เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3310 ผู้มาเยือน / ตอนที่ 3311 นางเป็นใคร
ตอนที่ 3310 ผู้มาเยือน
“เช่นนั้นข้ากลับไปแล้วจะเลือกข้ารับใช้ส่งมาก็แล้วกัน! ในเมื่อจะอยู่ที่นี่ มีข้ารับใช้คอยช่วยเหลือถึงจะใช้ได้” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืน ประสานมือกล่าวว่า “ขอตัวลา”
กวนสีหลิ่นคารวะตอบ ครั้นส่งพวกเขาออกไปแล้วจึงค่อยเดินไปที่ลานด้านหลัง เสาะหาเรือนสักหลังเพื่อพักผ่อน
พอออกมาแล้ว ชายชราที่ติดตามอยู่ข้างกายถามว่า “ผู้นำตระกูลเชื่อคำพูดของเขาจริงหรือ”
“หรือเจ้าไม่เชื่อ?” ผู้นำตระกูลเซ่ามองชายชราผู้นั้น
“ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าว่าคนผู้นี้สง่างามไม่ธรรมดา ไม่เหมือนพวกคนต่ำต้อยที่อยากหาผลประโยชน์หรือมีเป้าหมายอะไร อาจมีความเกี่ยวข้องกับพวกคุณหนูเฟิ่งจริงๆ หากเป็นจริงเช่นที่เขาพูด อีกไม่กี่วันก็จะมีคนมาหาถึงจวนแล้ว นั่นกลับเป็นเรื่องดีเช่นกัน”
ผู้นำตระกูลเซ่าพยักหน้า “ถูกต้อง คนผู้นี้อายุน้อย ทว่ามีมาดไม่เลว ทุกการกระทำทุกคำพูดล้วนน่าเกรงขาม เหมือนพวกเขาอยู่บ้าง”
พวกเฟิ่งจิ่วนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วที่เป็นนายไม่ต้องพูดถึง แค่พวกเหลิ่งหวาที่ติดตามข้างกายพวกเขา แต่ละคนล้วนไม่เหมือนข้ารับใช้ กลับเหมือนคนในตระกูลสูงศักดิ์มากกว่า ด้วยเหตุนี้พอพบกวนสีหลิ่นแล้ว ในใจเขาจึงเชื่อไปแล้วเจ็ดส่วน
ทว่าสิ่งที่ทำให้คนตระกูลเซ่าคิดไม่ถึงก็คือไม่ต้องรอนานหลายวัน เพียงฟ้ามืดก็มีคนลอบเข้าไปในจวนตระกูลเฟิ่งแล้ว…
กวนสีหลิ่นที่พักผ่อนอยู่ในเรือนได้ยินเสียงจึงลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด พลิกตัวลุกขึ้นนั่งพลางพูดว่า “มาแล้วก็เข้ามา”
หลังจากสิ้นเสียงของเขา เงาร่างสีดำสองสายก็ลอดเข้ามาจากทางหน้าต่าง ไฟในเรือนสว่างขึ้นมา สามคนในเรือนต่างก็ลอบพิจารณากัน
เดิมกวนสีหลิ่นคิดว่าคนที่มาเยือนจะเป็นพวกเหลิ่งหวา ใครเล่าจะรู้ว่าเป็นชายชุดดำใส่หน้ากากสองคน เห็นหน้ากากบนใบหน้าของพวกเขาแล้ว เขาแย้มยิ้มขึ้นมา พิงข้างเตียงพลางมองพวกเขา “คนของตำหนักยมราช?”
“คารวะท่านกวน” สองคนพิจารณากวนสีหลิ่นแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม
“ใครให้พวกเจ้ามา ฮุยหลาง? หรือว่าเหลิ่งหวา หรือว่าจะเป็นตู้ฝาน”
เขาถาม พร้อมกันนั้นมองหน้ากากของพวกเขา คิดในใจว่าหน้ากากที่คนของตำหนักยมราชใส่ช่างเหมือนกับในอดีตเสียจริง แต่คนที่ใส่หน้ากากได้น่าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งอยู่บ้างในตำหนักยมราช ส่วนคนที่มีตำแหน่งไม่สูงนัก อย่างมากก็ใส่แค่หน้ากากผ้าโปร่งสีดำเท่านั้น
“ผู้ดูแลตู้ให้พวกข้ามาขอรับ” คนหนึ่งในนั้นกล่าว “พวกผู้ดูแลตู้รู้ว่าท่านกวนมาทางนี้แล้ว จึงสั่งให้พวกข้ามาสอบถามข่าวคราวอย่างลับๆ”
“พวกเขาเล่า หรือว่าไม่อยู่ที่เมืองสี่ทิศ” กวนสีหลิ่นถาม
“พวกเขาไม่อยู่ที่เมืองสีทิศ แต่อีกไม่กี่วันพวกเขาก็จะมาแล้ว”
ได้ยินดังนั้นกวนสีหลิ่นก็พยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี! ในเมื่อรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ก็ใช้ได้แล้ว พวกเจ้ากลับไปเถอะ! บอกกับพวกเขาว่าข้าจะรอพวกเขาอยู่ที่นี่” พวกเขาจะกลับมาแล้ว เช่นนั้นพวกเสี่ยวจิ่วก็น่าจะใกล้กลับมาแล้วเช่นกัน
“ขอรับ”
สองคนตอบรับ ทว่าไม่ได้จากไปทันที “ท่านกวน หากมีเรื่องใดจะสั่งการ ขอให้ท่านไปหาหลงจู๊ร้านอาหารในวันนี้ นี่คือป้ายคำสั่งขอรับ” คนหนึ่งในนั้นยื่นป้ายคำสั่งออกไป
ได้ยินว่าเป็นร้านอาหารวันนี้ กวนสีหลิ่นเลิกคิ้วขึ้น พยักหน้าก่อนยื่นมือไปรับมา “อืม ข้ารู้แล้ว”
“ข้าน้อยขอลา” สองคนทางนี้หมุนกายจากไป
กวนสีหลิ่นถือป้ายคำสั่งเล่นอยู่พักหนึ่งจึงเก็บมันไป จากนั้นก็นอนลงบนเตียงเพื่อพักผ่อนต่อ เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบพวกเสี่ยวจิ่วแล้ว เขาก็นอนหลับไปพร้อมรอยยิ้ม
……….
ตอนที่ 3311 นางเป็นใคร
ในเมืองแห่งหนึ่ง หวันเหยียนเชียนหวาในชุดกระโปรงสีแดงเอนกายอยู่บนชั้นสองของร้านอาหาร ในมือหมุนถ้วยสุราไปมา แววตาน่าหลงใหลมองคนที่เดินขวักไขว่อยู่ข้างล่าง คอยจิบสุราอยู่เรื่อยๆ
นางเอนกายอย่างเกียจคร้าน ความงดงามและความเป็นธรรมชาติตลบอบอวลอยู่บนกาย ทุกท่วงท่าล้วนทรงเสน่ห์น่ามอง ทำให้คนในร้านอาหารต่างอดไม่ได้ที่จ้องมองไปที่นาง
“สตรีนางนั้นเป็นใครกัน นางช่างงดงามจริงๆ” ผู้ฝึกบำเพ็ญคนหนึ่งยากจะปกปิดความประหลาดใจในสายตาได้ จดจ้องไปที่เงาร่างสีแดงนั้น มองเรือนร่างที่งดงามเป็นพิเศษ รู้สึกคล้ายมีขนนกสะกิดหัวใจอย่างแผ่วเบา จั๊กจี้จนทนไม่ไหว
“ไม่เคยเห็นนางมาก่อน น่าจะมาจากต่างถิ่น” ผู้ฝึกบำเพ็ญคนหนึ่งข้างๆกัน กล่าว เห็นสตรีในชุดกระโปรงสีแดงคล้ายกับไม่สังเกตเห็นสายตาของทุกคน เอาแต่ร่ำสุราตามลำพัง ไม่ต่างจากแมวตัวหนึ่งที่หมอบอยู่ตรงหน้าต่าง มอบความปรารถนาให้ผู้คนโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ยากนักที่จะได้พบหญิงงามเช่นนี้ ข้าไปเชิญนางมาร่ำสุราดีกว่า” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืน เดินไปหาสตรีนางนั้น
“แม่นาง นั่งดื่มสุราคนเดียวไม่สนุกกระมัง ไปนั่งร่วมโต๊ะกับพวกข้าเป็นอย่างไร” ชายหนุ่มเอ่ย โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ได้กลิ่นหอมสดชื่นบางเบามาจากกายของนาง ทำให้เขาหวั่นไหวยิ่งกว่าเดิม
“ไสหัวไป”
หวันเหยียนเชียนหวาเผยอปากเล็กน้อย เอ่ยวาจาเย็นชาออกมา ไม่หันไปมองด้วยซ้ำ เพียงยกสุราขึ้นใกล้ปากแล้วจิบเข้าไปอีกคำหนึ่ง ยังคงเอนกายมองถนนใหญ่ข้างนอกอยู่อย่างนั้น
ถูกสตรีนางหนึ่งบอกให้ไสหัวไปเช่นนี้ บนใบหน้าชายหนุ่มผู้นั้นพลันง้ำงออยู่บ้าง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเฉพาะตอนเห็นทุกคนรอบข้างมองมาทางนี้ เขายิ่งรวบรวมความกล้าก้าวเข้าไป “แม่นาง…”
เขาพูดพลางยื่นมือออกไปคิดจะดึงมือของหวันเหยียนเชียนหวา ทว่าตอนนั้นเองหวันเหยียนเชียนหวาที่เดิมมองไปที่ถนนใหญ่ข้างนอกหันศีรษะมา ในแววตาสดสวยเต็มไปด้วยความเย็นชา แผ่ความน่าเกรงขามออกมา ยังไม่ทันสัมผัสถูกคนผู้นั้น สีหน้าของเขากลับซีดขาวและถอยหลังไปหลายก้าว เขาส่งเสียงในคำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาจากปากคำหนึ่ง
“พรวด!”
สุดท้ายเขาถึงขั้นยืนไม่อยู่ล้มลงไป มองหญิงงามที่กำลังมองเขาอย่างเย็นชาด้วยสีหน้าซีดเผือดและตกใจกลัว ในใจมีแต่ความยำเกรง สั่นสะท้านเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนที่เห็นภาพนี้พลันใจสั่นเช่นเดียวกัน มองหญิงงามเตะตาในชุดสีแดงผู้นั้นอย่างพร้อมเพรียง ไม่อาจปิดบังความตกใจบนใบหน้าได้ สตรีนางนี้เพียงใช้ความน่าเกรงขามไล่ผู้ฝึกบำเพ็ญคนนั้น ทั้งยังทำให้เขากระอักเลือดอีกหรือนี่?
ทันใดนั้นสายตาที่ทุกคนมองนางพลันเปลี่ยนไปเช่นกัน ความยินดีที่ได้เห็นหญิงงามเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว รวมถึงครุ่นคิดและใคร่รู้ สตรีเช่นนี้ไม่ใช่สตรีธรรมดา เพียงแต่สตรีเช่นนี้ไม่อาจไร้ชื่อไร้แซ่ แท้จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่?
พวกเขาพิจารณาอย่างเงียบเชียบ มองหญิงงามในชุดสีแดงที่สง่างามโดดเด่น คนแรกที่พวกเขาคิดถึงก็คือเฟิ่งจิ่ว!
อย่างไรก็ตามพวกเขาส่ายหน้าและปฏิเสธความคิดนี้ น่าจะไม่ใช่เฟิ่งจิ่ว แม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นเฟิ่งจิ่ว แต่ก็ได้ยินมาเช่นกันว่าเฟิ่งจิ่วเป็นสตรีงามล่มเมือง ความงามของนางเรียกได้ว่าเยือกเย็น แม้ใบหน้าของสตรีตรงหน้าก็นับว่างดงามยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่ไม่ใช่ความงามเยือกเย็น กลับเป็นความงามสะดุดตา งดงามไม่ธรรมดา คนเช่นนี้ไม่มีทางใช่เฟิ่งจิ่ว กระนั้นนางก็ยังชอบสวมชุดสีแดงเช่นเดียวกัน เช่นนั้นแล้วนางเป็นใครกันแน่?
ทุกคนมองนางพลางคาดเดาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง…
……….