เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3314 พบกันอีกครั้ง / ตอนที่ 3315 พบหน้ากันอีก
ตอนที่ 3314 พบกันอีกครั้ง
”พรวด!”
ผู้ฝึกมารตนนั้นตกลงบนพื้นแล้วกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ชักกระตุกสองสามครั้งก่อนจะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไร้ลมหายใจ ศิษย์พรรคเริงรมย์หลายคนที่เห็นภาพนี้ไม่เพียงชะงักงัน แม้แต่มารบำเพ็ญสิบกว่าตนก็ชะงักไปเช่นกัน
“คุณหนูหวันเหยียน!” มีศิษย์คนหนึ่งจำนางได้ เมื่อดึงสติกลับมาแล้วจึงร้องเรียกด้วยความดีใจ
หวันเหยียนเชียนหวาไม่หันไปมอง เพียงสั่งว่า “ถอยไป” สิ้นเสียงนั้นแล้ว กระบี่ยาวปรากฏขึ้นในมือ เงาร่างสีแดงพุ่งไปข้างหน้า ปราณมหาศาลและความเยือกเย็นของกระบี่คมเอ่อออกมาเช่นกัน
มารบำเพ็ญเหล่านั้นได้ยินสองพยางค์นั้นของหวันเหยียนเชียนหวาแล้วพลันตื่นกลัว ช่วยไม่ได้ มารบำเพ็ญอย่างพวกเขาถูกหวันเหยียนเชียนหวาสังหารไปแล้วเป็นพันตน แทบเรียกได้ว่ายินแซ่นี้แล้วต่างก็อกสั่นขวัญแขวน โดยเฉพาะเมื่อมองดูให้ดีแล้ว สตรีสวมชุดสีแดงคนหนึ่งตรงหน้างดงามหาใดเปรียบ หากไม่ใช่ดาวมฤตยูหญิงหวันเหยียนเชียนหวาแล้วจะเป็นใครได้อีก
“หนี! หนีเร็ว!” มีมารบำเพ็ญตนหนึ่งพูดขึ้น ถอยหนีในทันที ทว่าตอนที่สิ้นเสียงของเขา คอหอยพลันเย็นวาบ ส่งเสียงในลำคอพลางล้มลงไป
ศิษย์พรรคเริงรมย์หลายคนเห็นภาพนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง พวกเขาเห็นเพียงเงาร่างสีแดงนั้นแฉลบผ่านไป กลับมองเห็นไม่ชัดเจนว่านางออกกระบวนท่าใด รู้เพียงนางผ่านท่ามกลางมารบำเพ็ญเหล่านั้นด้วยความเร็วอย่างยิ่งยวด เพียงครู่เดียวมารบำเพ็ญเหล่านั้นก็ล้มลงทั้งหมดแล้ว
“ซี้ด! ร้ายกาจนัก!”
ศิษย์หลายคนคล้ายกับลืมความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่ละคนเบิกตาโพลงและสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอด จนกระทั่งเห็นหวันเหยียนเชียนหวาเก็บกระบี่ยาวในมือเตรียมจากไป พวกเขาถึงดึงสติกลับมาในทันที
“คุณหนูหวันเหยียนโปรดช้าก่อน!” ศิษย์คนหนึ่งรีบเรียกนาง
“ยังมีเรื่องอะไรอีก” หวันเหยียนเชียนมุ่นคิ้วและกวาดสายตามองพวกเขา
เมื่อถูกนางมองอย่างถ้วนทั่ว ศิษย์ทั้งหลายต่างหดคออย่างอดไม่ได้ ทว่าก็ไม่ได้ถอยไปไหน กลับกล่าวว่า “คุณหนูหวันเหยียน ท่าน…ท่านจะกลับสำนักดาราครามเซียนหรือไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวันเหยียนเชียนหวามุ่นคิ้วมองพวกเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “มีอะไรก็พูดมาตามตรง!”
พอถูกนางพูดใส่เช่นนั้น พวกเขาหลายคนรวบรวมความกล้า “คืออย่างนี้ขอรับ พวกข้าจะไปสำนักดาราครามเซียนเช่นกัน เพียงแต่พวกข้าแบ่งเป็นหลายกลุ่มตั้งแต่ออกเดินทาง ผู้ที่มากับพวกข้าก็คือหัวหน้าพรรค แต่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นกับหัวหน้าพรรคอยู่บ้าง ตอนนี้เขาหมดสติ ที่นี่อยู่ห่างจากสำนักดารามครามเซียนค่อนข้างมาก พวกข้ากังวลว่าจะมีมารบำเพ็ญบุกจู่โจมกลางทาง ดังนั้น…ดังนั้นอยากขอให้คุณหนูหวันเหยียนช่วยคุ้มครองพวกข้า ให้พวกข้าพาหัวหน้าพรรคไปส่งที่สำนักดาราครามเซียนอย่างปลอดภัย”
หวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้พูดอะไรอยู่นาน เพียงขมวดคิ้วจ้องมองศิษย์คนที่เอ่ยวาจา ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เพราะนางไม่พูดจา ศิษย์หลายคนก็คาดเดาความคิดของนางไม่ออกเช่นกัน จึงเรียกอีกครั้งอย่างระมัดระวัง “คุณหนูหวันเหยียน?”
หวันเหยียนเชียนหวาตื่นจากภวังค์ ในดวงตาฉายแววมืดมน นางถามด้วยเสียงประหลาดใจอยู่บ้าง “เจ้าบอกว่าหัวหน้าพรรคของพวกเจ้าหมดสติหรือ”
“ขอรับ ความจริงแล้วช่วงก่อนหัวหน้าพรรคของพวกข้าฝึกบำเพ็ญจนเกือบธาตุไฟแตกมารเข้าแทรก ต่อมาก็ไม่ได้หายดีเลยสักวัน หลังจากเขาตระเตรียมพาพวกข้าออกมาแล้วก็เจอกับการจู่โจมจนได้รับบาดเจ็บถึงภายใน ตอนนี้หมดสติไม่ฟื้น เพื่อคุ้มครองหัวหน้าพรรค พวกข้าถึงได้เสี่ยงล่อผู้ฝึกมารเหล่านั้นไป โชคดีที่คุณหนูหวันเหยียนช่วยไว้ ไม่เช่นนั้นพวกข้าคงต้องตายหมดเป็นแน่”
ครั้นฟังคำพูดของพวกเขาจบ หวันเหยียนครุ่นคิดอะไรสักอย่างอีกครั้ง ผ่านไปพักหนึ่งถึงกล่าว “เขาอยู่ที่นี่ พาข้าไปดูเขาหน่อย”
“คุณหนูหวันเหยียนโปรดตามพวกข้ามา” ศิษย์พรรคเริงรมย์หลายคนพลันยินดี รีบพานางไปยังสถานที่ซึ่งซ่อนหัวหน้าพรรคของพวกเขาเอาไว้
……….
ตอนที่ 3315 พบหน้ากันอีก
มุมหนึ่งในป่า ในถ้ำที่เรียบง่าย ศิษย์พรรคเริงรมย์สิบกว่าคนเฝ้าอยู่ในมุมมืดข้างนอก ส่วนในถ้ำนั้นมีศิษย์สองสามคนและชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ไปจนถึงจวินเจวี๋ยซางที่ไม่ได้สติ
“ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะมีอันตรายหรือไม่ รอดพ้นจากผู้ฝึกบำเพ็ญเหล่านั้นหรือไม่” ศิษย์ที่เฝ้าอยู่ข้างนอกเอ่ยด้วยความเป็นกังวล มองไปรอบๆ อยู่ตลอดเวลา
“หนทางไปสำนักดาราครามเซียนยังอีกไกล ไม่รู้เลยว่าจะเจออันตรายอีกมากน้อยเท่าไร” ศิษย์เหล่านั้นพูดเสียงเบา บนใบหน้ามีแต่ความกังวล
ทันใดนั้นเองเสียงแหบพร่าดังมา ศิษย์ที่เฝ้าอยู่ข้างนอกมองออกไปก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยหลายสาย
“พวกศิษย์พี่เฉินนี่!”
เสียงแห่งความปีติดังมา พวกเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนเดินเข้าไปใกล้มองเห็นคราบเลือดบนตัวพวกเขา จึงหน้าถอดสีอย่างอดไม่ได้ “ศิษย์พี่เฉิน พวกท่าน…”
“พวกข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเจ้ารีบดูเถอะว่านี่ใคร” ศิษย์ที่เป็นผู้นำยิ้มกล่าว บอกให้พวกเขามองหวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ข้างๆ
ตอนเห็นอีกฝ่ายเมื่อครู่ พวกเขาสังเกตเห็นเงาร่างสีแดงข้างๆ พวกเขาแล้ว ตอนนี้มองดูอีกครั้ง ศิษย์ที่เคยพบหวันเหยียนเชียนหวาอดตกตะลึงไม่ได้ “คุณหนูหวันเหยียน?”
“ถูกต้อง เป็นคุณหนูหวันเหยียน โชคดีที่พบนางเข้า ไม่เช่นนั้นพวกข้าคงจะต้องตายด้วยกระบี่ของมารบำเพ็ญเหล่านั้นแล้ว”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ทุกคนประสานมือคารวะหวันเหยียนเชียนหวา “ขอบคุณคุณหนูหวันเหยียนที่ช่วยเหลือ”
หวันเหยียนเชียนหวามองพวกเขา “นำทางเถอะ!”
“ขอรับ เชิญคุณหนูหวันเหยียนทางนี้” พวกเขารีบนำทางนางไปยังถ้ำ หลังจากถึงถ้ำแล้ว มีเพียงคนเดียวที่พาหวันเหยียนเชียนหวาเข้าไป ส่วนคนอื่นรั้งอยู่ข้างนอก ช่วยสองสามคนนั้นจัดการบาดแผล
ตอนชายวัยกลางคนในนั้นมองเห็นหวันเหยียนเชียนหวาเดินเข้ามา เขามีสีหน้าประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด “คะ… คุณหนูหวันเหยียน? หะ…เหตุใดท่านถึงอยู่ที่นี่”
หวันเหยียนเชียนหวามองเขาครั้งหนึ่ง เอ่ยเสียงเรียบว่า “ข้ากำลังเตรียมกลับสำนัก พบศิษย์หลายคนของพวกท่านเข้าระหว่างทาง” นางพูดพลางเดินเข้าไป สายตาหยุดอยู่ที่เงาร่างซึ่งนอนอยู่ข้างกองไฟ
ไม่พบกันห้าปี เขายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เพียงแต่เพราะไม่ได้สติ สีหน้าซีดขาวอยู่บ้าง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ท่าทางอาการไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
“ด้วยระดับพลังของเขา เขากลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร” จากพลังและนิสัยของเขา จะธาตุไฟแตกมารเข้าแทรกจนกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?
“เอ่อ เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” ชายวัยกลางคนส่ายหน้า
หวันเหยียนเชียนหวานั่งลงข้างกองไฟ ถามว่า “ได้กินยาแล้วหรือยัง”
“กินแล้ว วันนี้กินยาในรักษาบาดแผลภายในไป ทว่ายังไม่ฟื้น” ชายวัยกลางคนพูด มองหวันเหยียนเชียนหวาที่มีกลิ่นอายเย็นชา ลอบนึกสงสัยอยู่ในใจ
หลังจากไม่ได้พบหน้ากันนานถึงห้าปี นางรู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนไปไม่น้อย รอยยิ้มของนางในอดีตสดใสไร้เดียงสา วันนี้แม้ยังคงงดงามหาใครเทียบได้ แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเย็นชาอย่างน่าประหลาด เมื่อคิดถึงการเปลี่ยนแปลงตลอดห้าปีนี้ของหัวหน้าพรรค ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของหวันเหยียนเชียนหวา เขาอดคาดเดาไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาในปีนั้นกันแน่?
ทันทีที่คิดได้เช่นนั้น ชายวัยกลางคนถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูหวันเหยียน ไม่พบกันห้าปีแล้ว ท่านสบายดีกระมัง”
หวันเหยียนเชียนหวาฟังแล้วยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคู่งามชำเลืองมองชายวัยกลางคนผู้นั้น “สบายดีกว่าหัวหน้าพรรคของท่าน”
ครั้นฟังจบ ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างเก้ๆ กังๆ เห็นหลายคนในถ้ำกำลังฟังพวกเขาคุยกัน จึงกระแอมเสียงเบาเสียงหนึ่ง “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ!”
……….