เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3340 ผ่านเรื่องลำบากด้วยการทำด้วยใจ / ตอนที่ 3341 โง่เขลา
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3340 ผ่านเรื่องลำบากด้วยการทำด้วยใจ / ตอนที่ 3341 โง่เขลา
ตอนที่ 3340 ผ่านเรื่องลำบากด้วยการทำด้วยใจ
“เสี่ยวจิ่ว เหตุใดเจ้าทำให้ห้าวเอ๋อร์กลายเป็นขอทานเช่นนี้ เจ้าคงไม่คิดให้เขาออกไปเช่นนี้กระมัง” กวนสีหลิ่นเดินเข้ามา นำเก้าอี้มานั่งมองอยู่ข้างๆ เห็นห้าวเอ๋อร์มีท่าทางงุนงงก็อดส่ายหน้าไม่ได้
แม้บอกว่าห้าวเอ๋อร์เป็นเด็กฉลาด แต่ให้เด็กห้าหกขวบออกไปด้วยสภาพนี้ เกรงว่าไม่นานก็รับไม่ไหวแล้ว
“ท่านน้า” ห้าวเอ๋อร์เรียกเสียงหนึ่ง จากนั้นมองมารดาเขา
เฟิ่งจิ่วลูบผมยุ่งเหยิงของห้าวเอ๋อร์ ยิ้มพลางกล่าวกับกวนสีหลิ่น “มีเพียงทำให้เขาอยู่ระดับที่ต่ำที่สุด เขาถึงจะมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นเมื่ออยู่ในที่สูง การขัดเกลาต้องเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ห้าวเอ๋อร์อยู่ข้างกายพวกข้ามาหลายปีแล้ว ข้ากับโม่เจ๋อไม่ได้ทำให้เขาเสียคน ข้าคิดว่าเขาน่าจะปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว”
นางพูดพร้อมนั่งยองลงมองห้าวเอ๋อร์ “ห้าวเอ๋อร์ แม่อยากดูว่าหากเจ้าอยู่ตามลำพัง เจ้าจะใช้ชีวิตต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้นแม่ให้เวลาเจ้าสิบวัน”
“สิบวันนี้เจ้าใช้สิ่งของใดในห้วงมิติไม่ได้ สิ่งเดียวที่ใช้ได้คือกริชที่อยู่บนน่องของเจ้า เจ้าต้องหาทางเอาตัวรอดโดยไม่มีอะไรเลย ต้องเรียนรู้ที่จะคลี่คลายวิกฤติ ต้องหาอะไรประทังท้อง แต่จำไว้เรื่องหนึ่งว่าต้องมีจิตใจดีงาม อย่าได้คิดร้าย”
“สิบวันนี้เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองสี่ทิศตามลำพัง ห้ามบอกใคว่าเจ้าเป็นลูกข้า เจ้าทำได้แค่ใช้ชีวิตในฐานะของขอทาน หลังจากสิบวันแล้วค่อยกลับมาที่บ้าน เจ้าทำได้หรือไม่” เฟิ่งจิ่วมองห้าวเอ๋อร์ที่มีสีหน้าอึ้งงัน ขณะเดียวกันถามเสียงอ่อนโยน
ห้าวเอ๋อร์ฟังจบแล้วพยักหน้า “อืม ห้าวเอ๋อร์ทำได้” เขาคิดว่าเวลาสิบวันน่าจะไม่ใช่เรื่องยาก
พูดได้เพียงว่าเขาไม่เคยใช้ชีวิตตัวคนเดียว จึงมองเรื่องราวต่างๆ ง่ายดายนัก
“ดี เช่นนั้นแม่จะให้คนไปส่งเจ้า” นางลูบศีรษะเขาพลางยิ้ม จากนั้นหมุนกายเรียกคนที่อยู่ข้างนอก “เหลิ่งหวา”
“นายหญิง” เหลิ่งหวาเข้ามาจากข้างนอก
“เจ้าส่งห้าวเอ๋อร์ออกจากจวน หาที่ปล่อยเขาแล้วค่อยกลับมา!” เฟิ่งจิ่วสั่ง
“ขอรับ” เหลิ่งหวารับคำสั่ง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปอุ้มห้าวเอ๋อร์แล้วเดินออกไปข้างนอก
ตอนนี้ห้าวเอ๋อร์ที่ถูกอุ้มขึ้นมาคล้ายกับเพิ่งรู้ตัว เขาอ้าปากถามอย่างอดไม่ได้ “ท่านแม่ๆ หากห้าวเอ๋อร์คิดถึงท่านต้องทำอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้มจาง “เช่นนั้นคิดอยู่ในใจก็พอแล้ว พอเจ้ากลับมา แม่จะเตรียมของอร่อยเอาไว้ให้เจ้า”
“ได้” เขายิ้มพลางตอบรับ ปล่อยให้เหลิ่งหวาอุ้มเขาเดินไป ออกจากจวนตระกูลเฟิ่งไปอย่างไร้สุ้มเสียง
เห็นเด็กชายถูกส่งออกจากจวนไปเช่นนี้ กวนสีหลิ่นชะงักงัน “เสี่ยวจิ่ว เจ้าวางใจให้เด็กอย่างเขาอยู่ข้างนอกสิบวันเชียวหรือ คงไม่เกิดเรื่องอะไรกระมัง”
เฟิ่งจิ่วเดินออกมา ยืนอยู่ที่ลานกว้าง “ข้าให้หลัวอวี่ตามไปอย่างลับๆ แล้ว สิบวันนี้มีเขาคอยจับตาดูย่อมไม่มีทางเกิดเรื่อง”
นางพูดแล้วก็ถอนหายใจออกมา “ท่านพี่ ชาติกำเนิดของห้าวเอ๋อร์ไม่ธรรมดา อันตรายที่เขาต้องเผชิญหลังจากนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าการอยู่ข้างกายพวกข้า สุดท้ายก็ต้องมีสักวันที่เขาต้องกลับไปอยู่กับบิดามารดาแท้ๆ เมื่อให้เขากลับไปแล้ว พวกข้าจะไม่ได้คอยปกป้องอยู่ข้างๆ เขาอีก จึงทำได้แค่สอนให้เขารู้จักคนและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีแค่ทำเช่นนี้เขาถึงจะรอดพ้นจากอันตรายในอนาคตได้”
แววตาของกวนสีหลิ่นวูบไหวเมื่อฟังจบ เขามองเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าอาวรณ์ “ผ่านเรื่องลำบากด้วยการทำด้วยใจเช่นกัน”
……….
ตอนที่ 3341 โง่เขลา
“ท่านพี่ ไม่ได้ประมือกับท่านนานมากแล้ว พวกเราประมือกันที่หลังเขาสักสองสามกระบวนท่าเป็นอย่างไร” เฟิ่งจิ่วมองเขาก่อนยิ้มกล่าว
“กับเจ้า?” กวนสีหลิ่นส่ายหน้า ยิ้มก่อนกล่าว “ตอนนี้เจ้าเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแล้ว ข้าประมือกับเจ้าก็มีแต่เสียเปรียบไม่ใช่หรือไร ไม่เอาๆ เดิมทีข้าอยากไปเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้า ในเมื่อเจ้าให้ห้าวเอ๋อร์ออกไปแล้ว ข้าจะไปฝึกยุทธ์กับพวกตู้ฝานก็แล้วกัน”
เขาพูดพลางเดินออกไปข้างนอก “หากเจ้าอยากประมือ ก็ไปกับมือกับโม่เจ๋อเถอะ! พวกเจ้าสองคนต่างหากที่เหมาะสมกัน”
กวนสีหลิ่นออกไปจากลานภายในพริบตาเดียว เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าและหลุดหัวเราะออกมา “จริงๆ เลย ต่อให้ฝึกยุทธ์กับข้า ข้าก็ไม่มีทางออกแรงเต็มที่หรอก” นางพูดแล้วเดินออกไปข้างนอก คิดไปคุยเรื่องของห้าวเอ๋อร์กับผู้อาวุโสเหมย
อีกด้านหนึ่ง ในตรอกแห่งหนึ่งของเมืองสี่ทิศ เหลิ่งหวาวางห้าวเอ๋อร์ลง “ข้าจะปล่อยเจ้าตรงนี้ แม่เจ้าให้เจ้าขัดเกลาตนเองอยู่ในเมืองสี่ทิศแห่งนี้ สิบวันนี้เจ้าต้องอยู่ในเมืองตามลำพัง ส่วนจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่เจ้า”
เหลิ่งหวามองห้าวเอ๋อร์ที่กะพริบตามองเขา อึ้งงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หยิบหมั่นโถวที่ใช้กระดาษห่อไว้สองลูกออกมาจากในห้วงมิติแล้ววางลงบนมือเขา เอ่ยเสียงนุ่มว่า “วันนี้เจ้ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้ากระมัง กินหมั่นโถวให้อิ่มท้องก่อน ส่วนมื้อต่อไปเจ้าต้องหาทางเอาเองแล้ว”
“ขอบคุณท่านอาหวา” เขารับหมั่นโถวพร้อมกล่าวขอบคุณ
“เช่นนั้นข้าไปแล้ว เจ้าระวังตัวด้วย อย่าเชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ” เหลิ่งหวากล่าวพลางลูบศีรษะเขา จากนั้นจึงค่อยหมุนกายจากไป
เมื่อเขาเดินไปแล้ว ในตรอกนี้เหลือเพียงห้าวเอ๋อร์ที่ถือหมั่นโถวสีขาวสองลูกอยู่ตามลำพัง เขาคิดก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ ถือหมั่นโถวลูกหนึ่งกิน ส่วนอีกลูกหนึ่งห่อเก็บไว้อย่างดีแล้วยัดเข้าไปในอกเสื้อ
กินหมั่นโถวโดยไม่มีน้ำ ไม่มีโจ๊ก นี่ทำให้เขาที่กินอาหารดีๆ จนเคยชินกลืนมันลงคอไม่ได้อยู่บ้าง ยิ่งกินก็ยิ่งลดความเร็วลง สุดท้ายเขาถือหมั่นโถวที่เหลืออยู่ครึ่งลูกเดินออกจากตรอกไป
“ขายซาลาเปาจ้า! ซาลาเปาไส้เนื้อออกจากเตาใหม่ๆ ร้อนๆ เลย!”
เสียงของพ่อค้าดังมา ห้าวเอ๋อร์ฟังแล้วตาเป็นประกาย ซาลาเปาไส้เนื้อ? ซาลาเปาไส้เนื้ออร่อยกว่าหมั่นโถวมาก ข้างในซาลาเปามีเนื้ออยู่ด้วย
เขาสาวเท้าเล็กๆ เดินไปยังร้านขายซาลาเปาไส้เนื้อโดยไม่รู้ตัว เห็นซาลาเปาไส้เนื้อร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมของเนื้อวางอยู่บนซึ้ง เขาอดน้ำลายสอไม่ได้
เพิ่งออกมาไม่นาน เหตุใดจึงได้รู้สึกว่าซาลาไส้เนื้อหอมขนาดนี้ หรือว่าของข้างนอกจวนล้วนหอมเช่นนี้?
“ไปๆๆ! ขอทานน้อยจากที่ไหน! ไปๆๆ! อย่าขวางข้าขายของตั้งแต่เช้าเช่นนี้” พ่อค้าเห็นขอทานเด็กตัวมอมแมมยืนอยู่ข้างหนึ่ง จึงก้าวขึ้นมาไล่ทันที
ห้าวเอ๋อร์ถูกเขาผลักไปข้างๆ ทำได้เพียงยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง ก่อนจะเห็นพ่อค้าดุร้ายเปลี่ยนเป็นมีใบหน้ายิ้มแย้มในพริบตาเดียว เรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อซาลาเปา
แม้เขายังเด็ก แต่โชคดีที่ฉลาดเฉลียว อีกทั้งเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อมามาก ตอนนี้เห็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันของพ่อค้าแล้ว เขาก็เข้าใจจุดประสงค์ที่ซ่อนอยู่ในทันที
เขาเป็นขอทานเด็ก ไม่มีเงินซื้อซาลาเปาไส้เนื้อ ไม่มีประโยชน์อะไรต่อพ่อค้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกมองด้วยสีหน้าไม่ดี ที่พ่อค้าต้อนรับลูกค้าเหล่านั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก็เป็นเพราะพวกเขามาซื้อซาลาเปาของพ่อค้า พ่อค้าได้ประโยชน์เป็นเงิน ถึงได้เกรงใจพวกเขาเช่นนี้
มารดาให้เขาออกมา เพราะอยากให้เขาเห็นสิ่งเหล่านี้หรือ นางไม่ได้บอกเขา แล้วสิบวันนี้เขาทำอะไรดีล่ะเนี่ย
……….