เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3358 กังวล / ตอนที่ 3359 อย่าแย่ง
ตอนที่ 3358 กังวล
นางกังวลว่าบุตรชายจะอาลัยอาวรณ์พวกเฟิ่งจิ่ว และกังวลว่าหากพาเขากลับมาโดยไม่สนใจความยินยอมของเขา เขาจะรู้สึกไม่พอใจ ปีนั้นนางคลอดลูก ลูกก็ต้องแยกจากนางไปแล้ว แม้บอกว่ามารดาบุตรผูกกันด้วยหัวใจ แต่นางกังวลเหลือเกินว่าพอลูกไม่ได้เติบใหญ่อยู่ข้างกายก็จะไม่ผูกพันกับพวกเขา
ประมุขเสวียนอู่มองนาง นิ่งไปเนิ่นนานก่อนกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่าตาแก่เทียมฟ้าท้ารบกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่เขาสูงสุด ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบวัน ตาแก่นั่นต่อสู้กับข้ามาหลายปีขนาดนี้ พลังของเขาเป็นอย่างไรข้ารู้ดี กลัวก็แต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่บรรลุระดับราชันเทพได้ไม่นานจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่าถือโอกาสไปเสียตอนนี้ หารือกับพวกเขาสักหน่อยว่าจะช่วยเหลืออะไรได้หรือไม่ หนึ่งอาจตอบแทนบุญคุณที่พวกเขาเลี้ยงดูบุตรชายของพวกเราได้ สองข้าอยากไปพบเฟิ่งจิ่วสักหน่อย ผู้อาวุโสเหมยเล่าว่านางครอบครองวิชาแพทย์ที่ฟื้นคืนชีพคนตายได้ ครั้งนี้อาจมีโอกาสรักษาแผลเก่าของข้าจนหายก็เป็นได้”
“เช่นนั้นข้าจะไปหาของดีที่ห้องคลังสักหน่อย ถึงเวลาจะได้นำไปเป็นของขวัญพบหน้า” หญิงงามกล่าว จากนั้นก็ขมวดคิ้วพร้อมสีหน้าเป็นกังวล “แต่หากพวกเราสองคนไปกันหมด จะมีคนถือโอกาสจู่โจมหรือไม่ สายตาที่จับจ้องมา ณ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่คนของประมุขเทียมฟ้า”
“ไม่เป็นไร พวกเราปลอมตัวเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญธรรมดา ไม่มีทางที่ใครจะรู้ว่าพวกเราไม่อยู่ในวัง อีกอย่างข้าจัดการไว้แล้ว ต่อให้มีคนมาหาเรื่องก็ไม่เป็นไร” เขาลูบมือนาง บอกให้นางไม่เป็นกังวล
“อืม เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมตัวก่อน พวกเราไปกันพรุ่งนี้เลยเถอะ!” นางอยากพบบุตรชายของนางจนแทบรอไม่ไหวแล้ว
“ได้” ประมุขเสวียนอู่ยิ้ม สำหรับพวกเขาแล้ว จากที่นี่ไปเมืองสี่ทิศใช้เวลาไม่นานมาก ขอเพียงใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ง่ายนิดเดียว
ทางนี้พวกเขากำลังเตรียมตัว ทางฝั่งเมืองสี่ทิศก็กำลังยุ่งกับธุระของพวกเขาเช่นกัน…
ในเรือนหลัก เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนเชียนหวากำลังเดินหมาก พร้อมกันนั้นก็ฟังหลัวอวี่รายงานเรื่องของห้าวเอ๋อร์ข้างนอกนั่นตลอดสองสามวันนี้
“ว่าแล้วก็ไม่ได้ไปดูห้าวเอ๋อร์สองสามวันแล้ว วันนี้อากาศดี ท่านพี่ พวกเราไปด้วยกันเถอะ!” เฟิ่งจิ่วมองหวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพลางกล่าว
หวันเหยียนเชียนหวาช้อนดวงตาคู่งามขึ้นมองเฟิ่งจิ่ว คิดก่อนตอบ “ดีเหมือนกัน เด็กคนนั้นอยู่ข้างนอกหลายวันแล้ว ในเมื่อผลงานสองสามวันนี้ล้วนไม่เลว อีกเดี๋ยวพวกเราไปรับเขาไปกินข้าวที่ร้านอาหารดีกว่า”
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน กล่าวกับหลัวอวี่ว่า “ในเมื่อห้าวเอ๋อร์มีเว่ยเฟิงกับกู่โม่คอยเฝ้าอยู่แล้ว เจ้าก็พักผ่อนอยู่ที่บ้านเถอะ!”
“ขอรับ” หลัวอวี่ตอบก่อนถอยออกไป
เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนเชียนหวาสองคนเดินไปข้างหน้า พบกับกวนสีหลิ่นเข้าพอดี เฟิ่งจิ่วเรียกเสียงหนึ่ง “ท่านพี่ พวกข้าจะไปดูห้าวเอ๋อร์ ท่านจะไปกับพวกข้าหรือไม่”
“ดีเหมือนกัน ข้ากำลังว่างไม่มีอะไรทำ” กวนสีหลิ่นกล่าว จากนั้นจึงเดินมาทางพวกนาง
“นายหญิง ให้ฉินซินกับพี่สาวข้าไปด้วยเถอะ! มีพวกนางไปด้วย นายหญิงอยากทำอะไรจะได้สะดวกหน่อย” เหลิ่งหวาเดินมาพร้อมกับเหลิ่งซวงและฉินซิน
ได้ยินดังนั้นเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมา “ได้สิ! คนเยอะขนาดนี้ นั่งรถลากกวางวิญญาณไปดีกว่า!” พูดจบนางก็เดินไปข้างนอกกับหวันเหยียนเชียนหวา
“เช่นนั้นพวกข้าไปล่ะ กลับมาแล้วจะนำเนื้อซีอิ๊วมาเป็นกับข้าวให้พวกเจ้าด้วย” กวนสีหลิ่นพูดกับเหลิ่งหวา ก่อนจะยิ้มและเดินออกไป
เหลิ่งซวงและฉินซินก็ตามออกไปเช่นกัน พวกเขานั่งรถลากกวางวิญญาณไปยังร้านอาหารในเมือง…
………
ตอนที่ 3359 อย่าแย่ง
อีกด้านหนึ่ง ในบ้านผุพังหลังนั้น ห้าวเอ๋อร์วิ่งเหยาะๆ เข้าไปข้างในแล้วตะโกนว่า “ข้ากลับมาแล้ว!” เมื่อปรับตัวเข้ากับชีวิตหลายวันนี้แล้ว ยามที่เขาพูดจาก็ฟังดูมีความสุขใจอยู่หลายส่วน
เขาคิดว่าหากท่านแม่รู้ว่าเขาอยู่ตามลำพังได้ อีกทั้งทำให้คนมากมายกินอิ่มได้ด้วย นางจะต้องดีใจมากแน่
เหล่าขอทานเด็กในบ้านพอได้ยินเสียงห้าวเอ๋อร์ก็รีบวิ่งออกมา แต่ละคนห้อมล้อมเขา “วันนี้มีของอร่อยอะไรบ้าง”
“วันนี้มีเนื้อไหม”
“มาทางนี้” ห้าวเอ๋อร์ตะโกน มาถึงข้างโต๊ะตัวข้างๆ จากนั้นก็หยิบของออกมาจากในถุงฟ้าดิน
ขอทานเด็กเหล่านั้นมองเขาหยิบของออกจากถุงเล็กแล้วางลงบนโต๊ะ ดวงตาทอประกายอย่างอดไม่อยู่ โดยเฉพาะขอทานเด็กที่ค่อนข้างกินจุสองสามคน ยิ่งจ้องถุงของห้าวเอ๋อร์อย่างไม่วางตา
“พวกเจ้ากินก่อน ข้าจะเข้าไปกินน้ำสักถ้วย” ห้าวเอ๋อร์กล่าวกับพวกเขา เมื่อวางอาหารลงบนโต๊ะให้พวกเขาแล้ว ห้าวเอ๋อร์จึงค่อยเดินเข้าไปข้างใน
เขาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้คนเดียว ด้วยเหตุนี้พอมาถึงข้างหลังบ้านแล้ว เขาก็ปีนเก้าอี้ขึ้นไปรินน้ำถ้วยหนึ่ง ขณะเตรียมจะดื่มน้ำ เขาพลันได้กลิ่นบางอย่างจากในน้ำที่ทำให้ต้องชะงักไป
เขาคิดว่าได้กลิ่นผิดไป จึงเข้าไปใกล้แล้วดมอีกครั้งหนึ่ง มีคนวางยาลงในน้ำหรือ? ใครกัน? เขาคิดอย่างงุนงง
เพราะตอนอยู่ที่หุบเขาราชาโอสถ มารดาสอนให้เขาจำแนกและรู้จักสมุนไพร ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้ได้ทันทีว่ายาในน้ำคือผงเส้นเอ็นอ่อน และเป็นชนิดที่ถูกที่สุด
มารดาเขาช่วยเขาปรับร่างกายมาก่อน อย่าว่าแต่ของพวกนี้เลย ต่อให้เป็นยาพิษก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่เขาที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมาหลายวัน รู้ว่าเมื่อพบหรือเจอเรื่องอะไรจะต้องคิดให้รอบคอบ คิดให้เข้าใจ อย่าได้ประมาท
ดังนั้นเขาจึงวางแผนเพื่อที่จะดูว่าใครกันที่คิดทำร้ายเขา
พวกขอทานเด็กข้างนอกกำลังกินอย่างมีความสุข ส่วนเด็กหลายคนที่ค่อนข้างโตหน่อยมองไปในเรือน เนื่องจากความกังวล มือที่กำลังถืออาหารสั่นเทาเล็กน้อยเช่นกัน
จนกระทั่งได้ยินเสียงของแตกและล้มลงดังมาจากข้างใน พวกเขาถึงรีบวางอาหารในมือลง แล้วรีบวิ่งเข้าไปดูข้างใน
ตอนเห็นห้าวเอ๋อร์ล้มลงบนพื้น บนใบหน้ามีเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมา ท่าทางไร้เรี่ยวแรงดิ้นทุรนทุราย เด็กหญิงที่อายุน้อยที่สุดรีบเข้าไปประคองเขาลุกขึ้น “เจ้าเป็นอะไรไป”
ห้าวเอ๋อร์พิงเด็กหญิงคนนั้น กล่าวว่า “ข้า…จู่ๆ ข้าก็ไม่มีแรง”
“เอ๋? เป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร” เด็กหญิงถามด้วยความกังวล “เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”
“ยา…ยาออกฤทธิ์แล้ว!” ขอทานเด็กที่อายุมากหน่อยพลันเอ่ยด้วยความดีใจ
ฟังดังนั้นแล้ว ขอทานหลายคนที่อายุค่อนข้างน้อยก็ชะงักไป มองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “เจ้าว่าอะไรนะ”
“แย่งถุงบนตัวเขามา! ข้างในมีเงินเยอะมาก แถมมีของล้ำค่าเยอะมากเช่นกัน!” ขอทานเด็กที่อายุมากหลายคนกล่าว ทันใดนั้นก็ดันเด็กหญิงที่อายุน้อยที่สุดออกไป คิดที่จะแย่งถุงเล็กที่ผูกอยู่ตรงเอวของห้าวเอ๋อร์
“โอ้ย!”
เด็กหญิงคนนั้นถูกผลักจนล้มลงไปข้างๆ มือทับถูกถ้วยแตกที่อยู่บนพื้น เลือดไหลออกมาในทันที นางร้องไห้งอแง แต่กลับตะเกียกตะกายลุกขึ้นไปปกป้องห้าวเอ๋อร์ “พวกเจ้าอย่าแย่งของของเขา อย่าแย่งของของเขา”
ในมุมมองของนาง ขอทานเด็กที่โตพอๆ กับนางคนนั้นเคยปกป้องและช่วยชีวิตนางไว้ หากไม่มีเขา นางคงถูกชายฉกรรจ์สองคนนั้นตีตายไปแล้ว อีกทั้งหลายวันมานี้เขาก็นำของอร่อยกลับมาให้นางเสมอ ดังนั้นนางทนเห็นเขาถูกรังแก ถูกแย่งของไปไม่ได้
………