เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3348 เป็นอย่างไรบ้าง / ตอนที่ 3349 เมามาย
ตอนที่ 3348 เป็นอย่างไรบ้าง
ฟังหวันเหยียนเชียนหวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับห้าวเอ๋อร์ข้างนอกนั่นในวันนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วก็เผยรอยยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดีแล้ว เด็กคนนั้นเร้นกายอยู่กับพวกข้าตลอดเวลา แทบไม่ได้สัมผัสกับโลกภายนอกเลย ข้าอยากให้เขาเห็นโลกภายนอก มีแค่ให้เขาไปสัมผัสด้วยตนเองเท่านั้น เขาถึงจะเข้าใจได้”
“แม้เขายังเด็ก แต่ข้าคิดว่าเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเขาเลย เด็กคนนั้นเป็นคนฉลาด” หวันเหยียนเชียนหวาเล่นปอยผม พิงโต๊ะด้วยท่าทางเกียจคร้าน
“ท่านพี่ไม่รู้ อีกไม่นานห้าวเอ๋อร์อาจต้องไปจากพวกข้าแล้ว” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เฟิ่งจิ่วก็ถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง ในน้ำเสียงมีความอาลัยอาวรณ์ที่ยากจะปิดบัง
“เอ๋?” หางเสียงของหวันเหยียนเชียนหวาขึ้นสูงขึ้นเล็กน้อย ฟังแล้วมีเสน่ห์น่าหลงใหล “เกิดอะไรขึ้น”
“พ่อแม่แท้ๆ ของห้าวเอ๋อร์ยังอยู่ อีกทั้งหากข้าเดาไม่ผิด อีกไม่นานพวกเขาจะมารับห้าวเอ๋อร์กลับไปแล้ว” นางรินสุราจอกหนึ่งขึ้นจิบเบาๆ
“เจ้าตัดใจให้เขากลับบ้านได้หรือ” หวันเหยียนเชียนหวาชำเลืองมองนาง “พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเขาแล้วอย่างไร ตอนนั้นทิ้งเขาให้เจ้าเก็บได้ไม่ใช่หรือ ตอนนี้เจ้าเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ขาวอวบอ้วนแล้วก็คิดจะพากลับไปอย่างนั้นหรือ”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าพลางถอนใจ “ตัดใจไม่ได้แล้วอย่างไร อย่างไรเสียพ่อแม่แท้ๆ ของเขาก็ยังอยู่ อีกทั้งตอนนั้นเล่ากันว่าเข้าตาจน ในเมื่อวันนี้มาตามหา ข้าย่อมไม่อาจบังคับให้เขาอยู่ต่อได้”
“พ่อแม่เขาเป็นใคร เหตุใดถึงรู้ว่าเขาอยู่กับเจ้า” หวันเหยียนเชียนหวาถาม
เฟิ่งจิ่วมองนาง เอ่ยเสียงเบา “ประมุขเสวียนอู่”
“ประมุขเสวียนอู่?” หวันเหยียนเชียนหวาตะลึงไป นางที่เดิมทีพิงโต๊ะอย่างเกียจคร้านพลันนั่งหลังตรงเมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที “เจ้าบอกว่าบุตรชายของเจ้าในตอนนี้ คือบุตรชายของประมุขเสวียนอู่หรือ”
“อืม”
เฟิ่งจิ่วตอบรับ “ในจวนข้ายังมีชายชราศีรษะโล้นอยู่คนหนึ่ง เขาคือผู้อาวุโสเหมย มาอยู่ที่จวนนี้เมื่อห้าปีก่อนเพราะห้าวเอ๋อร์ ห้าปีนี้เขาคอยท่าอยู่ข้างกายพวกตู้ฝานตลอด วันนี้พวกข้ากลับมาแล้ว ห้าวเอ๋อร์เติบใหญ่เช่นนี้แล้ว พ่อแม่แท้ๆ ของเขาย่อมเร่งมาเยือนถึงจวน”
“จิ๊ๆ คิดไม่ถึงเลย!”
ดวงตาของหวันเหยียนเชียนหวาทอประกาย ยิ้มว่า “บุตรชายคนนี้ของเจ้าเป็นผู้ที่มีชะตากรรมต่อต้านสวรรค์ เจ้าบอกว่าปีนั้นเจ้าช่วยเขาตอนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พาเขากลับมาแล้วรับเขาเป็นบุตรชาย เลี้ยงเขาอยู่ข้างกายห้าหกปี เป็นบุตรชายของพวกเจ้านับว่าสุดยอดแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาก็คือบุตรชายแท้ๆ ของประมุขเสวียนอู่ สุดยอดจริงๆ”
“ฐานะที่ติดตัวมาใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร” เฟิ่งจิ่วถอนใจเสียงเบา “หากเป็นลูกของคนธรรมดา เด็กตัวเล็กอย่างเขาคงไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากมายเร็วขนาดนี้ เพราะฐานะของเขาทำให้เขาจำต้องปรับตัว เรียนรู้สิ่งเหล่านั้น”
ฟังแล้วหวันเหยียนเชียนหวาคล้ายกับเห็นใจ รอยยิ้มบนใบหน้าจางลง ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นนางก็เอ่ยเสียงเบา “จริงด้วย! บางครั้งมีฐานะดีก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรจริงๆ”
มีเพียงพวกเขาถึงรู้ว่ามีพื้นเพและฐานะดีมักหมายถึงความรับผิดชอบบนบ่าของพวกเขายิ่งหนักอึ้ง สิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ สิ่งที่พวกเขาต้องแบกรับย่อมมากมายกว่าคนธรรมดาเช่นกัน
สองคนร่ำสุรากันเงียบๆ ในลานแห่งนี้ไม่มีใครมารบกวน ผ่านไปครู่หนึ่งเฟิ่งจิ่วก็พูดขึ้นว่า “ท่านพี่ ท่านกับจวินเจวี๋ยซางเป็นอย่างไรบ้าง”
หลายปีนี้นางไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ ไม่รู้เหมือนกับว่าจวินเจวี๋ยซางตอบรับความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วหรือยัง?
……….
ตอนที่ 3349 เมามาย
ได้ยินดังนั้นแววตาของหวันเหยียนเชียนหวาพลันวูบไหวเล็กน้อย นางรินสุราอีกจอกหนึ่ง “ข้าจบความสัมพันธ์ไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว” นางหัวเราะเบาๆ “ฮ่า! น่าจะพูดว่าไม่มีความสัมพันธ์อะไรตั้งแต่แรกมากกว่า”
คนคนนั้นไม่เคยคิดมีความสัมพันธ์อะไรกับนาง ก่อนหน้านี้ก็แค่ปล่อยให้นางอยู่ที่นั่นตามลำพังเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วได้ฟังก็พลันมองสีหน้าของอีกฝ่าย ทันใดนั้นนางก็รู้สึกตกใจอยู่บ้าง นางมองว่าแม้หวันเหยียนเชียนหวาจะพูดว่าตัดใจแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว แต่ท่าทางของนางกลับไม่ใช่เช่นนั้นเลย
ตอนพบพี่สาวคนนี้ของนางครั้งแรก นางชื่นชมอีกฝ่ายจากใจจริง และนางกับพี่สาวมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง นางย่อมรู้ว่าวิสัยทัศน์ของหวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้ต่ำต้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคนที่ตนเองชอบพอมาตลอดหลายปีเช่นนี้
เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าจากโลกเบื้องล่างมาสู่โลกเบื้องบน หวันเหยียนเชียนหวาพบคนที่ทำให้ตนเองหวั่นไหว อีกทั้งลดเกียรติลดตัวลงไปตามเกี้ยว สิ่งที่ทำให้เฟิ่งจิ่วคิดไม่ถึงคือคนที่พี่สาวนางชอบพอก็คือหัวหน้าพรรคเริงรมย์
จวินเจวี๋ยซางที่ว่ากันว่าอายุหลายร้อยปีผู้นั้น
เล่ากันว่าในโลกของเซียนบำเพ็ญ อายุไม่ใช่สิ่งสำคัญที่คนให้ความสนใจ ผู้แข็งแกร่งหรือคนในตระกูลใหญ่มากมายที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้ฝึกบำเพ็ญหญิงที่อ่อนเยาว์งดงาม แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะชอบคนที่อายุหลายร้อยปีแล้ว
ตอนได้ยินว่าหวันเหยียนเชียนหวาพูดถึงจวินเจวี๋ยซาง นางยังนึกอยากพบคนคนนี้สักครั้ง เพราะในใจสงสัยอยู่เสมอว่าบุรุษที่ทำให้พี่สาวนางหวั่นไหวได้นั้นมีอะไรโดดเด่นกันแน่
นางดื่มสุราใคร่ครวญเรื่องราว ก่อนจะเห็นพี่สาวนางดื่มสุรารวดเดียวจนหมดจอก นางจึงหัวเราะเสียงเบาอย่างอดไม่ได้ “ท่านพี่ ท่านดื่มสุราเช่นนี้จะเมาเอาง่ายๆ นะ”
“เมาก็ดีสิ”
หวันเหยียนเชียนหวากล่าว จากนั้นดื่มอีกจอกหนึ่ง “อาจิ่ว เจ้าว่าเหตุใดเขาถึงไม่ชอบข้า” นางหวันเหยียนเชียนหวาไม่ว่าเดินไปที่ไหนล้วนชวนมอง มีคุณชายตระกูลใหญ่และวีรบุรุษสำนักชอบพอนางไม่รู้ตั้งเท่าไร แต่คนที่นางรักกลับมองนางเหมือนกับฝุ่นผง
เฟิ่งจิ่วเท้าคาง มองอีกฝ่ายทว่าไม่ได้พูดอะไร เนิ่นนานให้หลังจึงค่อยยิ้มพลางกล่าว “ท่านพี่ ข้าจะให้ท่านดื่มของดีสักหน่อย”
นางกล่าวก่อนหยิบสุรากาหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติ รินให้อีกฝ่ายจอกหนึ่ง “ท่านพี่ ท่านลองดู”
หวันเหยียนเชียนหวาดื่มไปคำหนึ่ง เมื่อสุราเข้าปากแล้วนางมองเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่ง แววตาของนางมีเสน่ห์และสับสนอยู่ในที “เทพเซียนเมามาย?”
“ฮ่าๆ เทพเซียนเมามายนั่นแหละ หลังจากปรับสูตรแล้วรสชาติดีขึ้นหรือไม่” เฟิ่งจิ่วพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส
“เจ้าคิดมอมข้ากระมัง” หวันเหยียนเชียนหวากล่าว กระนั้นตนเองก็ยังหยิบกาสุรามารินอีกจอก
“ที่ไหนกันเล่า ข้าเพียงอยากให้ท่านชิมสุราเทพเซียนเมามายที่ข้าปรับสูตรแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์
“เจ้าว่าข้าดื่มกี่จอกถึงจะเมา” หวันเหยียนเชียนหวาถาม ก่อนจะดื่มจอกที่สามไป ตอนเตรียมรินอีกจอกหนึ่ง ตรงหน้าของนางก็พร่าเลือนเสียแล้ว
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “ต่อให้พลังกล้าแกร่งเพียงใด สามจอกก็ต้องเมาแล้ว” ไม่เช่นนั้นจะพูดได้อย่างไรว่าปรับสูตรแล้ว
นางมองพี่สาวที่ฟุบลงกับโต๊ะพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ส่งเสียงเรียก “มีใครอยู่ข้างนอกหรือไม่”
“นายหญิง” ฉินซินและเหลิ่งซวงสองคนเดินเข้ามา
“ประคองนางกลับไปพักผ่อนที่เรือน สั่งคนว่าอย่ารบกวนนาง ให้นางหลับสนิทๆ สักตื่น” เฟิ่งจิ่วกล่าว ลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดชุดกระโปรงเบาๆ แสงชั้นหนึ่งวาบผ่านบนตัวนาง กลิ่นสุราบนกายหายไปแล้ว
เหลิ่งซวงและฉินซินตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะประคองหวันเหยียนเชียนหวาเดินไปข้างนอก
“นายหญิงจะออกไปข้างนอกหรือ”
……….