เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3342 ตามรอย / ตอนที่ 3343 รอเงียบๆ
ตอนที่ 3342 ตามรอย
ตราบใดที่ไม่หิว ตนเองอยู่รอดตลอดสิบวันก็ใช้ได้แล้วกระมัง หากเป็นเช่นนั้นก็น่าจะไม่ยากใช่หรือไม่?
คิดแล้วเขาก็เดินตามถนนใหญ่ ใช้ชีวิตอยู่ที่หุบเขาราชาโอสถมาตั้งหลายปี แต่เพิ่งเคยเดินบนถนนใหญ่ในเมืองแบบนี้เป็นครั้งแรก ไม่ว่าที่ไหนก็ดูแปลกใหม่น่าสนใจไปเสียหมด ทว่าสถานที่ทำการค้าขายพวกนั้น ขอเพียงเขาเข้าใกล้ก็จะมีคนไล่เขาไปในทันที
อาจเป็นเพราะเขายังเด็ก อีกทั้งเป็นขอทานเด็กคนหนึ่งที่เดินไปทั่วเมืองสี่ทิศตามลำพัง ด้วยเหตุนี้จึงมีชายฉกรรจ์สองคนบนถนนจับจ้องเขาแล้ว
เห็นขอทานเด็กเดินผ่านตรงหน้าไป ชายฉกรรจ์สองคนส่งสายตาให้กันแล้วตามไปเงียบๆ
ห้าวเอ๋อร์ที่มองสิ่งของน่าสนใจบนถนนใหญ่โดยไม่รู้เลยว่าตนเองถูกจ้องมองเข้าแล้ว จนกระทั่งมาถึงทางเลี้ยวแห่งหนึ่ง ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็เข้ามาขวางเขาเอาไว้
“น้องชาย เหตุใดเจ้าอยู่คนเดียวแล้ว”
ห้าวเอ๋อร์หยุดฝีเท้า มองชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวตรงหน้า พลันมุ่นคิ้วน้อยๆ อย่างอดไม่ได้ “เจ้าหลีกไป” เขาไม่รู้จักอีกฝ่ายสักนิด
“น้องชาย เจ้ายังไม่ได้กินอะไรกระมัง ดูสิ ข้ามีน่องไก่ย่างด้วย จะให้เจ้ากินล่ะ!” ชายฉกรรจ์หยิบน่องไก่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันยื่นไปข้างหน้า
แม้ยังไม่ได้อะไรอย่างอื่นเลยมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้พอได้กลิ่นหอมของไก่ย่างแล้วท้องก็ร้องขึ้นมาทันที ทว่าเขายังคงส่ายหน้า “ไม่เอา ข้ากินแล้ว” ท่านแม่บอกว่าผู้ที่มอบของให้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หากไม่ใช่คนชั่วก็ต้องเป็นโจร คนผู้นี้ต้องเป็นคนชั่วอย่างแน่นอน!
เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความระแวงตามสัญชาตญาณ อีกทั้งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าพลันมีกระสอบป่านใบหนึ่งคลุมลงมา จากนั้นเขาเพียงรู้สึกเจ็บที่ท้ายทอยก่อนหมดสติไป
“ไปๆๆ!” ชายฉกรรจ์สองคนเห็นตรงมุมเลี้ยวนี้ไม่มีคน จึงแบกคนไปในทันที
เด็กชายคนหนึ่งอยู่ในกระสอบป่าน สลบไปไม่ขยับสักนิด ย่อมไม่มีทางดึงดูดความสนใจผู้คน แม้สังเกตเห็นก็จะคิดเพียงว่ากำลังแบกสิ่งของอยู่
ทว่าหลัวอวี่ที่จ้องมองอยู่ในมุมมืดเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ในดวงตาเขาฉายประกายเยือกเย็น ตามไปอย่างเงียบเชียบ อยากลองดูว่าห้าวเอ๋อร์จะมีปฏิกิริยาอย่างไร อย่างไรเสียนายหญิงก็สั่งไว้หากไม่จำเป็นก็อย่าลงมือ ให้เขาลองหาทางแก้ปัญหาเอาเอง
ตอนนี้หวันเหยียนเชียนหวามาถึงเมืองสี่ทิศ ตอนนางอยู่ที่สำนักได้ข่าวว่าพวกเฟิ่งจิ่วกลับมาแล้ว ความจริงนางควรมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน แต่มีเรื่องบางอย่างรั้งนางเอาไว้ นางถึงได้มาที่นี่ตอนเช้าตรู่
ขณะเดินอยู่บนถนนใหญ่ในเมือง นางได้กลิ่นเนื้อซีอิ๊วโชยมา จึงคิดซื้อเนื้อซีอิ๊วติดไม้ติดมือไปที่จวนตระกูลเฟิ่งแล้วร่ำสุรากับเฟิ่งจิ่วเพื่อเป็นกับแกล้ม
ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนทิศทางการเดิน เดินตามกลิ่นไป ครั้นเก็บเนื้อซีอิ๊วที่ซื้อมาแล้วเข้าไปในห้วงมิติและเตรียมไปยังจวนตระกูลเฟิ่ง หางตานางเหลือบเห็นเงาร่างที่ไม่นับว่าแปลกตาแฉลบผ่านไปอย่างไร้สุ้มเสียง ไม่ทำให้คนบนถนนใหญ่ตื่นตกใจสักนิด
“นั่นคนสนิทของเสี่ยวจิ่วไม่ใช่หรือ เขากำลังตามรอยใคร” หวันเหยียนเชียนหวาพึมพำเสียงเบา ก่อนจะตามไปดูเช่นกัน
หลัวอวี่ตามสองคนนั้นมาถึงสลัมแห่งหนึ่ง เขาเก็บกลิ่นอายซ่อนตัวบนต้นไม้ใหญ่ มองชายฉกรรจ์สองคนพาห้าวเอ๋อร์เข้าไปในบ้านผุๆ หลังหนึ่ง ทันใดนั้นเขาคล้ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง แววตาดุร้ายแวบขึ้นมาในดวงตาของเขา และโจมตีไปทางด้านหลังตนเองทันที
หวันเหยียนเชียนหวาชะงักไปเล็กน้อย ยกมือขึ้นต้านการจู่โจมของเขาโดยจิตใต้สำนึก ขณะเดียวกันก็ส่งเสียง “ข้าเอง หวันเหยียนเชียนหวา”
ตอนเห็นคนตรงหน้าชัดเจน หลัวอวี่ก็หยุดการจู่โจมและชะงักไปเช่นกัน “คุณหนูหวันเหยียน? เหตุใดเป็นท่าน แล้วท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
หวันเหยียนเชียนหวาเหลือบมองเขา ทัดปอยผมที่ตกลงมาไว้ข้างหลังหู สายตาจ้องมองไปข้างหน้า มองบ้านหลังนั้น “ข้าตามเจ้ามา เจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่”
……….
ตอนที่ 3343 รอเงียบๆ
พอเห็นว่าเป็นนาง หลัวอวี่ก็วางใจลง “ข้ารับคำสั่งของนายหญิง ให้มาคอยคุ้มครองคุณชายน้อย” เขาเล่าเรื่องที่นายหญิงสั่งการให้นางฟังคร่าวๆ สุดท้ายก็กล่าวว่า “เพราะคุณชายน้อยถูกชายฉกรรจ์สองคนใช้กระสอบป่านลักพาตัวมา ข้าจึงตามมา คิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูหวันเหยียนจะสังเกตเห็นเข้า”
ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ คนธรรมดาไม่มีทางพบเขาอย่างแน่นอน แต่คนตรงหน้าเขาคือหวันเหยียนเชียนหวา เมื่อคิดถึงข่าวลือเกี่ยวกับนางในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เขาก็รู้สึกโล่งใจ
พลังของนางไม่นับว่าอ่อนด้อย บัดนี้มีพลังมากกว่าเขาแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย
ฟังคำพูดของหลัวอวี่แล้ว หวันเหยียนเชียนหวาหัวเราะเบาๆ เสียงหนึ่ง “นายหญิงของเจ้าไม่เหมือนใครจริงๆ! เด็กคนนั้นเพิ่งอายุห้าหกขวบ นางกลับตัดใจปล่อยเขาออกมาทนทรมานได้”
“นายหญิงหวังดีต่อคุณชายน้อย”
หลัวอวี่กล่าว สายตาเคลื่อนจากร่างของนาง มองไปยังบ้านที่อยู่ตรงหน้า เพราะบ้านที่นี่ค่อนข้างผุพัง เขายืนอยู่บนที่สูงอย่างบนต้นไม้ต้นนี้ ย่อมมองเห็นภาพในลานบ้านหลังนั้นทั้งหมด
เขาคอยอยู่ที่นี่ เห็นหวันเหยียนเชียนหวาไม่จากไปไหนเช่นกัน จึงอดถามขึ้นไม่ได้ “คุณหนูหวันเหยียนจะไปที่จวนไม่ใช่หรือ”
“ไม่เป็นไร ข้าจะดูว่าลูกบุญธรรมของอาจิ่วเป็นอย่างไรบ้าง” นางหาที่นั่งลง ชุดสีแดงซ่อนอยู่ท่ามกลางใบไม้เขียวชอุ่ม
ฟังคำนางแล้ว หลัวอวี่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงมองภาพในลานบ้านตรงหน้า…
กลางลานบ้านเก่า ชายฉกรรจ์วางกระสอบป่านลงบนพื้น ส่วนอีกคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมา “รีบไปปล่อยเจ้าเด็กนั่นออกมา เดี๋ยวเขาก็หายใจไม่ออกตายพอดี”
“วางใจเถอะ เขาจะไม่หายใจไม่ออกตาย กระสอบป่านนี้ระบายอากาศได้” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย หลังจากหอบหายใจแล้วก็ค่อยก้มลงปลดกระสอบป่าน ลากเด็กที่อยู่ข้างในออกมา
“เจ้าเด็กนี่ยังสลบอยู่เลย!” ชายฉกรรจ์คนนั้นใช้เท้าเตะห้าวเอ๋อร์
“พาเขาเข้าไปข้างในก่อน รอเขาตื่นแล้วค่อยว่ากัน” อีกคนหนึ่งเอ่ย ก้าวไปยกห้าวเอ๋อร์ที่อยู่บนพื้นแล้วเดินเข้าไปข้างใน
ห้าวเอ๋อร์เพียงรู้สึกว่าถูกคนโยนลงบนเตียงแข็งๆ หลังหนึ่ง เขาไม่ได้ลืมตา ยังคงรักษาลมหายใจให้ราบเรียบ ฟังพวกเขาคุยกันไปพลาง ฟังพวกขาปิดประตูบ้านไปพลาง ตอนที่ในบ้านเงียบเชียบแล้ว เขาค่อยลืมตาและพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
เขาถูกคนชั่วจับมา!
เด็กชายกะพริบตา เม้มปากเล็กๆ ไม่ได้กังวลถึงสถานการณ์ของตนเอง กลับเป็นกังวลว่าหากท่านแม่กับท่านพ่อรู้ว่าเขาถูกคนชั่วจับมาแล้วจะผิดหวังในตัวเขาหรือไม่?
คิดถึงตรงนี้แล้วเขาพลันใช้ความคิด พร้อมกับพิจารณารอบๆ บ้านหลังนี้ หาช่องทางหนีเอาชีวิตรอด ไปจนถึงคาดคะเนพลังของสองคนนั้นและโอกาสที่เขาจะสามารถหนีรอดได้ว่ามีมากเท่าไร
หนี?
หนีได้หรือไม่ ท่านแม่บอกว่าพบเจอเรื่องอะไรต้องตรึกตรองดูให้ดี หนีเป็นแผนการสุดท้าย อย่าเอะอะก็คิดหนีเป็นอันขาด ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา
ท่านพ่อท่านแม่สอนอะไรเขาไม่น้อย กอปรกับระดับพลังของเขา เขาคิดว่าตราบใดที่ระวังไม่ประมาท เขาย่อมต่อกรกับคนชั่วสองคนนั้นได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็นอนลงบนเตียง ทำเป็นหมดสติต่อไปพลาง คอยฟังเสียงข้างนอกไปพลาง กระทั่งผ่านไปนานมาก เสียงข้างนอกก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมา เขาฟังดูแล้วคล้ายเป็นเสียงของเด็กๆ จำนวนหนึ่ง
เขาอดแปลกใจไม่ได้อยู่บ้าง ขณะกำลังลืมตาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา ทันใดนั้นก็มีคนใช้เท้าถีบเขาลงจากเตียง…
……….