดังตามขึ้นมาด้วย ทำเอาคนทั้งร้านอาหารต่างหวาดกลัวขึ้นมา
“เท้าของข้า…เท้าของข้า…เจ้ากล้าหักเท้าของข้าหรือนี่!”
ผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้นมีใบหน้าซีดขาว เหงื่อเย็นๆ เม็ดเท่าถั่วเขียวซึมออกมาจากหน้าผาก เขาชักเท้ากลับอย่างหวาดๆ เพียงแต่ตอนนี้เท้าที่ถูกเหยียบหักเจ็บจนไม่อาจทนไหวแล้ว
ทุกคนในร้านอาหารเห็นฉากนี้แล้วต่างกลั้นหายใจโดยพลัน ชายผู้นี้กล้าดีอย่างไร เหตุใดเขาถึงกล้าหักเท้าคนผู้นั้นเช่นนี้ คะ…คราวนี้เขาน่าเวทนาเกินไปแล้ว
คล้ายจะเห็นจุดจบอันน่าเวทนาของชายผู้นั้นขึ้นมาเสียแล้ว คนทั้งหลายในร้านรจึงลอบส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ อดทนสักหน่อยไม่ดีกว่าหรืออย่างไร สภาพเช่นตอนนี้ คนผู้นี้จะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่ล้วนพูดยากแล้ว
กวนสีหลิ่นมองเขาครั้งหนึ่ง เหยียบเท้าข้างนั้นแล้วก็เดินไปข้างหน้าทันที ไม่ขมวดคิ้วเลยสักนิด คล้ายกับเท้าของเขาไม่ได้เหยียบลงบนเท้าของผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้น เพียงเหยียบลงบนพื้นเท่านั้น
เขาอยากไป แต่ผู้ฝึกบำเพ็ญอีกสองคนที่ดึงสติกลับมาได้ไหนเลยจะยอมให้เขาไป พวกเขาลุกขึ้นทันทีด้วยความโมโห ส่งเสียงกราดเกรี้ยวออกมา “หยุด!” เสียงตะโกนดุดันดังออกมาแล้ว ฝ่ามือหนึ่งฟาดใส่หลังของกวนสีหลิ่น
กวนสีหลิ่นหลบหลีกได้อย่างง่ายดายแม้ไม่ได้หันกลับมอง เขาไม่อยากลงมือกับใครในร้านอาหาร เพราะไม่อยากทำลายการค้าของใคร จึงขยับเท้าก้าวลงลงบันไดไป
ครั้นเห็นกวนสีหลิ่นเดินไปยังชั้นหนึ่ง ผู้ฝึกบำเพ็ญสองคนมีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง โดยเฉพาะผู้ฝึกบำเพ็ญที่ถูกเหยียบเท้าหักผู้นั้น กล่าวกับผู้ฝึกบำเพ็ญอีกสองคนด้วยความโมโห “คนผู้นี้ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาก็ช่างเถอะ แต่แม้แต่กับท่านทั้งสองก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา ช่างน่าแค้นใจจริงๆ!”
ฟังดังนั้นแล้ว แม้ผู้ฝึกบำเพ็ญทั้งสองจะรู้ดีว่าในคำพูดมีเจตนายุแหย่อยู่หลายส่วน ทว่าท่าทางที่คนผู้นั้นลงบันไดไปโดยไม่มองพวกเขาสักนิดก็ไม่ต่างอะไรกับการดูถูกพวกเขาเลย ทำให้พวกเขาอยากบันดาลโทสะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะถูกทำให้เสียหน้าต่อหน้าคนมากมายในร้านอาหารเช่นนี้ หากพวกเขาไม่อะไร ต่อไปผู้คนจะพูดถึงพวกเขาอย่างไรเล่า?
พอคิดถึงตรงนี้ พวกเขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “คนผู้นี้ไม่เห็นหัวใครเลย! คอยดูเถอะ พวกข้าจะมอบบทเรียนที่เขาจะไม่อาจลืมได้ไปจนวันตาย!”
สองคนพูดพลางลงบันไดตามไปติดๆ เห็นคนผู้นั้นอยู่ไม่ใกล้นัก อีกทั้งกำลังจะเดินออกไปข้างนอกแล้ว ทันใดนั้นสองคนพลันสบตากัน ลงมือจู่โจมชายในชุดสีดำข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง
คนที่อยู่ชั้นล่างเห็นว่าจะวิวาทกันแล้ว ย่อมลุกขึ้นยืนถอยไปอยู่ข้างๆ อย่างไม่มีทางเลือก กลับเห็นชายชุดดำผู้นั้นก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่งโดยไม่หันกลับไปมอง ฝีเท้าว่องไวเป็นอย่างยิ่ง หลบการจู่โจมของสองคนข้างหลังอย่างง่ายดาย ทำให้การโจมตีของพวกเขาไร้ประโยขน์
เพียงขยับตัวครั้งเดียว ชายชุดดำผู้นั้นก็ออกไปข้างนอกร้านอาหารแล้ว หลงจู๊ที่เห็นภาพนี้พลันดวงตาเป็นประกาย สายตาหยุดอยู่ที่ร่างของกวนสีหลิ่น
เมื่อออกไปข้างนอกแล้ว คนบนถนนใหญ่มองเห็นผู้ฝึกบำเพ็ญสองคนที่ตามออกมาจู่โจม แต่ละคนต่างก็หลบหลีกตามสัญชาตญาณ ในที่สุดชายที่ขยับหลบไม่อยากตอบโต้ก็ยกมือขึ้นกำหมัดเหวี่ยงใส่อีกฝ่าย พอเขาชักมือกลับ เสียงกระดูกหักก็ดังขึ้นตามมา
“อ้าก!”
ชายผู้นั้นส่งเสียงร้องน่าสงสาร มืออีกข้างหนึ่งหยิบใบมีดออกมาจากในแขนเสื้อแล้วแทงใส่กวนสีหลิ่น ทว่ากลับถูกเขาถีบสีข้างครั้งหนึ่ง ร่างทั้งร่างลอยหวือออกไป
……….
ตอนที่ 3307 เข้าจวนตระกูลเฟิ่ง
ตึง!
ร่างกายกระแทกกับพื้นอย่างแรง กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง คนผู้นั้นตะเกียกตะกายหมายลุกขึ้นยืน ทว่าตอนยันร่างขึ้นมากลับล้มลงไปอยู่ที่เดิม
พอเห็นภาพนี้ อีกคนหนึ่งก็ชักกระบี่ยาวที่เอวออกมา คำรามเสียงต่ำพลางพุ่งเข้าใส่กวนสีหลิ่น เพียงแต่กระบี่ที่คล้ายกับดุร้ายนั้น กวนสีหลิ่นมองแล้วกลับไม่ต่างจากกระบี่ของเล่น เขาไม่สนใจมันโดยสิ้นเชิง
เขาเบี่ยงกายหลบ ขณะหลบการจู่โจมของอีกฝ่าย ก็ยกมือขึ้นกำเป็นหมัด กำปั้นที่มีพลังซ่อนอยู่โจมตีไปยังมือที่กำกระบี่เอาไว้ ทันใดนั้นก็ได้ยินเพียงเสียงอันน่าเวทนา กระบี่ในมือของผู้ฝึกบำเพ็ญตกลงบนพื้น เขารีบปกป้องมือของตนไว้พร้อมถอยกลับ ก่อนมองดูชายในชุดดำด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เจ้า…เจ้าเป็นใครกัน! บอกชื่อแซ่มาเดี๋ยวนี้!” ผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้นมองเขาด้วยความหวาดกลัว กระนั้นยังคงตวาดอย่างเคียดแค้น ด้วยต้องรู้ชื่อของเขา เผื่อว่าจะได้คิดบัญชีในภายหลัง
กวนสีหลิ่นเหลือบมองคนผู้นั้นครั้งหนึ่ง จากนั้นกวาดสายตามองคนที่อยู่บนพื้น รวมถึงผู้ฝึกบำเพ็ญที่ยืนอยู่หน้าร้านอาหารซึ่งในขณะนี้มีใบหน้าซีดขาวทำท่าทางราวกับจะหลบหนี ทันใดนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้า คว้าคนผู้นั้นไว้ด้วยมือข้างเดียว
“พวกที่มีความคิดชั่วร้าย มีพลังบำเพ็ญอยู่ติดตัวแล้วจะมีประโยชน์อะไร!” ทันทีที่สิ้นเสียง เขาก็ลงมือทำลายพลังบำเพ็ญของผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้นแล้ว
“อ้าก! ไม่ อย่า…”
ผู้ฝึกบำเพ็ญผู้นั้นร้องด้วยความตกใจกลัว ทว่าอีกฝ่ายลงมือรวดเร็วยิ่งนัก เขาเพียงรู้สึกว่าร่างกายพลันไร้เรี่ยวแรง มือเท้าอ่อนยวบ ทรุดนั่งลงกับพื้นทันที
ครั้นเห็นภาพนี้ สีหน้าของอีกสองคนพลันเปลี่ยนเป็นซีดขาว ความหวาดกลัวแทรกขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้พวกเขารู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คิดหนีเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ
เงาร่างของคนที่ถูกกำปั้นของกวนสีหลิ่นเพิ่งจะหมุนตัวกลับไป ตอนที่ก้าวเท้าออกไปได้สองสามก้าว กวนสีหลิ่นก็คว้าตัวเขากลับมาแล้ว ก่อนลงมือทำลายพลังบำเพ็ญของเขาและโยนอีกฝ่ายไปด้านข้าง
“ไม่ อย่าทำลายพลังบำเพ็ญของข้า…ข้า ข้าขอโทษท่าน ข้าขอโทษ ข้าไม่กล้าอีกแล้ว…” คนผู้นั้นที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้นกล่าวเสียงสั่นเครือ เพราะถูกเหยียบเท้า ตอนนี้ยังไม่หายเจ็บ อีกทั้งเห็นเขาเดินเข้ามาทีละก้าว จึงกลัวจนปัสสาวะรดกางเกงในทันใด
สายตาคนที่อยู่รอบข้างต่างก็มองชายชุดดำผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ มองเขาสาวเท้าก้าวใหญ่ไปทำลายพลังบำเพ็ญของคนผู้นั้น ตอนยังไม่ลงมือก็แล้วไปเถอะ แต่พอลงมือก็ทำลายพลังบำเพ็ญของคนทั้งสามได้โดยตรง วิธีการที่ถอนรากถอนโคนพรรค์นี้ ทำให้คนที่อยู่ ณ ที่นี้ล้วนแต่ขวัญผวา
คนผู้นี้เป็นบุคคลชั้นยอด!
กวนสีหลิ่นทำลายพลังบำเพ็ญของพวกเขาสามคนแล้วก็ไม่สนใจอีก คนพรรค์นี้ผิดใจกับคนมากมาย วันนี้พลังบำเพ็ญถูกทำลาย หากยังรักชีวิตก็ออกจากเมืองสี่ทิศไปเสียเถอะ!
เขาหมุนกายและก้าวเท้าจากไป เดินตามถนนไปข้างหน้า ระหว่างนี้เขาก็สอบถามข่าวคราวในเมืองสี่ทิศอยู่ตลอด สืบถามได้พอประมาณแล้ว น่าจะหาสถานที่พักแรมได้แล้วเช่นกัน
ส่วนจะเป็นที่ไหน หึๆ นั่นย่อมเป็นจวนตระกูลเฟิ่งของน้องสาวเขา
เพราะระหว่างนี้สอบถามไปทั่วทุกที่ ตอนนี้เขาจึงเดินไปตามถนนใหญ่สู่จวนตระกูลเฟิ่งโดยไม่หยุดฝีเท้า แต่ด้วยเรื่องที่เขาทำลายพลังบำเพ็ญของสามคนนั้นที่หน้าร้านอาหาร จึงถูกคนจากตระกูลใหญ่ในเมืองจับตามองไม่น้อย ด้วยเหตุนี้พอคนที่คอยตามดูเขาเห็นว่าอีกฝ่ายมาถึงหน้าประตูจวนตระกูลเฟิ่งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงไป
คนที่อยู่ในมุมมืดเห็นชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูจวนตระกูลเฟิ่ง หลังจากเห็นเขาเงยหน้ามองตัวอักษรเหนือประตูแล้ว เขาก็ผลักประตูเดินเข้าไปทันที คนที่คอยตามดูอยู่เห็นดังนั้นก็รีบกลับไปรายงานผู้นำตระกูลของตนเองอย่างรวดเร็ว
……….