เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3308 ข่าวคราว / ตอนที่ 3309 มาเยือนถึงที่
ตอนที่ 3308 ข่าวคราว
“อะไรนะ เจ้าบอกว่ามีคนเข้าไปในจวนตระกูลเฟิ่งหรือ” ผู้นำตระกูลเซ่ารู้ข่าวนี้แล้วขมวดคิ้วทันที ถามต่อว่า “เขาเป็นใคร มีที่มาอย่างไร”
ตั้งแต่พวกเฟิ่งจิ่วจากไปเมื่อห้าปีก่อนก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น แต่เขาสั่งคนให้ไปทำความสะอาดข้างในจวนตระกูลเฟิ่งอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งยังส่งคนไปลอบจับตาดูจวนตระกูลเฟิ่งด้วย เผื่อว่าจะมีสักวันที่พวกเฟิ่งจิ่วกลับมา
เพียงแต่ห้าปีผ่านมาแล้วกลับไม่มีข่าวคราวของพวกเขาเลยสักนิด คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมีคนเข้าไปในจวนหลังนั้น ช่างกล้าหาญเสียจริงๆ!
“ผู้นำตระกูล คนผู้นั้นสวมชุดสีดำทั้งตัว ร่างกายกำยำล่ำสัน ดูท่าทางอายุเกือบสามสิบปี แต่พลังของเขาโดดเด่นมาก ทำลายพลังบำเพ็ญของผู้ฝึกบำเพ็ญบนถนนไปแล้วสามคน แถมเขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญพลังวิญญาณ แต่ผู้บำเพ็ญพลังเร้นลับ กลิ่นอายทั่วตัวเขาไม่เหมือนใครเป็นอย่างยิ่ง ไม่คล้ายคนธรรมดา”
สายลับที่รายงานพูดพลางคิดถึงคนผู้นั้นที่เห็นก่อนหน้านี้ ผู้บำเพ็ญพลังเร้นลับคนหนึ่งกลับมีพลังที่ไม่ธรรมดาติดกาย แถมกล้าทำลายพลังของสามคนนั้นต่อหน้าคนมากมายอีก วิธีการและพฤติกรรมของคนผู้นั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผู้นำตระกูลเซ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เห็นทีข้าต้องไปดูหน่อยแล้วว่าเป็นอริยะเทพองค์ใดกันแน่”
ข่าวที่ตระกูลเซ่าได้รับ ตระกูลอื่นก็ได้รับเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ได้สนใจจวนตระกูลเฟิ่งที่ถูกทิ้งร้างมาแล้วห้าปีสักเท่าไร อย่างไรเสียพวกเฟิ่งจิ่วก็หายตัวไปห้าปีแล้ว จะปรากฏตัวอีกเมื่อไรก็พูดยากเช่นกัน
สิ่งที่พวกเขาสนใจคือช่วงนี้โลกหล้าวุ่นวาย ความเคลื่อนไหวในเมืองย่อมไม่รอดพ้นเส้นสายที่พวกเขาส่งไป โดยเฉพาะเรื่องในวันนี้ พลังของผู้บำเพ็ญพลังเร้นลับคนหนึ่งทำลายพลังของผู้ฝึกบำเพ็ญระดับเซียนเหินสามคนได้ พลังนี้ไม่อาจดูแคลน พวกเขาเองก็ใคร่รู้ที่มาของคนผู้นี้ไม่ต่างกัน
“เข้าไปในจวนตระกูลเฟิ่งแล้ว คนจากตระกูลเซ่าต้องไปค้นหาความจริงแน่ ส่งคนไปจับตาดูอย่างลับๆ ก็พอแล้ว มีความเคลื่อนไหวอะไรก็กลับมารายงาน” ผู้นำตระกูลคนหนึ่งสั่ง ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจับตาดูต่อไป
ขณะเดียวกันนั้น ตระกูลและขุมกำลังอื่นก็สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำเช่นเดียวกัน บางคนถึงขั้นคิดว่าคนผู้นี้ไม่ไปที่ไหนเลย กลับเลือกเข้าไปในจวนตระกูลเฟิ่ง อาจเป็นคนที่มีความสัมพันธ์บางอย่างกับพวกเฟิ่งจิ่วก็ได้กระมัง
และตอนนั้นเอง กวนสีหลิ่นที่อยู่ในจวนตระกูลเฟิ่งเข้าไปดูข้างในแล้ว เห็นทุกที่ในจวนล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย คล้ายกับมีคนทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ จึงลอบพยักหน้าน้อยๆ
ข่าวที่เขาได้ยินคือคนตระกูลเซ่าส่งคนมาทำความสะอาดให้เสมอ เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง
สายตาเขามองไปในจวนอย่างถ้วนทั่ว เผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “ที่แท้มาอยู่ที่นี่ พวกเสี่ยวจิ่วอาศัยอยู่ที่นี่เอง สภาพแวดล้อมไม่เลวเลยเช่นกัน”
เขาเดินไปรอบๆ จวนรอบหนึ่ง ไม่มีใครเลยสักคนอย่างแท้จริง ประตูหน้าก็ไม่ได้ลงกลอนอีกต่างหาก ใช่ ใครเล่าจะเข้ามาที่นี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนตระกูลเซ่าคอยเฝ้าอยู่อย่างลับๆ ต่อให้มีคนไม่รู้อะไรเข้ามาที่นี่ นั่นก็ต้องมีพลังพอตัวทีเดียว
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่ เพียงแต่คิดว่าหากภายหลังพวกเสี่ยวจิ่วกลับมา จะต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าจะไปหาพวกนางที่ไหน เช่นนั้นก็ให้พวกนางมาหาเขาก็แล้วกัน
จากข่าวที่เขาสืบถามมา เขากลับได้ยินเกี่ยวกับกองกำลังใต้ดินของตำหนักยมราชที่นี่ เห็นทีคงเป็นพวกฮุยหลางกระมัง วันนี้เขามาถึงที่นี่แล้ว คาดว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะติดต่อตนมาเอง
ตอนเขาเตรียมหาเรือนพักผ่อนสักหน่อยนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังมาจากข้างนอก…
……….
ตอนที่ 3309 มาเยือนถึงที่
“ใครกล้าบุกรุกครอบครองจวนตระกูลเฟิ่ง!”
กวนสีหลิ่นได้ยินคำพูดนี้ตอนกำลังจะไปพักผ่อนพลันหัวเราะขึ้นมา ท่าทางคนผู้นี้น่าจะเป็นคนตระกูลเซ่ากระมัง มาได้รวดเร็วทีเดียว เขาตั้งสติ หมุนกายเดินไปข้างนอก
เมื่อไปถึงข้างนอกก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนใช้มือไพล่หลังอยู่ที่ลานด้านหน้า ข้างหลังติดตามมาด้วยผู้คุ้มกันหลายคน ดูจากท่าทางของเขาแล้ว น่าจะเป็นผู้นำตระกูลเซ่า
“ท่านคือผู้นำตระกูลเซ่าใช่หรือไม่” กวนสีหลิ่นถาม แม้ถามออกไป ในใจเขากลับแน่ใจอยู่หลายส่วน เพียงแต่ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลเซ่าจะสนใจที่นี่ทีเดียว
ฟังคำพูดของกวนสีหลิ่นแล้ว ผู้นำตระกูลเซ่ามีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะถามเสียงเข้ม “ท่านเป็นใคร เหตุใดเข้ามาที่จวนตระกูลเฟิ่งแห่งนี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าเจ้าของจวนตระกูลเฟิ่งเป็นใคร”
กวนสีหลิ่นได้ยินดังนั้นพลันยิ้มออกมา “ผู้นำตระกูลเซ่า เชิญนั่งข้างในเถอะ!” เขาผายมือเชิญราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ต่อมาก็ไม่รอให้อีกฝ่ายก้าวเท้า ตนเองก้าวเดินเข้าไปข้างในก่อนแล้ว
ผู้นำตระกูลเซ่ามองพลางมุ่นคิ้วเล็กน้อย จ้องมองเงาหลังของคนผู้นั้น สุดท้ายก็เลือกก้าวเท้าตามเข้าไป
พอถึงโถงใหญ่แล้ว กวนสีหลิ่นนั่งอยู่บนตำแหน่งประธานอย่างคาดไม่ถึง หัวคิ้วของผู้นำตระกูลเซ่าเลิกขึ้นตามธรรมชาติ ในดวงตาปรากฏไฟโทสะน้อยๆ “ท่านทำอย่างตัวเองเป็นเจ้าของที่นี่เชียวนะ!”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ผู้นำตระกูลเซ่าอย่าโมโหไปเลย ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเอง” เขามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ข้าแซ่กวน ชื่อว่าสีหลิ่น เป็นพี่ชายของเฟิ่งจิ่ว”
ครั้นฟังจบประโยคแล้ว ผู้นำตระกูลเซ่าพลันตกใจ ต่อมาตัดสินใจแค่นหัวเราะหนักๆ เสียงหนึ่ง มองกวนสีหลิ่นด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง “ท่านจะพูดโกหกทั้งทีก็ไม่หาข้ออ้างดีๆ สักหน่อยเล่า บอกมาได้อย่างไรว่าเป็นพี่ชายของเฟิ่งจิ่ว แซ่ของเฟิ่งจิ่วคือเฟิ่ง ท่านกลับแซ่กวน แล้วจะมาพูดว่าเป็นพี่ชายได้อย่างไร!”
กวนสีหลิ่นกลับไม่โมโห เพียงยิ้มกล่าว “ข้าเป็นพี่ชายของนางจริงๆ ทว่าเป็นพี่ชายบุญธรรม ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ”
“ท่านพูดว่าเป็นก็คือเป็นหรือ จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไร” ผู้นำตระกูลเซ่ากล่าวเสียงเข้ม มองเขาอย่างเย็นชา ไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ข้าจะหลอกท่านไปทำไม” กวนสีหลิ่นส่ายหน้า ยิ้มกล่าว “ก่อนหน้านี้ข้าเพิ่งก้าวพ้นบันไดสู่แดนเซียนจากโลกเบื้องล่างมาถึงที่นี่ เพราะไม่มีข่าวคราวของพวกเขา ข้าจึงพักอยู่ในเมืองนี้หลายวัน สอบถามรอบหนึ่งแล้ว วันนี้ถึงตัดสินใจมาที่จวนตระกูลเฟิ่งแห่งนี้”
ผู้นำตระกูลฟังแล้วมุ่นคิ้วเล็กน้อย จ้องมองเขา ทว่าไม่ได้พูดอะไร
“ข้าก็ไม่ได้ต้องการให้ท่านเชื่อ เพียงแต่ในเมื่อท่านมาแล้ว ข้าจะบอกกับท่านสักคำ ว่าข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อรอพวกเขากลับมา”
ผู้นำตระกูลเซ่าจ้องเขาอยู่นาน ก่อนจะถามว่า “ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าท่านเป็นพี่ชายของเฟิ่งจิ่ว”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ผู้นำตระกูลเซ่าอยากรู้อะไร คนที่อยู่ข้างกายน้องสาวข้าหรือ เรื่องพวกนี้ข้าพูดแล้วท่านอาจไม่รู้เช่นกัน ข้าจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องพูด แต่ไม่จำเป็นต้องรอนาน ต่อให้น้องสาวข้ายังไม่ปรากฏตัว คนข้างกายนางก็น่าจะมาที่นี่เช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้วผู้นำตระกูลเซ่าก็จะรู้เองว่าข้าไม่ได้พูดโกหก”
ทันทีที่ฟังจบ ผู้นำตระกูลเซ่าครุ่นคิดพลางเอ่ย “ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ตอนนี้ข้าจะเชื่อท่านสักครั้ง แต่ที่นี่ถูกทิ้งร้างมาห้าปีแล้ว แม้ข้าสั่งคนมาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แต่ในจวนไม่มีข้ารับใช้ หากท่านอยู่ที่นี่อาจไม่สะดวกสบาย ไปพักที่ตระกูลเซ่าของข้าสักสองสามวันเป็นอย่างไร”
กวนสีหลิ่นฟังแล้วยิ้มออก “ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่ที่นี่ก็ได้”
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้นำตระกูลเซ่าไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงสนทนากันไม่นาน เขาลอบพิจารณาคนผู้นี้แล้ว เห็นอีกฝ่ายสง่างามและสบายๆ น่าจะไม่ใช่คนต่ำต้อยอะไร จึงเชื่อคำพูดของเขาอยู่หลายส่วน
……….