เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3346 กลัว / ตอนที่ 3347 วางใจ
ตอนที่ 3346 กลัว
มีดสองเล่มทอประกายเยือกเย็นภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้าแทงเข้าใส่เขา นั่นเป็นความรู้สึกที่เข้าใกล้ความตายอย่างหนึ่ง ทำให้ขนทั่วร่างเขาตั้งชันขึ้นมา
เขาที่ได้รับการสั่งสอนจากบิดามารดามาจนเติบใหญ่ ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ ร่างกายเขาตอบสนองว่องไวกว่าสมองก้าวหนึ่ง
พลังวิญญาณในร่างไหลเวียนโดยพลัน ขณะร่างกายกระโจนออกไปอย่างแรง เขาก็ย่อตัวลงพลางเอื้อมมือข้างหนึ่งไปตรงบริเวณน่อง หยิบกริชที่ซ่อนเอาไว้ออกมาแทงเข้าไปที่เท้าของชายฉกรรจ์ทั้งสองอย่างแรง
กริชผ่านรองเท้าเข้าสู่หนังและเนื้อ อีกทั้งยังทะลุไปจนถึงกระดูก เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้นโดยพลัน เงาร่างของห้าวเอ๋อร์ผ่านข้างกายของคนทั้งสองไป เขาที่สูงไม่ถึงเอวของชายฉกรรจ์กระโจนขึ้นขี่คอชายหนึ่งในนั้นทันที มือข้างหนึ่งปิดตาอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนมือที่ถือกริชปาดลงที่ลำคอของอีกฝ่ายแล้ว
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งเห็นคนคนนั้นเบิกตาโพลงก่อนล้มลง ตายตาไม่หลับ ทันใดนั้นเขาก็ฟันมีดใส่ห้าวเอ๋อร์ ทว่าห้าวเอ๋อร์กลับหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว กริชในมือแทงใส่เอวชายผู้นั้นอย่างว่องไว
“เฮือก!”
ชายฉกรรจ์คนนั้นร้องเสียงหลง ร่างกายงอลงตามสัญชาตญาณเพราะได้รับบาดเจ็บตรงเอว ทว่าตอนนี้แววตากลับวาววาบ เห็นกริชพร้อมแสงเยือกเย็นแทงเข้าสู่หัวใจของเขา…
“อึก...”
เขาส่งเสียงในลำคอ จ้องมองเด็กบ้าตรงหน้าคนนี้เขม็ง จะตายแล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจ พวกเขาจับเด็กบ้าคนนี้มาทำไมกัน?
ขณะที่ห้าวเอ๋อร์ดึงกริชออก เลือดพุ่งออกมาเป็นสายกระเด็นถูกใบหน้าของห้าวเอ๋อร์ เขามองอย่างงุนงง มองกริชในมือตนเองนิ่งๆ ไปจนถึงคนที่ล้มลงตรงหน้าเขา…
เขา…เขาฆ่าคนหรือ?
เขาฆ่าคนหรือนี่? ในใจเขาเกิดความหวาดกลัว ลนลาน รวมถึงทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาชั่วขณะ เขาไม่คิดฆ่าคน เขาไม่เคยฆ่าคนมาก่อนเช่นกัน เพียงแต่อันตรายมาถึงตัว ร่างกายตอบสนองตามจิตใต้สำนึก การจู่โจมเหล่านั้น กระบวนท่าเหล่านั้น ล้วนเป็นท่านแม่ที่สอนเขา
เพียงแต่ตอนที่เขายังไม่ทันรู้ตัว สองคนนั้นก็ตายเสียแล้ว
เขายืนนิ่งๆ มองศพสองศพบนพื้นอย่างอึ้งงัน เดิมเขาอยากต่อยพวกนั้นสักครั้ง ตราบใดที่พวกนั้นไม่เป็นคนชั่วอีก เขาก็จะปล่อยตัวไป เขาไม่เคยคิดจะฆ่าอีกฝ่ายเลย ทว่าพวกเขากลับคิดจะฆ่าตน
ในห้วงสมองนึกถึงคำพูดชี้แนะของท่านแม่ นางบอกว่า ‘บางคนถึงเวลาที่ควรฆ่าก็อย่าปรานี อย่ามอบโอกาสให้เขาฆ่าเจ้า ฆ่าให้ตายสนิท ถึงจะหมดสิ้นปัญหาในอนาคต’
เขาคิดว่าท่านแม่พูดถูกต้อง เป็นเพราะเขาทำได้ไม่ดี เป็นเพราะเขาประมาท หากไม่มีการตอบสนองโดยสัญชาตญาณของร่างกาย ตอนนี้คนที่ตายคงเป็นเขา
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว เขาก็ค่อยๆ สงบจิตใจลง มองศพสองศพนั้นก็ไม่รู้สึกกลัวแล้ว เขาเดินไปข้างหน้า ปลดของมีค่าจากตัวพวกนั้นทั้งหมด
ท่านแม่เคยพูดว่านี่คือรางวัลจากการต่อสู้ นี่คือรางวัลจากการต่อสู้ของเขา
เขาเก็บข้าวของไว้ในอกเสื้อ คราวนี้เร่งฝีเท้าไปถึงข้างกายขอทานเด็ก เพียงแต่ตอนเขาอยากไปประคองนางลุกขึ้น ขอทานเด็กกลับหดร่าง ถอยหลังไปอย่างรวดเร็วทั้งยังมองเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว
พอเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของอีกฝ่าย ห้าวเอ๋อร์ก็พลันชะงักค้าง เขาช่วยนางแล้ว เหตุใดนางยังต้องกลัวเขาอีก? เขาอายุยังน้อยย่อมไม่เข้าใจ จึงคิดก่อนกล่าวว่า “พวกเขาตายแล้ว ต่อไปไม่มีทางตีเจ้าอีกแล้ว”
เพียงแต่ไม่ใช่แค่เด็กหญิงคนนั้น แม้แต่ขอทานเด็กเหล่านั้นที่หลบอยู่ข้างๆ ก็ต่างมองเขาด้วยความหวาดกลัว เห็นดังนั้นแล้วเขาก็เม้มปากแน่นอย่างอดไม่อยู่…
……….
ตอนที่ 3347 วางใจ
ใจคนคือสิ่งที่ยากจะเข้าใจที่สุดในโลก สัตว์ประหลาดที่มีอายุหลายร้อยปีก็อาจไม่เข้าใจ ทำความเข้าใจไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับห้าวเอ๋อร์ที่อายุห้าหกขวบ
เขาเม้มปากมองขอทานเด็กเหล่านั้นนิ่งๆ ครั้งหนึ่ง กล่าวกับพวกเขาด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง “ขุดหลุมสองหลุมข้างหลัง ฝังพวกเขา”
เห็นพวกเขาแต่ละคนหดคอยืนนิ่งไม่ขยับ เขาย่อมเลียนแบบท่าทางของบิดาเขาไปโดยปริยาย สองมือไพล่หลัง ทำท่าทางเหมือนกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง จากนั้นตวาดเสียงขรึม “ยังยืนทำอะไรอยู่อีก ไม่ได้ยินคำพูดของข้าหรือ”
ครั้นถูกตวาดเช่นนี้ อีกทั้งนึกได้ว่าเด็กที่ตัวเล็กกว่าพวกเขาตรงหน้าคนนี้เพิ่งฆ่าชายฉกรรจ์สองคนนั้นต่อหน้าพวกเขา ในใจพลันหวั่นเกรงก่อนตอบรับตามสัญชาตญาณ “ได้ ได้”
พวกเขารีบก้าวไปข้างหน้า ร่วมด้วยช่วยกันลากศพสองศพนั้นไปข้างหลัง จากนั้นก็เริ่มขุดหลุมลึกสองหลุม ฝังสองคนนั้นลงไป
ไม่ไกลออกไป หวันเหยียนเชียนหวาที่มองดูอยู่หัวเราะเสียงเบา “ท่าทางของเด็กคนนี้ เรียนมาจากโม่เจ๋อแล้วเจ็ดส่วน คาดว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เติบใหญ่แล้วต้องเป็นเจ้าตำหนักคนต่อไปแน่”
ตอนนี้หลัวอวี่แย้มยิ้ม ความกังวลใจแต่เดิมนับว่าหดหายไปในขณะนี้ ห้าวเอ๋อร์ไม่ทำให้นายหญิงกับเจ้าตำหนักผิดหวังจริงด้วย หากนายหญิงรู้เข้า นางคงดีใจมากกระมัง
“คุณหนูหวันเหยียน เริ่มสายแล้ว” หลัวอวี่มองนางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หวันเหยียนเชียนหวาเหลือบมองเขา ยิ้มว่า “เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องไล่ข้าก็จะไปอยู่แล้ว ข้าไม่คิดอยู่ที่นี่จนถึงเย็นหรอก” นางกล่าวแล้วสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้นเงาร่างวูบวาบ มุ่งหน้าไปทางจวนตระกูลเฟิ่งแล้ว
เห็นนางจากไปแล้ว หลัวอวี่ก็ยิ้มออกมามา เขารู้ว่าเขาไม่ต้องพูด หวันเหยียนเชียนหวาไปถึงจวนแล้วย่อมต้องเล่าเรื่องที่นางเห็นให้นายหญิงฟังอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาพลันอารมณ์ดีขึ้น ฮัมเพลงเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ นั่งอยู่บนต้นไม้ต้นนี้ต่อไป สองคนนั้นตายแล้ว จากนั้นก็รอดูว่าห้าวเอ๋อร์จะทำอย่างไรต่อ
ม่านราตรีโรยตัวลงมา ในบ้านผุพังหลังนั้น ห้าวเอ๋อร์มองเหล่าขอทานเด็ก คิดแล้วถามว่า “พวกเจ้ายังมีบ้านหรือไม่”
ขอทานเด็กพวกนั้นสบตากันก่อนส่ายหน้า “พวกข้าล้วนเป็นเด็กกำพร้า” หากมีบ้าน พวกเขาคงไม่ถูกสองคนนั้นจับมาช่วยหาเงิน
ฟังว่าพวกเขาเป็นเด็กกำพร้า หัวคิ้วของห้าวเอ๋อร์ขมวดมุ่น “สองคนนั้นตายแล้ว พวกเจ้าอยากไปที่ไหนก็ไปเถอะ”
“แต่พวกข้าไม่รู้ว่าไปที่ไหนได้บ้าง อีกอย่าง พวกข้า…พวกข้าจะหิวตาย” ขอทานเด็กอายุน้อยพูดอย่างขลาดๆ
ได้ยินดังนั้นห้าวเอ๋อร์ก็ครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “เช่นนั้นพวกเจ้าก็ติดตามข้าเถอะ!” ตนยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับพวกเขาอย่างไร แต่รอจนกลับบ้านแล้ว ค่อยให้ท่านอาตู้ฝานช่วยจัดการพวกเขาก็ได้ อย่างน้อยหลังจากนี้ก็ไม่ต้องเป็นขอทานแล้ว
พวกขอทานเด็กฟังดังนั้นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย เด็กหญิงที่ตัวเล็กที่สุดในนั้นเงยหน้ามองห้าวเอ๋อร์ด้วยความกลัว ถามว่า “แล้วเจ้าจะตีพวกข้าหรือไม่”
“ไม่” ห้าวเอ๋อร์กล่าว คิดก่อนกล่าวเสริมอีก “แต่พวกเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ตราบใดที่พวกเจ้าเชื่อฟัง ข้าจะดูแลพวกเจ้าให้มีอาหารกิน”
“ได้” ทุกคนตอบรับ เรื่องราวตกลงกันตามนี้
อีกด้านหนึ่ง หวันเหยียนเชียนหวากำลังคุยกับเฟิ่งจิ่ว พูดถึงเรื่องของห้าวเอ๋อร์แล้วก็ยิ้มขึ้นมา “บุตรชายของเจ้าเก่งกาจนัก ลงมือเฉียบขาดเป็นอย่างยิ่ง ข้าเห็นแล้ว แค่ไม่กี่ปีก็เรียนรู้ท่าทางของโม่เจ๋อไปสิบส่วนแล้ว”
……….