เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3372 ดีกับนางหน่อย / ตอนที่ 3373 เสวียนอู่มาเยือน
ตอนที่ 3372 ดีกับนางหน่อย
“หลับตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้” ฉินซินกล่าว มองห้าวเอ๋อร์ที่อยู่บนเตียงเช่นเดียวกัน
“เจ้าไปพักผ่อนเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ยพลางเดินไปข้างหน้า ก่อนนั่งลงข้างเตียง
ฉินซินคารวะแล้วถอยออกไป พลางปิดประตูให้อย่างเบาเมือ
เฟิ่งจิ่วนั่งอยู่ข้างเตียง มองห้าวเอ๋อร์ที่กำลังหลับสนิท หัวใจพลันอ่อนยวบยาบ จากเจ้าก้อนกลมเหมือนกับแมวนอนอยู่ในอ้อมแขนนาง บัดนี้เติบใหญ่ขนาดนี้แล้ว หลายปีมานี้เขาโตขึ้นทีละนิด นางเห็นทุกอย่างกับสายตาตนเองเช่นกัน
เด็กคนนี้หน้าตาหล่อเหลา วันหน้าเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องเป็นชายหนุ่มรูปงามเป็นแน่ เพียงคิดว่าในอนาคตเด็กคนนี้จะต้องมีสตรีมาชอบพอมากมาย นางก็อดหัวเราะเสียงเบาออกมาไม่ได้
“ท่านแม่” ห้าวเอ๋อร์ลืมตาด้วยความงัวเงีย ขยี้ตาพลางมองมารดาที่กำลังหัวเราะอยู่ข้างเตียง
“ตื่นแล้วหรือ หิวหรือไม่” นางยิ้มถาม อุ้มเขาออกมาจากผ้าห่ม จากนั้นหยิบชุดบนหัวนอนแล้วช่วยเขาสวมใส่
“อือๆ” ห้าวเอ๋อร์พยักหน้ารับ มองนางอย่างสะลึมสะลือ ปล่อยให้มารดาเขาช่วยเขาสวมเสื้อผ้า
“ไปล้างหน้าล้างตา ข้าจะรอเจ้าอยู่ข้างนอก” เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขา อุ้มเขาลงจากเตียง พร้อมกับบอกให้เขาไปล้างหน้าล้างตาด้วยตนเอง
ห้าวเอ๋อร์รับคำแล้วเดินไปข้างนอก เฟิ่งจิ่วก็ไปรออยู่ข้างนอกเช่นกัน พลางสั่งสาวใช้ที่คอยท่าอยู่นอกเรือนให้ไปเตรียมอาหารเช้า ไม่นานนักห้าวเอ๋อร์ก็เดินออกมาแล้วยื่นมือไปจับมือเฟิ่งจิ่วไว้
“ไปเถอะ! พวกเราไปกินข้าวที่เรือนหลักกัน พ่อเจ้ากับท่านน้าล้วนอยู่ที่นั่น” เฟิ่งจิ่วกล่าว พาเขามุ่งหน้าไปยังเรือนหลัก
กลางเรือนหลัก สาวใช้จัดวางโจ๊กไว้แล้ว ปกติแล้วพวกเขากินอาหารเช้าอย่างเรียบง่าย เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับกวนสีหลิ่นสองคนนั่งสนทนากันระหว่างรอพวกเฟิ่งจิ่วมา
“ถึงตอนนั้นแล้วเจ้ากลับไปกับพวกเฟิ่งจิ่ว ส่วนข้ายังต้องไปเตรียมของบางอย่าง อาจจะกลับไปทางนั้นช้าหน่อย เรื่องแต่งงานต้องรบกวนพวกเจ้าแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวกับกวนสีหลิ่น
ฟังดังนั้นแล้วกวนสีหลิ่นก็หัวเราะเสียงดัง “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง งานแต่งของเจ้า ข้าย่อมจัดการให้ด้วยตนเอง เมื่อกลับไปแล้วข้าจะให้พวกพ่อบุญธรรมเลือกฤกษ์ดีไว้ให้พวกเจ้า”
“ขอบคุณมาก” เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้มที่มุมปาก อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
“อรุณสวัสดิ์!” เสียงของโม่เฉินดังมา สองคนในเรือนมองไปทางเขา เห็นเขายังคงสวมชุดสีขาว ทั่วกายมีแต่กลิ่นอายเซียน
กวนสีหลิ่นลุกขึ้นยืน ยิ้มพลางกล่าวว่า “นั่งๆ ข้าก็เพิ่งมาถึงเช่นกัน กินข้าวเช้าด้วยกันพอดี”
“อาจิ่วยังไม่ตื่นหรือ” โม่เฉินถามพลางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“ตื่นแล้ว นางไปหาห้าวเอ๋อร์ น่าจะใกล้มาแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ บอกให้เขานั่งลง สาวใช้นำถ้วยและตะเกียบชุดหนึ่งออกมาวางเพิ่ม
กวนสีหลิ่นนั่งลงแล้วยิ้ม “เมื่อครู่พวกข้ากำลังคุยเรื่องที่พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน ข้ารู้เรื่องงานแต่งดี งานแต่งเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต มีพิธีหลายอย่างต้องจัดการ”
“การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่ต้องตระเตรียมย่อมมีมาก แต่มีความช่วยเหลือของพวกเจ้า ข้าว่าพวกเขาต้องสบายใจขึ้นมาก” โม่เฉินยิ้มกล่าว มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ “หนทางของพวกเจ้าไม่ง่าย แต่งงานแล้วต้องยิ่งทะนุถนอมอีกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าต้องดีกับอาจิ่วมากหน่อย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเขาคราหนึ่ง “นางเป็นภรรยาของข้า เป็นสตรีที่ข้ารัก ข้าย่อมถนอมนาง รักนางอยู่แล้ว”
ฟังบทสนทนาของทั้งสองคน กวนสีหลิ่นชะงักไปเล็กน้อย สายตาทอดมองใบหน้าของโม่เฉิน จากนั้นมองเซวียนหยวนโม่เจ๋ออีกครั้งหนึ่ง รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง
……….
ตอนที่ 3373 เสวียนอู่มาเยือน
“อยู่ที่นี่กันหมดเลย!” เฟิ่งจิ่วจูงมือห้าวเอ๋อร์เดินเข้ามา เห็นบุรุษสามคนในเรือนกำลังพูดคุยกันจึงแย้มยิ้ม กล่าวกับห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ “จำไว้ว่าต้องทักทาย ต้องเรียกคนที่สวมชุดสีขาวว่าท่านน้าน่าหลัน”
“อืม” ห้าวเอ๋อร์รับปากแล้วมองบุรุษสวมชุดขาว เขากะพริบตา เอ่ยกับมารดาเสียงเบา “ท่านแม่ ท่านน้าคนนั้นหล่อเหลามาก”
บิดาเขาก็หล่อเหลาเช่นกัน แต่ความหล่อเหลาเช่นนั้น ท่านน้าชุดขาวนั้นเหมือนกับเซียนอย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งพอเขาได้ยินคำพูดของเด็กชายแล้วเผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก็ยิ่งดูหล่อเหลาขึ้นไปอีก
แม้เสียงของห้าวเอ๋อร์จะเบามาก แต่ใครเล่าที่อยู่ที่นี่แล้วจะไม่ได้ยินคำพูดของเขา ทันใดนั้นกวนสีหลิ่นก็หัวเราะเสียงดัง รอยยิ้มที่มุมปากของโม่เฉินกดลึกยิ่งกว่าเดิม ฝ่ายเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั้นเพียงชำเลืองมองโม่เฉินคราหนึ่ง มองไม่ออกสักนิดว่าเขาหล่อเหลาที่ตรงไหน
เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางหยิกจมูกห้าวเอ๋อร์ “ต่อไปห้าวเอ๋อร์โตแล้วก็จะหล่อเหลาเช่นกัน”
“ท่านพ่อ ท่านน้า ท่านน้าน่าหลัน” ห้าวเอ๋อร์เดินไปข้างหน้า คารวะพวกเขาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม เรียกทุกคนเสียงหนึ่ง
โม่เฉินหยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกจากห้วงมิติแล้วยื่นให้เขา “นี่คือของขวัญพบหน้า มอบให้เจ้า”
เห็นดังนั้นแล้วห้าวเอ๋อร์ก็เงยหน้ามองมารดาเขาครั้งหนึ่ง ถามอย่างไร้เสียง
“รับไว้เถอะ!” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก
“ขอบคุณท่านน้าน่าหลัน” ท่านแม่ออกปากแล้ว เขาจึงก้าวไปข้างหน้าและรับไว้ จากนั้นกล่าวขอบคุณพลางจับป้ายหยกชิ้นนั้นเล่น
“มา แม่จะช่วยเจ้าผูกที่เอว” เฟิ่งจิ่วเอ่ย นางรับป้ายหยกมาจากมือเขา ผูกมันไว้ตรงเอวของเด็กชาย ป้ายหยกห้อยลง ขาดก็แต่เชือกถักเท่านั้น นางยิ้มพลางกล่าว “กลับไปแล้วให้ฉินซินทำเชือกถักให้ เมื่อผูกเข้าด้วยกันแล้วจะยิ่งสวยกว่านี้อีก”
”อืมๆ” ห้าวเอ๋อร์ตอบ นั่งลงข้างกายนาง
“กินข้าวก่อนเถอะ! โจ๊กจะเย็นหมดแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า จากนั้นก็ช่วยตักโจ๊กให้เฟิ่งจิ่วกับห้าวเอ๋อร์คนละถ้วย อีกทั้งคีบเครื่องเคียงให้พวกเขาด้วยจำนวนหนึ่ง
ตอนพวกเขากินข้าวเกือบอิ่มแล้ว รถลากสัตว์วิญญาณคันหนึ่งก็มาหยุดที่หน้าประตูจวน เงาร่างหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีลงมาจากบนรถลากสัตว์วิญญาณ ชายชุดดำคนหนึ่งที่ติดตามมาด้วยก้าวออกไปเคาะประตู
ผู้อาวุโสเหมยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเปิดประตูออก ขณะกำลังจะถามว่าเป็นใคร กลับเห็นสองคนที่ยืนอยู่หน้ารถลากสัตว์วิญญาณ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที รีบก้าวไปข้างหน้า
“นายท่าน ฮูหยิน เหตุใดพวกท่านมาเช่นนี้” ผู้อาวุโสเหมยถามไปพลาง มองไปรอบๆ ไปพลาง “รีบเข้ามาเถอะ”
ประมุขเสวียนอู่ประคองภรรยาเดินไปข้างใน ชายชุดดำแปดคนที่มาด้วยกันก็เดินตามเข้าไปด้วย
เหลิ่งหวากับตู้ฝานกำลังสนทนากันอยู่ในจวน เห็นผู้อาวุโสเหมยเข้ามาพร้อมคนกลุ่มหนึ่ง บุรุษที่เป็นผู้นำดูน่าเกรงขามไม่ธรรมดา อีกทั้งเข้ามาแล้วกวาดสายตาคมปลาบพิจารณารอบๆ ไปด้วย
เห็นดังนั้นแล้วพวกเขาก็ลอบสบตากัน เดินไปข้างหน้าก่อนที่ตู้ฝานจะยิ้มถาม “ผู้อาวุโสเหมย สองท่านนี้คือใครหรือ” สายตาเขาทอดมองบุรุษและสตรีคู่นั้น
“สองท่านนี้คือบิดามารดาผู้ให้กำเนิดคุณชายน้อย” อาวุโสเหมยกล่าว เขามองเหลิ่งหวา “เหลิ่งหวา พวกคุณหนูน่าจะอยู่ที่เรือนหลัก เจ้าไปรายงานทีเถอะ”
“อืม” เหลิ่งหวารับปาก ถอนสายตาพิจารณากลับมา จากนั้นหมุนกายเดินนำไปก่อน
ตู้ฝานฟังแล้วยิ้ม กล่าวกับสองคนนั้นว่า “ทั้งสองท่าน เชิญดื่มชาที่โถงก่อน” พูดจบเขาก็ผายมือเชื้อเชิญ
……….