เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3374 ชีวิตนี้ / ตอนที่ 3375 พบหน้า
ตอนที่ 3374 ชีวิตนี้
ประมุขเสวียนอู่พยักหน้า จูงภรรยาตนเองเดินไปข้างหน้า พลางลอบพิจารณาการตกแต่งข้างในจวนไปจนถึงคนที่อยู่ในที่ลับและที่แจ้ง
ด้วยระดับพลังของเขาย่อมรู้ได้อย่างง่ายดาย นอกจากคนที่อยู่ในที่แจ้งแล้ว ในที่ลับยังมีคนเฝ้ามองอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ดูจากบุรุษสองคนเมื่อครู่ที่ท่าทางไม่ธรรมดา หากไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสเหมยแนะนำโดยคร่าวอยู่ข้างๆ คงไม่มีทางมองออกว่าพวกเขาเป็นข้ารับใช้ของจวนนี้
เมื่อมาถึงในโถง ข้ารับใช้นำน้ำชามาวางก่อนถอยออกไป ฝ่ายตู้ฝานกำลังสั่งงานอยู่ในโถง ส่วนในเรือนหลักข้างหลัง พวกเฟิงจิ่วที่ให้ข้ารับใช้เก็บอาหารเช้าบนโต๊ะไปแล้วกำลังพูดคุยกัน ทันใดนั้นก็เห็นเหลิ่งหวาเดินเข้ามา
“นายหญิง” เหลิ่งหวาเรียกเสียงหนึ่ง
“หืม?” เฟิ่งจิ่วมองเขา
“ประมุขเสวียนอู่กับภรรยามาแล้ว ตอนนี้อยู่ในโถงหน้า” เหลิ่งหวากล่าว ขณะเดียวกันก็มองห้าวเอ๋อร์
ทันทีที่ฟังจบ เฟิ่งจิ่วก็มองไปที่ห้าวเอ๋อร์โดยจิตใต้สำนึก นางเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ กลับเป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ไปดูหน่อยเถอะ! ให้ห้าวเอ๋อร์พบพวกเขาหน่อย”
“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบ จากนั้นจูงมือห้าวเอ๋อร์แล้วเอ่ยกับกวนสีหลิ่นและโม่เฉิน “พวกเจ้าดื่มชาสักพักก่อนเถอะ! พวกข้าจะไปพบแขกข้างหน้า”
“ไปเถอะ!” สองคนพยักหน้า
เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วพาห้าวเอ๋อร์ออกจากเรือนไปแล้ว โม่เฉินค่อยถามกวนสีหลิ่นว่า “ประมุขเสวียนอู่มาได้อย่างไร พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยพบกัน อีกทั้งยังไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เล่ากันว่าประมุขเสวียนอู่เป็นบิดาแท้ๆ ข้าคิดว่าพวกเขาคงมารับห้าวเอ๋อร์กลับไป”
เขากล่าวพลางส่ายหน้าแล้วถอนใจ “แต่ห้าวเอ๋อร์เติบใหญ่อยู่ข้างกายเสี่ยวจิ่ว ไม่เคยพบบิดามารดาผู้ให้กำเนิดมาก่อน หากวันนี้ต้องตามกลับไป ข้าคิดว่าเขาคงตัดใจจากเสี่ยวจิ่วและโม่เจ๋อไม่ได้แน่!”
ฟังคำพูดเหล่านั้นของกวนสีหลิ่นแล้ว โม่เฉินรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าบิดามารดาแท้ๆ ของเด็กคนนั้นก็คือประมุขเสวียนอู่ เฟิ่งจิ่วต่างหาก นางจะตัดใจปล่อยให้เด็กที่เลี้ยงดูมานานห้าหกปีกลับไปกับพวกเขาได้หรือไม่?
“โม่เฉิน ข้ารู้จักเจ้ามาหลายปีแล้ว กลับไม่เคยเห็นเจ้ามีสตรีอยู่ข้างกาย หลายปีมานี้เจ้าไม่เจอคนที่ถูกใจเลยหรือ”
กวนสีหลิ่นยิ้มถาม มองเซียนที่ดูไม่สมควรอยู่บนโลกมนุษย์ตรงหน้าคนนี้ ในใจเกิดความสงสัยอยู่บ้าง หลายปีมานี้ยังไม่เคยเห็นเขาสนใจสตรีคนไหน นอกเสียจากน้องสาวของเขา เฟิ่งจิ่ว
แต่โม่เฉินรู้จักกับเสี่ยวจิ่วมาหลายปีมากแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกว่าเขามีใจให้นางแต่อย่างใด ดังนั้นเขาไม่น่าคิดเป็นอื่นกับเสี่ยวจิ่วถึงจะถูกต้อง อย่างไรเสียเขาก็เห็นโม่เจ๋อกับเสี่ยวจิ่วคบหากันเช่นกัน พวกเขาผ่านทั้งทุกข์และสุขมาด้วยกัน
ได้ยินกวนสีหลิ่นถามดังนั้น โม่เฉินก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าเป็นผู้ที่ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาแล้ว เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องของข้า”
“ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา?” กวนสีหลิ่นได้ฟังก็ชะงักไป “เกิดอะไรขึ้น”
โม่เฉินยิ้ม เอ่ยเสียงนุ่มนวล “เพราะข้าเป็นศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ ต้องสืบทอดพลังศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา หลายปีนี้ข้าฝึกบำเพ็ญอยู่ในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อทำให้จิตดั้งเดิมกลับคืนสู่ความนิ่งสงบ ชีวิตนี้ข้าไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว”
……….
ตอนที่ 3375 พบหน้า
กวนสีหลิ่นฟังจบก็มองเขาอย่างอึ้งงัน เขาที่อยู่ตรงหน้ากำลังยิ้มอยู่แท้ๆ แต่ในรอยยิ้มกลับแทรกกลิ่นอายของความโดดเดี่ยว เขานั่งอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน กลับมอบความรู้สึกห่างเหินให้กับผู้คน ราวกับอยู่ห่างไกลกันมากอย่างไรอย่างนั้น
คนบนโลกมนุษย์ล้วนมีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา ชอบ โกรธ มีความสุข หากไม่มีอารมณ์เหล่านี้ ชีวิตคนจะไปมีความหมายอะไร
“เจ้าเคยพูดว่าเพื่อปกป้องเสี่ยวจิ่ว?” กวนสีหลิ่นมองเขา เพราะคำพูดของเขาทำให้ตนเองรู้สึกหนักอึ้ง
โม่เฉินยกน้ำชาขึ้นจิบเบาๆ คำหนึ่ง เอ่ยเสียงอ่อนโยน “อืม นางคือดาวหงส์ ส่วนข้าคือดาวคุ้มครองนาง ปกป้องนางเป็นหน้าที่ของข้า” พูดจบเขาก็ยิ้มขึ้นอีก “นี่คือหน้าที่ที่ข้าต้องรับผิดชอบไปชั่วชีวิต ต่อให้ดวงหงส์นี้ไม่ใช่เฟิ่งจิ่ว ข้าก็จะทำเช่นเดียวกัน”
กวนสีหลิ่นฟังแล้วเงียบไป ไม่ได้พูดอะไร เขาจะไม่รู้สิ่งที่อีกฝ่ายพูดได้อย่างไร มาพูดอะไรว่าต่อให้ดาวหงส์ไม่ใช่เพิ่งจิ่วก็จะทำเช่นนี้ ฮ่าๆ นั่นเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเสี่ยวจิ่ว กวนสีหลิ่นเห็นอยู่กับตา หากดาวหงส์ไม่ใช่เสี่ยวจิ่ว เขาจะปกป้องนางและรับตำแหน่งศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร จะเข้าเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์สืบทอดพลังศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นไปเพื่ออะไร จนแล้วจนรอดแล้วสิ่งที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อเสี่ยวจิ่ว
คิดถึงตรงนี้แล้ว เขาลอบถอนใจเสียงหนึ่ง โม่เฉินเป็นบุคคลที่โดดเด่น ไม่ว่าทางไหนล้วนโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เขาทุ่มเทหัวใจให้เสี่ยวจิ่วและต้องการปกป้องนาง ไม่ต้องการการตอบแทนอะไร หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นคู่แท้ สุดท้ายเสี่ยวจิ่วจะมอบหัวใจให้ใครก็พูดยากจริงๆ!
ขณะเดียวกันนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วที่พาห้าวเอ๋อร์ไปข้างหน้าจูงมือเด็กชายกันคนละข้าง เขายังไม่รู้ว่าแขกที่มาเยือนก็คือบิดามารดาแท้ๆ ของเขา ด้วยเหตุนี้ฝีเท้าเขาจึงคล่องแคล่ว บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มเช่นกัน
ตอนนี้เองเฟิ่งจิ่วมองห้าวเอ๋อร์ หยุดฝีเท้าเล็กน้อยพลางกล่าวเสียงนุ่มว่า “ห้าวเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่จะพาเจ้าไปพบใคร”
“แขก” ห้าวเอ๋อร์ตอบ เงยหน้ามองนาง
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือลูบใบหน้าเล็กนุ่มนิ่มของเขา “พ่อแม่แท้ๆ ของเจ้า พวกเขามาแล้ว ตอนนี้อยู่ในโถงข้างหน้า แม่จะพาห้าวเอ๋อร์ไปพบพวกเขาสักหน่อย!”
เมื่อได้ฟังดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าห้าวเอ๋อร์พลันหดหาย ดวงหน้าเล็กเย็นชาและขมวดเกร็ง แม้แต่ปากเล็กๆ ก็เม้มแน่น ท่าทางไม่พอใจอยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วย่อตัวลง สองมือประคองใบหน้าเล็กของเขา “เป็นอะไรไป ไม่ดีใจหรือ”
“ท่านแม่ ข้าไม่อยากพบพวกเขา ข้าไม่อยากกลับไปกับพวกเขา ข้าไม่อยากไปจากท่านพ่อกับท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์มีพวกท่านก็พอแล้ว ไม่ต้องการคนอื่นมาเป็นท่านพ่อกับท่านแม่ของห้าวเอ๋อร์อีก” ปากเล็กพูดรวดเดียว ขอบตาแดงเล็กน้อย สีหน้าคับข้องใจ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้ เขาเลี้ยงเด็กคนนี้มาห้าหกปี ความรักเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพียงแต่แม้พวกเขาอยากให้เด็กชายอยู่ต่อ แต่บิดามารดาผู้ให้กำเนิดคงตัดใจให้อยู่ข้างกายพวกเขาต่อไปไม่ได้
“ห้าวเอ๋อร์เด็กดี พวกเราไปพบพวกเขาก่อน แม่ไม่มีทางให้พวกเขาพาเจ้าไปเช่นนี้” เฟิ่งจิ่วปลอบโยน จุมพิตบนแก้มเขาครั้งหนึ่ง คราวนี้ค่อยจูงมือเขาและสบตากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อครั้งหนึ่ง
“ไปเถอะ! พบหน้ากันก่อน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว จูงมือเขาเช่นกัน คนทั้งสามเดินไปที่โถงข้างหน้าพร้อมกัน
ในโถงข้างหน้า ประมุขเสวียนอู่กับภรรยานั่งอยู่ที่นั่น ดวงตามองไปข้างนอกอยู่เรื่อยๆ ฝ่ายประมุขเสวียนอู่ยังดูใจเย็น ทว่าภรรยาเขากลับเครียดเกร็งและกระวนกระวายใจอยู่บ้าง จอกที่ถืออยู่ในมือขยับไปมาอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งมองเห็นคนทั้งสามเดินมาจากข้างนอกด้วยกัน นางก็อดที่จะลุกขึ้นยืนไม่ได้
……….