เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3316 ป้อนโอสถ / ตอนที่ 3317 ไม่พบ
ตอนที่ 3316 ป้อนโอสถ
“ขอรับ” หลายคนตอบรับ จากนั้นหมุนกายออกไปข้างนอก
เมื่อพวกเขาออกไปแล้ว ชายวัยกลางคนจึงพูดขึ้นต่อว่า “ที่จริงได้พบคุณหนูหวันเหยียนที่นี่ ข้าดีใจเป็นยิ่งนัก เดิมทีข้ากังวลว่าหัวหน้าพรรคไม่ได้สติ ไม่มีทางเดินทางอย่างปลอดภัย แต่หากมีคุณหนูหวันเหยียนร่วมเดินทางด้วย ข้าก็วางใจลงได้บ้างแล้ว”
ทันใดนั้นเสียงของเขาพลันหยุดไป ก่อนจะกล่าวอีกว่า “หากหัวหน้าพรรครู้ว่าคุณหนูหวันเหยียนมา ข้าคิดว่าเขาต้องดีใจมากเช่นกัน” ทว่าหลังจากพูดประโยคนี้แล้ว เขาพลันรู้สึกว่าบรรยากาศในถ้ำคล้ายกับเย็นเยือกขึ้นหลายส่วน ทำให้เขาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
เมื่อสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหวันเหยียนเชียนหวา เขาเห็นนางมองเขาอย่างเย็นชา คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม สายตานั้นทำให้เขาพูดต่อไปไม่ได้อย่างน่าประหลาด เพียงยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “เอ่อ เช่นนั้นข้าออกไปเดินเล่นดีกว่า คุณหนูหวันเหยียนพักเหนื่อยอยู่ที่นี่ก่อน หากมีอะไรก็เรียกพวกข้าได้”
ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปโดยไม่รอให้นางพูดอะไรอีก มอบพื้นที่ให้กับพวกเขาสองคน
ในถ้ำเงียบสงบ มีเพียงกิ่งไม้ที่เผาไหม้อยู่กลางกองไฟส่งเสียงออกมาเป็นครั้งคราว หวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้ไปมองจวินเจวี๋ยซางที่ไม่ได้สติ แค่นั่งลงเงียบๆ ข้างเปลวไฟ มองเปลวไฟอยู่อย่างนั้น ในห้วงสมองนึกถึงคำพูดที่เขาพูดกับนางเมื่อห้าปีก่อน ไปจนถึงสายตาเรียบนิ่งเย็นชานั้น
ระยะเวลาห้าปีขจัดความรู้สึกเมื่อตอนนั้นไปแล้ว คนที่ไม่ได้พบกันนานถึงห้าปี นางคิดว่าจะถูกลบไปจากสมองแล้ว ทว่าวันนี้ได้พบกันอีกครั้ง ภาพมากมายในอดีตก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
นางกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะมองที่ร่างจวินเจวี๋ยซางซึ่งไม่ได้สติ เห็นเหงื่อผุดออกจากหน้าผากเขา ตอนหัวคิ้วขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม นางลังเลก่อนจะยื่นมือไปจับชีพจรให้เขา
เมื่อจับชีพจรดูแล้ว นางรู้ว่าอาการของเขาไม่ค่อยสู้ดีอย่างแท้จริง บอกว่ากินโอสถไปแล้ว แต่ดูจากสภาพของเขาแล้วน่าจะไม่เป็นผลโดยสิ้นเชิง นางจ้องจวินเจวี๋ยซางครั้งหนึ่ง ก่อนจะหยิบโอสถที่เฟิ่งจิ่วมอบให้นางออกมา จากนั้นยัดใส่ปากเขาไปเม็ดหนึ่ง
ข้างนอก แม้ชายวัยกลางคนออกไปแล้ว ทว่าไม่ได้เดินไปไกล เขานั่งลงที่ปากถ้ำ ขณะเดียวกันก็มองเข้าไปข้างในอยู่เรื่อยๆ ตอนเห็นหวันเหยียนเชียนหวาหยิบโอสถออกมาป้อนให้หัวหน้าพรรค เขาก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
สำหรับหวันเหยียนเชียนหวาแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลหรือระวัง จะกลัวก็แต่นางจะไม่ยอมทำอะไรเลย ไม่สนใจอะไรเลย แต่ดูจากท่าทางของนางแล้ว ในใจของนางน่าจะยังมีหัวหน้าพรรคของพวกเขาอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้นางเดินทางลำพังถึงห้าปีเช่นนี้
หลังจากป้อนโอสถให้จวินเจวี๋ยซางแล้ว นางเตรียมชักมือกลับ กระนั้นจวินเจวี๋ยซางกลับจับมือนางไว้ เมื่อมองมือของเขา แววตานางวูบไหวเล็กน้อย มองคนที่ไม่แม้กระทั่งจะลืมตาครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็ออกแรงเล็กน้อยหมายชักมือกลับ
กระนั้น ถึงเขายังคงไม่ได้สติ เรี่ยวแรงของเขากลับมีมหาศาล ชักมือที่ถูกเขาจับเอาไว้กลับมาไม่ได้โดยสิ้นเชิง หวันเหยียนเชียนหวามุ่นคิ้ว ออกแรงที่มืออีกครั้ง ชักมือกลับอย่างแรง ก่อนนั่งลงข้างๆ ด้วนสีหน้าเย็นชา ไม่มองเขาอีกแม้แต่ครั้งเดียว
ยิ่งดึกขึ้นเท่าไร ราตรีกาลยิ่งเงียบสงัดมากกว่าเดิม แม้หวันเหยียนเชียนหวาหลับตาพักผ่อน แต่นางไม่ได้ปล่อยวางเลิกระแวง ด้วยเหตุนี้ตอนฟ้าสว่างขึ้น นางจึงลืมตาขึ้นมาเช่นกัน
“ฟ้าสางแล้ว ประคองเขาออกมา!” หวันเหยียนเชียนหวามาถึงหน้าถ้ำ สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ก่อนที่เรือเหาะลำหนึ่งจะปรากฏอยู่ตรงหน้า
ตอนทุกคนเห็นเรือเหาะลำนั้น ต่างคนต่างก็ตาเป็นประกาย รีบประคองหัวหน้าพรรคออกมาขึ้นเรือเหาะ ชายวัยกลางคนมองหวันเหยียนเชียนหวา กล่าวว่า “คุณหนูหวันเหยียน ใช้เรือเหาะเดินทางไม่เตะตาเกินไปหน่อยหรือ”
……….
ตอนที่ 3317 ไม่พบ
“เขาไม่ได้สติ ใช้เรือเหาะดีที่สุดแล้ว ไปเถอะ! ถึงมีการซุ่มโจมตีก็ไม่มีทางทำอย่างโจ่งแจ้งเกินไป” นางกล่าว กระตุ้นปราณแล้วกระโดดขึ้นไปบนเรือเหาะ ไม่นานนักก็ค่อยๆ เหาะไปทางสำนักดาราครามเซียน
ระหว่างเหาะอยู่ท่ามกลางชั้นเมฆ ศิษย์ที่อกสั่นขวัญแขวนถอนหายใจโล่งอกได้ในที่สุด ตอนนี้จวินเจวี๋ยซางที่หมดสติไปได้หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ เริ่มลืมตาแล้ว
“หัวหน้าพรรคฟื้นแล้ว!” ชายวัยกลางคนร้องขึ้นด้วยความดีใจ เขามองจวินเจวี๋ยซางที่ลืมตาแล้ว ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเสียงหนึ่งเพราะโล่งใจ
จวินเจวี๋ยซางฟื้นแล้วมองชายวัยกลางคน ถามว่า “นี่คือที่ไหน”
“หัวหน้าพรรค นี่คือห้องในเรือเหาะ อ้อ จริงสิ นี่คือเรือเหาะของคุณหนูหวันเหยียน เมื่อคืนพวกข้า…” ชายวัยกลางคนเล่าเรื่องที่พบกับหวันเหยียนเชียนหวาเมื่อคืนให้เขาฟัง
เมื่อฟังคำบอกเล่าของชายวัยกลางคนแล้ว แววตาของจวินเจวี๋ยซางวูบไหวเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หลุบตาลง ไม่ได้พูดอะไร
“หัวหน้าพรรค เมื่อคืนข้าเห็นคุณหนูหวันเหยียนป้อนโอสถให้ท่านเม็ดหนึ่ง คาดว่าเป็นผลจากโอสถเม็ดนั้น ท่านถึงฟื้นได้รวดเร็วเช่นนี้” พูดแล้วเขาก็หยุดไป มองจวินเจวี๋ยซางครั้งหนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “หัวหน้าพรรค เมื่อคืนคุณหนูหวันเหยียนป้อนโอสถให้ท่านแล้ว ท่านจับมือนางทั้งคืนไม่ยอมปล่อยเลย”
ทันทีที่ได้ฟัง ขนตาของดวงตาที่หลุบลงสั่นไหวเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงหลับตาลงอย่างช้าๆ
“ผู้อาวุโสสวี หัวหน้าพรรคฟื้นแล้วหรือ” ศิษย์ข้างนอกได้ยินเขาพูดว่าหัวหน้าพรรคฟื้นแล้ว จึงเข้ามาลองสอบถามดู
“หัวหน้าพรรคพักผ่อนก่อน ข้าจะออกไปบอกคุณหนูหวันเหยียนกับเหล่าศิษย์สักหน่อย พวกเขาจะได้ไม่เป็นกังวล” ชายวัยกลางคนเอ่ย ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป
ข้างนอก ตอนหวันเหยียนเชียนหวาซึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือเหาะได้ยินว่าจวินเจวี๋ยซางฟื้นแล้ว นางกระชับมือที่ถือจอกสุราแน่นขึ้นหลายส่วน
“หัวหน้าพรรคฟื้นแล้ว สดชื่นไม่น้อย พวกเจ้าห้ามไปรบกวนเขา แยกย้ายกันไปเถอะ!” ชายวัยกลางคนเอ่ยกับศิษย์ที่ล้อมอยู่ข้างนอก บอกให้พวกเขาไปข้างหน้า พร้อมกันนั้นตนเองก็เดินไปทางหัวเรือ มุ่งหน้าไปหาหวันเหยียนเชียนหวา
“คุณหนูหวันเหยียน หัวหน้าพรรคฟื้นแล้ว ท่านจะเข้าไปดูหน่อยหรือไม่” ชายวัยกลางคนถาม สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนาง ตอนเห็นสายตาเย็นชาของนางมองมา เขายิ้มแห้งๆ ทันที
“ถือว่าข้าไม่ได้พูด ถือว่าข้าไม่ได้พูด” เขาหัวเราะแหะๆ ก่อนจะถอยไป
ในห้องโดยสาร จวินเจวี๋ยซางที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปสักพักเขาถึงหลับตานอนหลับไป
หลังจากเรือเหาะอยู่บนท้องฟ้าได้สองวันก็เห็นสำนักดาราครามเซียนอยู่ใกล้ๆ แล้ว หวันเหยียนเชียนหวาจึงกล่าวกับชายวัยกลางคนว่า “ตอนนี้หัวหน้าพรรคของพวกเจ้าฟื้นแล้ว ร่างกายก็ฟื้นตัวแล้ว ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากสำนักดาราครามเซียน พวกเราแยกทางกันตรงนี้เถอะ!”
ครั้นได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็ชะงักไป “คุณหนูหวันเหยียนไม่กลับสำนักดาราครามเซียนด้วยกันหรือ เหตุใดถึง…”
“ข้ายังมีธุระอยู่บ้าง ไม่รีบกลับไป” หวันเหยียนเชียนหวาพูด หมุนกายไปแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงคุมเรือเหาะแล้วเหาะลงไปข้างล่าง
ชายวัยกลางเห็นแล้วรีบไปที่ห้องโดยสาร “หัวหน้าพรรค คุณหนูหวันเหยียนบอกว่านางต้องการแยกทางกับพวกเรา ไม่ไปสำนักเซียนกับพวกเราแล้ว”
“อืม” หัวหน้าพรรคตอบรับเสียงหนึ่ง เขาที่นั่งพิงหัวเตียงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า
“หัวหน้าพรรคจะไปหาคุณหนูหวันเหยียนหรือ” ฟื้นขึ้นมาสองวันแล้ว โดยสารเรือเหาะลำเดียวกัน แต่สองคนกลับไม่ยอมพบหน้ากัน น่าแปลกเสียจริงๆ
……….