เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3366 ลอบจู่โจม / ตอนที่ 3367 ตระหนก
ตอนที่ 3366 ลอบจู่โจม
“โฮก!”
“อ๊า!”
ห้าวเอ๋อร์เห็นปากสัตว์ขนาดใหญ่เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงเขี้ยวแหลมคมทอประกายอยู่ตรงหน้า ทำเอาเขาตกใจจนส่งเสียงร้องออกมา ตอนเห็นสัตว์ร้ายตัวนั้นกัดลงมาอย่างแรง แสงสายหนึ่งสว่างวาบออกจากตัวห้าวเอ๋อร์ เสียงหมาป่าคำรามดังขึ้น ทันใดนั้นหมาป่าสีเงินเสวี่ยไป๋ที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวพลันข่วนออกไปเต็มแรง พร้อมทั้งฉีกเนื้อของสัตว์ร้ายตัวนั้นออกมาโดยตรง
“โฮก!”
“กรร!”
พวกเฟิ่งจิ่วมาถึงข้างกายฉินซินแล้วคุ้มครองห้าวเอ๋อร์โดยพลัน พร้อมกันนั้นพวกเขาเห็นหมาป่าสีเงินเสวี่ยไป๋ที่กระโจนออกมา ดวงตาทุกคู่เป็นประกาย
หลังจากใจเย็นลงแล้ว พลังที่ฝ่ามือเฟิ่งจิ่วเอ่อท้น ตอนเปลวไฟลุกโชติช่วง บนผิวน้ำที่นิ่งสงบพลันก่อวังน้ำวนแก่งหนึ่ง ความใหญ่ของวังน้ำวนทำให้น้ำในทะเลสาบโดยรอบขยับไหว ขณะเรือลำนั้นกำลังจะตกลงไป พวกเฟิ่งจิ่วก็ย่ำเท้าเหาะขึ้นด้วยลมพิสุทธิ์ อีกทั้งพาชายชราพายเรือมุ่งหน้าไปยังชายฝั่ง
ครั้นเห็นพวกเขาเหาะออกจากวังน้ำวน เรือที่อยู่บนผิวทะสาบถูกกลืนกิน หายไปท่ามกลางวังน้ำวนในทะเลสาบ…
เงาร่างสีดำโดยรอบหายไปไม่เห็นแม้เงา แววตาของเฟิ่งจิ่วสว่างวาบ นางเม้มปาก ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
กวนสีหลิ่นมองภาพนี้ ขมวดคิ้วเป็นปมแน่น “พวกที่เมื่อครู่นี้อยู่ที่นี่แท้ๆ แค่พริบตาเดียวกลับหายไปไม่เห็นแล้ว” เขามองเฟิ่งจิ่ว “เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
จู่ๆ ก็มีคนลงมือกับพวกเขา แถมอาศัยพลังของน้ำในทะเลสาบกระตุ้นค่ายกลเคลื่อนย้าย หลังจากลงมือไม่สำเร็จก็จากไปด้วยความเร็วโดยไม่สนใจต่อสู้อีก ขั้นตอนที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เจตนาที่ต้องการลงมือกับห้าวเอ๋อร์นั้น หรือว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่ประมุขเทียมฟ้าส่งมา?
ฉินซินพาห้าวเอ๋อร์กลับมาถึงชายฝั่ง พวกเฟิ่งจิ่วก็ทยอยร่อนลงบนพื้นดินเช่นกัน เมื่อมาถึงข้างกายพวกเขาก็มองครั้งหนึ่งก่อนเอ่ย “ไม่เป็นไรกระมัง”
“ไม่เป็นไร” ฉินซินกล่าว จากนั้นก็มองห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ
“ท่านแม่ คนเหล่านั้นคิดจับข้า” ห้าวเอ๋อร์เอ่ย ตัวสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ จู่ๆ เมื่อครู่นี้สัตว์ร้ายตัวนั้นก็อ้าปากพร้อมฟันแหลมคมพุ่งใส่เขา ความหวาดกลัวที่ราวกับอีกเดี๋ยวจะถูกมันกินเป็นอาหารทำให้จิตใจของเขาสั่นไหว
เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขา ไม่ได้พูดอะไร เพียงมองหมาป่าสีเงินที่กระโจนมาจากทะเลสาบ มองนางด้วยดวงตาตื่นเต้นและดีใจ จากนั้นก็มองห้าวเอ๋อร์ข้างๆ
“กลับห้วงมิติก่อน” เฟิ่งจิ่วว่าพลางกวาดสายตามองหมาป่าสีเงินครั้งหนึ่ง ให้มันกลับห้วงมิติไปก่อน จะได้ไม่ก่อเรื่องใหญ่ยิ่งกว่านี้
นางเดินไปข้างหน้า แผ่จิตรับรู้ไปถ้วนทั่วทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้า “ในนี้ถูกคนวางค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้ กลิ่นอายรุนแรงมาก ข้าว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นประมุขเทียมฟ้าจริงๆ”
ตอนนี้นอกจากประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นก็ไม่มีคนอื่นคิดทำร้ายห้าวเอ๋อร์แล้วจริงๆ เพียงแต่อย่างไรเสียประมุขเทียมฟ้าก็เป็นประมุขคนหนึ่ง หลังรับปากต่อสู้ที่เขาสูงสุดแล้ว กลับยังคิดใช้วิธีสกปรกจับห้าวเอ๋อร์อีกหรือ หยามกันเกินไปแล้ว
“เห็นทีเขาคงไม่เชื่อว่าจะเอาชนะโม่เจ๋อได้ ไม่เช่นนั้นจะคิดมาจับห้าวเอ๋อร์ทำไม” กวนสีหลิ่นกล่าวก่อนมองไปที่เฟิ่งจิ่ว “ตอนนี้จับตาดูห้าวเอ๋อร์ให้มากขึ้นหน่อย อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
หากตกอยู่ในกำมือของประมุขเทียมฟ้า นั่นคงลำบากแล้วจริงๆ
“อืม ข้ารู้” เฟิ่งจิ่วตอบก่อนมองห้าวเอ๋อร์ที่ถูกฉินซินอุ้มไว้ เห็นสีหน้าเขาดูไม่ค่อยดีจึงกล่าวว่า “กลับไปก่อนเถอะ!”
……….
ตอนที่ 3367 ตระหนก
คนกลุ่มหนึ่งกลับถึงจวน เฟิ่งจิ่วพาห้าวเอ๋อร์กลับไปพักผ่อนที่เรือนเป็นอันดับแรก เห็นสีหน้าเขายังคงซีดขาวจึงถาม “กลัวใช่หรือไม่” อย่างไรเสียก็เป็นเด็กที่เพิ่งอายุหกขวบ เห็นสัตว์ร้ายตัวนั้นพุ่งเข้าใส่แถมยังอยากกัดเขา ความหวาดกลัวในพริบตานั้น แม้เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งก็ใช่ว่าจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้!
“อืม”
ห้าวเอ๋อร์ตอบ สองมือจับมือนางไว้ พูดเสียงเบาว่า “ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์ไม่มีประโยชน์ใช่หรือไม่” เขาไม่อยากกลัว แต่เมื่อนึกถึงภาพเมื่อก่อนหน้านี้ ในใจก็ยังคงหวาดกลัวอย่างอดไม่ได้
“ไม่เป็นไร ห้าวเอ๋อร์เก่งมากแล้ว” นางลูบมือเขาด้วยมือข้างหนึ่ง ปลอบเสียงนุ่มว่า “เด็กดี หลับสักตื่นก็ดีขึ้นแล้ว”
ห้าวเอ๋อร์เชื่อฟังคำพูดนาง หลับตาลง ทว่าหลับตาลงแล้วกลับนึกถึงภาพสัตว์ร้ายกระโจนเข้าใส่ เขาตกใจกลัวและลืมตาขึ้น “ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์ไม่กล้านอน”
เห็นเขาตระหนกเช่นนี้ ในดวงตาของเฟิ่งจิ่วฉายแววกังวล นางปลอบเขาด้วยเสียงอันอ่อนโยน “ไม่เป็นไร เช่นนั้นแม่จะคุยเล่นเป็นเพื่อนเจ้า พวกเราให้ฉินซินเข้ามาเล่นฉิน ฟังฉินไปพลาง คุยเล่นกันไปพลางดีหรือไม่”
“อืม ท่านแม่อยู่เป็นเพื่อนข้า อย่าไป” เขาจับมือนางแน่น กลัวว่านางจะจากไป
“ได้ แม่ไม่ไปไหน” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นเรียกเสียงหนึ่ง “ฉินซิน”
ฉินซินที่อยู่ข้างนอกเดินเข้ามา เอ่ยเรียก “นายหญิง” ก่อนที่จะทอดสายตามองห้าวเอ๋อร์
“ฉินซิน เจ้าเล่นฉินสักเพลงเถอะ” เฟิ่งจิ่วมองนาง ไม่ได้เอ่ยปากว่าเป็นเพลงไหน
“เจ้าค่ะ” ฉินซินตอบรับ เดินไปถึงข้างๆ แล้วนั่งลง ก่อนจะหยิบฉินออกมาจากในห้วงมิติ แล้วบรรเลงเพลงกล่อมนอนที่ช่วยให้จิตใจสงบ
เสียงฉินเสนาะหูดังขึ้นในเรือน เสียงฉินนั้นแผ่วเบา ราวกับพัดผ่านหัวใจที่หวาดกลัวของห้าวเอ๋อร์ เขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง กะพริบตามองเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ข้างเตียง
เด็กที่ใกล้หลับยังคงจับมือนางไว้แน่น นางรู้สึกปวดใจขึ้นมา วันนี้เด็กคนนี้คงตกใจกลัวแย่
ก่อนหน้านี้พาเขาไปเผชิญโลกกว้าง แต่ไม่เคยให้เขาเผชิญกับสัตว์ร้ายที่อันตรายพรรค์นั้น ภาพในวันนี้ทำให้เขาตกใจกลัวไม่น้อยจริงๆ
“เอาล่ะ เขาหลับแล้ว” เฟิ่งจิ่วพูดกับฉินซิน บอกให้นางไม่ต้องเล่นฉินแล้ว
นางชักมือที่ถูกเขาจับไว้ออกมาอย่างระมัดระวัง อีกทั้งช่วยเขาห่มผ้าเป็นอย่างดี คราวนี้ถึงค่อยๆ ออกไปข้างนอก ส่วนฉินซินตามหลังนางออกมาเช่นกัน
เมื่อมาถึงกลางลาน เฟิ่งจิ่วมองเรือนครั้งหนึ่ง สั่งว่า “ฉินซิน เจ้าเฝ้าห้าวเอ๋อร์อยู่ที่นี่เถอะ!”
“เจ้าค่ะ” ฉินซินตอบรับ มองนางกับเฟิ่งจิ่วหมุนกายเดินไปแล้วค่อยกลับไปเฝ้าในเรือนอีกครั้ง
ในโถงใหญ่ พวกกวนสีหลิ่นล้วนอยู่ที่นี่ ตอนนี้เห็นเฟิ่งจิ่วเดินเข้ามาแล้วจึงถาม “ห้าวเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อครู่เด็กคนนั้นดูไม่ค่อยดี เหมือนกับตกใจกลัวมาก
“ตระหนกอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรแล้ว หลับไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว เมื่อนั่งลงที่ตำแหน่งประธานแล้วก็เอ่ยกับพวกตู้ฝาน “ตรวจสอบว่าคนเหล่านั้นเป็นคนของใคร นอกจากนี้เพิ่มการลาดตระเวนในจวน จับตามองในเมืองให้มากขึ้นด้วย”
“ขอรับ”
ตู้ฝานตอบ ที่จริงหลังจากพวกเขากลับมา เขาที่รู้เรื่องก็ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว เพียงแต่เขาคาดว่าจะสืบไม่พบอะไร อย่างไรเสียคนเหล่านั้นก็โผล่มากะทันหัน จากไปก็กะทันหันเช่นกัน
……….