เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3368 จิตมารทำให้ทรมาน / ตอนที่ 3369 ไม่พบกันนาน
ตอนที่ 3368 จิตมารทำให้ทรมาน
“เจ้าคิดว่าอีกสองสามวันจะเดินทางไปเขาสูงสุดไม่ใช่หรือ ถึงตอนนั้นแล้วจะพาห้าวเอ๋อร์ไปด้วยหรือไม่” หวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้นพลางมองนาง
“อืม ให้เขาอยู่ข้างๆ สบายใจกว่า” เฟิ่งจิ่วว่า
เห็นดังนั้นแล้วหวันเหยียนเชียนหวาก็เอ่ยขึ้น “ข้ากลับคิดว่าพวกเจ้าไปครั้งนี้ ข้าต้องช่วยเจ้าดูแลห้าวเอ๋อร์หน่อย หากพาเขาไปที่สำนักได้ เขาน่าจะปลอดภัยกว่ามาก”
“สำนักดาราครามเซียนหรือ” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ที่นั่นไม่ปลอดภัยเช่นกัน มีมารบำเพ็ญจำนวนหนึ่งแฝงตัวอยู่รอบๆ ครั้งก่อนข้าพบเข้าพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าคนของสำนักจัดการแล้วหรือยัง”
“มีเรื่องนี้ด้วยหรือ” หวันเหยียนเชียนหวาประหลาดใจอยู่บ้าง ดวงตาคู่สวยกลอกไปมา ถามต่อว่า “เจ้าเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน ไปที่สำนักเมื่อใดกัน เหตุใดข้าไม่รู้”
ฟังดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มแห้งๆ “ข้าไม่ได้อยู่นาน ไปครู่หนึ่งแล้วก็ฝากฝังธุระบางอย่างกับพวกซื่อเชวียแล้วก็กลับมา”
“อ๋อ” หวันเหยียนเชียนหวาพยักหน้า ทว่ายังคงมองเฟิ่งจิ่วต่อไป เห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อคำพูดเหล่านี้
หลังจากอธิบายบางเรื่องให้ทุกคนในโถงฟังแล้ว เฟิ่งจิ่วก็เดินไปที่ลานด้านหลังกับหวันเหยียนเชียนหวา สองคนเดินไปพลาง คุยกันไปพลาง เมื่อมาถึงศาลาก็นั่งลง ดวงตาคู่สวยจ้องมองนาง “เจ้าไปหาจวินเจวี๋ยซางที่สำนักมาหรือ”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าปิดบังท่านไม่ได้” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา “ข้าอยากรู้มานานแล้วว่าจวินเจวี๋ยซางเป็นคนอย่างไร แต่ไม่มีวาสนาได้พบกันสักที ดังนั้นหลังจากท่านดื่มจนเมาในคืนนั้น ข้าจึงไปที่สำนักมารอบหนึ่ง ด้วยอยากดูว่าบุรุษแบบใดที่ทำให้ท่านหวั่นไหวได้…”
เฟิ่งจิ่วยิ้มแล้วมองนาง “ข้าได้พบเขา เดิมทีคิดว่าแอบดูไม่นานก็จะไป แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับพบข้าเข้า และข้ารู้สึกว่าเขาดูอาการไม่ดีสักเท่าไร”
หวันเหยียนเชียนหวาที่เดิมทีฟังนิ่งๆ เห็นนางพูดจบแล้วหยุดไป จึงช้อนสายตามองอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ “อาการไม่ค่อยดี? หมายความว่าอะไร”
“เขามีจิตมาร น่าจะได้รับความทรมานจากจิตมาร ตอนข้าไปนั้นดึกมากแล้วแต่เขายังไม่นอน นั่งอ่านตำราอยู่ที่นั่น แต่นานแล้วกลับไม่พลิกกระดาษสักหน้า ใจลอยอย่างเห็นได้ชัด จริงสิ ตอนนั้นชายชุดข้าตกลงไปมุมหนึ่ง คาดว่าตอนนั้นเขายังไม่เห็นข้า อีกทั้งยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่าน”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม นึกถึงสีหน้าของจวินเจวี๋ยซางในตอนนั้น นางรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นหลังจากพบเขาแล้วนางจึงไม่รู้สึกว่าเขาไม่มีใจให้พี่สาวนาง
หวันเหยียนเชียนหวาฟังอย่างอึ้งงัน ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่
“ท่านพี่ ข้าคิดว่าเขาไม่เหมือนไม่มีใจให้ท่าน จากสายตาของข้า เขาน่าจะรักท่านแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้หัวใจตนเอง” เฟิ่งจิ่วถอนหายใจเสียงเบา มองอีกฝ่ายที่อึ้งงันจนใจลอย “คนที่ท่านรักไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือหัวหน้าพรรคเริงรมย์ ผู้ฝึกบำเพ็ญที่อายุมากกว่าท่านไม่รู้ตั้งเท่าไร ความลำบากที่ขวางอยู่ระหว่างพวกท่านมีมากมายนัก อยากเอาชนะให้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย”
“ข้าไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว” หวันเหยียนเชียนหวาเอ่ยพร้อมสีหน้าเย็นชา เบนสายตามองไปที่อื่น
ได้ยินดังนั้นเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมา ตอบนางพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน “ใช่ๆ ท่านไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว เป็นเขาที่รักท่าน แต่กลับไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไร ท่านนี่นะ อย่าไปสนใจเขาเลย ให้เขาถูกจิตมารทำให้ทรมานไปเถอะ! ใครใช้ให้เขาทำให้ท่านเสียใจกันเล่า ใช่หรือไม่”
หวันเหยียนเชียนหวามีสีหน้าเย็นชา นางไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ได้ยินเฟิ่งจิ่วพูดว่าจิตมารทำให้ทรมานแล้ว แววตาของนางพลันวูบไหวขึ้นมา
……….
ตอนที่ 3369 ไม่พบกันนาน
ดูจากสีหน้าของนางแล้ว เฟิ่งจิ่วตบมือนางเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ท่านพี่ ข้าจะไปหาโม่เจ๋อ ท่านนั่งอยู่ที่นี่เถอะ!” พูดจบนางก็จากไปก่อน
ปัญหาของความรัก เช่นนั้นให้พวกเขาจัดการกันเองแล้วกัน! นางอยากช่วย ทว่าไม่อาจลงมือได้ โดยเฉพาะปากพี่สาวนางบอกว่าไม่รักเขาแล้ว แต่ในใจกลับไม่เคยปล่อยวาง
นางเป็นคนที่มีประสบการณ์ เพียงแต่ความรักของนางกับโม่เจ๋อสองคนเต็มไปด้วยความเชื่อใจและความมั่นคงเสมอ ไม่เคยเกิดความสงสัยหรือหักหลังและเสียใจ ดังนั้นเทียบกับพวกเขาแล้ว พวกตนสองคนนับว่าโชคดีมากแล้วจริงๆ
นอกจากนี้พวกเขายังเตรียมตัวแต่งงานแล้ว หลังจากแต่งงานแล้วพวกเขาจะมีลูกของตนเอง มีครอบครัวที่เป็นของพวกเขาเอง…
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว ฝีเท้าของนางก็รวดเร็วขึ้นเช่นกัน นางมุ่งหน้าไปทางเขาด้านหลัง เมื่อถึงถ้ำแห่งนั้น นางเห็นโม่เจ๋อนั่งขัดสมาธิฝึกจิตใจอย่างสงบอยู่ข้างใน จึงนั่งลงข้างกายเขา
“เหตุใดถึงมาที่นี่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อลืมตาขึ้นมองนาง หลายวันมานี้เขาฝึกจิตใจอย่างสงบอยู่ที่นี่ กลับไม่ได้ฝึกบำเพ็ญ เพียงรู้ตัวอย่างเงียบๆ เท่านั้น
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปกอดแขนเขา วางศีรษะลงบนไหล่เขาด้วย “วันนี้ข้าพาห้าวเอ๋อร์ไปเที่ยวเล่น เจอการลอบจู่โจม ห้าวเอ๋อร์ตกใจกลัวมาก”
หัวคิ้วของเซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดมุ่น “เป็นใครกัน มีเบาะแสหรือไม่” ด้วยชื่อเสียงของพวกเขา กลับมีคนกล้าลอบจู่โจมพวกเขาหรือนี่ อีกฝ่ายจะต้องมีเป้าหมายอย่างแน่นอน
“พวกข้าเดาว่าอาจเป็นคนของประมุขเทียมฟ้า เพราะตอนนั้นคนพวกนั้นพุ่งเป้ามาที่ห้าวเอ๋อร์” นางถอนใจเสียงเบา “เขาตกใจกลัวมาก กลับมาแล้วนอนไม่หลับ ข้าจึงให้ฉินซินเล่นฉินกล่อมเขา เขาถึงหลับไป”
“ข้าได้ยินมาว่าผู้อาวุโสเหมยบอกพ่อแม่แท้ๆ ของเขาแล้ว เมื่อพ่อแม่ของเขามาแล้ว หากเขายินดีก็ให้เขากลับไปเถอะ! จากคำพูดของพวกเขา ข้ารับรู้ว่าพวกเขาจะดูแลห้าวเอ๋อร์ได้ดีกว่าพวกเรา นอกจากนี้ด้วยพลังและอานุภาพของประมุขเสวียนอู่ในวันนี้ น่าจะปกป้องเขาได้รอบด้านยิ่งกว่า”
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “เรื่องนี้ถึงเวลาแล้วค่อยว่ากันเถอะ! พ่อแม่แท้ๆ ของเขาเป็นคนอย่างไร พบหน้ากันสักครั้งแล้วถึงจะรู้”
ตอนท้องฟ้ามืดลง สองคนออกจากเขาด้านหลังพร้อมกัน ครั้นมาถึงกลางลานเรือนของพวกเขา ก็เห็นเหลิ่งหวาเดินออกมาต้อนรับ
“เจ้าตำหนัก นายหญิง” เหลิ่งหวาคารวะพวกเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง “คุณชายโม่เฉินมา ตอนนี้อยู่ในเรือนขอรับ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังจบแววตาก็พลันวูบไหว ดวงตาลึกล้ำมองไปในเรือนข้างหน้า เม้มปากไม่พูดจา ฝ่ายเฟิ่งจิ่วนั้นรู้สึกยินดีอยู่บ้าง “โม่เฉินมาหรือ มาเมื่อไร เหตุใดไม่เรียกพวกข้า” นางพูดพลางจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปข้างหน้า
เหลิ่งหวาผ่อนฝีเท้า กวักมือเรียกสาวใช้คนหนึ่งมาสั่งงานก่อนจะเดินไปข้างใน เขาไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เรือน เพียงยืนอยู่ข้างนอกเรือนเท่านั้น
โม่เฉินที่กำลังดื่มชาอยู่ในเรือนยังไม่ทันเห็นเฟิ่งจิ่ว ก็ได้ยินเสียงของนางดังมาก่อนแล้ว พอได้ยินเสียงนาง เขาที่กำลังดื่มชาพลันหยุดชะงัก ดวงตาสีดำขลับทอประกาย ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ประกายนั้นก็จางหายไปไม่เห็นแล้ว
เขาหมุนกายมา เห็นสองคนจูงมือเดินเคียงข้างกันเข้ามา ปากก็เผยรอยยิ้ม “โม่เจ๋อ อาจิ่ว ไม่พบกันนานเลย”
……….