เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3384 หารือ / ตอนที่ 3385 เคยมีอยู่คนหนึ่ง
ตอนที่ 3384 หารือ
เมื่อถูกพูดใส่เช่นนี้ ใบหน้าของหวันเหยียนเชียนหวาพลันร้อนลวกขึ้นมา นางถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่ายังคงเก็บโอสถสองเม็ดนั้นขึ้นมา ถามว่า “เจ้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะทำให้เขาตื่นอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินเข้าไปใกล้หวันเหยียนเชียนหวา กระซิบที่ข้างหูนางอยู่หลายคำ สุดท้ายจึงกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน”
ฟังวาจานางแล้ว หวันเหยียนเชียนหวาชะงักไปเล็กน้อย ถามขึ้นทันที “หลังจากคืนนั้นข้าจะตั้งครรภ์จริงหรือ” นางคาดหวังอยู่บ้างจริงๆ ถึงขั้นคิดอยากจะเห็นด้วยว่าเมื่อถึงเวลานั้น หลังจากหน้ากากที่สมบูรณ์แบบของจวินเจวี๋ยซางแตกแล้วจะเป็นอย่างไร
“วางใจเถอะ ข้าหลอมโอสถเอง รับรองว่าท่านตั้งครรภ์ในหนึ่งคืนแน่” นางยิ้มกล่าว จากนั้นถามอีกว่า “แต่ท่านพี่ หลังจากท่านทำเรื่องนี้แล้ว ท่านคงไม่คิดอยู่ที่สำนักนั้นกระมัง”
“จะเป็นไปได้อย่างไร”
หวันเหยียนเชียนหวากล่าว มองไปยังอีกฝ่าย “ทำเรื่องนี้เสร็จแล้วข้าจะไปทันที ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเยี่ยมตระกูลหวันเหยียนที่โลกเบื้องล่าง ถึงเวลาแล้วเรียกท่านอาสามกลับมา นอกจากนี้พวกเจ้าก็จะกลับไปแต่งงานไม่ใช่หรือ เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็ต้องไปดื่มสุรามงคลของพวกเจ้าเช่นกัน”
นางวางแผนไว้ดีแล้ว หลังจากเสร็จเรื่องนี้นางจะรีบจากไปเพื่อไม่ให้จวินเจวี๋ยซางจับได้ นางไม่กล้ารับรองว่าหลังจากบังคับเขาแล้ว เขาจะยังคงมีภาพลักษณ์ของเซียนผู้สง่างามหรือไม่ ใครเล่าจะรู้ว่าหากบุรุษเช่นนั้นบ้าคลั่งขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร นางจากไปแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่า
“ดีเหมือนกัน พวกข้าก็ไม่น่าอยู่ที่นี่นานมาก อีกเดี๋ยวหลังจากประมือกับประมุขเทียมฟ้าแล้ว จะกลับไปแต่งงานก่อนแล้วค่อยกลับมา” เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางมองนาง “ถึงตอนนั้นท่านอยู่ที่ตระกูลหวันเหยียนแล้วรู้สึกเบื่อก็ไปที่ราชวงศ์เฟิ่งหวงเถอะ! ตอนนี้แม้ทางนั้นจะไม่มีระบบราชวงศ์แล้ว แต่กลับเป็นสถานที่ที่ไม่เลวแห่งหนึ่ง อีกอย่างไปอยู่ที่เวิ้งสวนท้อสักพักหนึ่งก็ได้”
“อืม ข้ารู้แล้ว” หวันเหยียนเชียนหวาตอบรับ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน “เช่นนั้นข้าไปก่อนแล้ว การต่อสู้ของพวกเจ้ากับประมุขเทียมฟ้า ต้องระวังให้มากหน่อยนะ”
“พวกข้าจะระวัง” เฟิ่งจิ่วก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน ส่งนางออกไปด้วยตนเอง หลังจากนางจากไปแล้วก็ไม่ได้รีบร้อนกลับไปที่เรือนหลัก กลับนั่งอยู่ในสวนดอกไม้ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบสุราจากในห้วงมิติออกมาดื่มสองสามจอก
“เหตุใดนั่งดื่มสุราอยู่ตรงนี้ตามลำพัง พี่สาวเจ้าไปแล้วหรือ” โม่เฉินเดินเข้ามา เดิมทีเขาต้องกลับไปพักผ่อนที่เรือนแล้ว แต่เห็นนางเข้าจึงเดินมาที่ศาลา
เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงนั้นแล้วก็หันไปมองคราหนึ่ง เมื่อเห็นเขาย่อมยิ้มก่อนกล่าวว่า “พี่สาวข้าเพิ่งไป นางมีธุระต้องจัดการ ไม่อาจอยู่นานได้” นางพูดพลางหยิบจอกจากในห้วงมิติออกมาอีกหนึ่งจอก จากนั้นก็รินสุราให้เขาจอกหนึ่ง “ชิมดูสิ”
โม่เฉินนั่งลงฝั่งตรงข้าม ยกจอกสุราขึ้นจิบสุราเบาๆ คำหนึ่ง เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “สุราวิญญาณนี้ไม่เลว”
“ข้าเก็บเอาไว้คนเดียว” นางยิ้มพลางกะพริบตา “ข้าไม่นำออกมาให้คนทั่วไปดื่มหรอกนะ”
เห็นนางที่อยู่ตรงหน้ายิ้มแย้มเช่นนี้ ในดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มบนใบหน้าของโม่เฉินก็พลันชัดเจนขึ้นอีกหลายส่วน “เห็นทีข้าจะไม่ใช่คนธรรมดาในสายตาเจ้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ดื่มสุราวิญญาณที่เจ้าเก็บเอาไว้คนเดียวเช่นนี้”
โม่เฉินเขย่าสุราในจอกอย่างเบามือ ถอนสายตาออกจากใบหน้านาง ก้มมองไปยังจอกสุรา “เดี๋ยวจะกลับโลกเบื้องล่างกับพวกเจ้าแล้ว พูดขึ้นมาแล้วข้าก็เพิ่งรู้สึกว่าไม่ได้กลับไปเยี่ยมที่บ้านนานแล้วเหมือนกัน ทั้งยังต้องกลับไปเยี่ยมอาจารย์ของข้าอีกด้วย”
……….
ตอนที่ 3385 เคยมีอยู่คนหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ใช่ เจ้ามาที่นี่กับพวกข้า อยู่ที่นี่มานานห้าปีแล้ว ควรกลับไปเยี่ยมหน่อย”
โม่เฉินดื่มสุราก่อนจะวางจอกลง มองนางช่วยเขารินสุราอีกจอกหนึ่ง ตอนนี้เขาพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ มองนางที่อยู่ตรงหน้าแล้วถามเสียงเบา “อาจิ่ว ข้ามีคำถามหนึ่งที่อยากถามเจ้ามาตลอด”
“หืม?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วพลางมองเขา “คำถามอะไร เจ้าถามมาเถอะ!”
เขายกจอกสุราขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ สบสายตากับดวงตาสดใสของนาง “เจ้ารักโม่เจ๋อได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วพลันชะงักไป จากนั้นนางก็คลี่ยิ้ม รอยยิ้มนั้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ในดวงตายิ่งปรากฏความอ่อนโยนและหวานเชื่อม “เขาน่ะหรือ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารักเขาได้อย่างไร รู้เพียงว่าตั้งแต่รู้จักกันมา พวกข้าสองคนไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ อีกทั้งวิวาทกันอยู่ไม่น้อย”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ นางสายหน้าก่อนจะยิ้ม “พูดแล้วก็ผ่านมาประมาณสิบปีแล้ว แต่แยกจากกันตอนนั้นไม่นานถึงสิบปี ต่อมาพบกันอีกครั้ง ทุกอย่างราบรื่นไปเสียหมด แล้วพวกข้าก็เดินร่วมทางกันอย่างเป็นธรรมชาตินัก”
โม่เฉินจิบสุราคำหนึ่งพลางหลุบตาลง ไม่นานนักเขาก็ช้อนสายตาขึ้นอีกครั้ง มองนางแล้วถามเสียงนุ่มนวลดังเดิม “เขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่เจ้าเคยรักใช่หรือไม่”
ครั้นเสียงของเขาดังขึ้น เฟิ่งจิ่วมองที่เขา การมองครั้งนี้ทำให้เขาชะงักงันไป
รอยยิ้มในดวงตาสดใสของนางค่อยๆ จืดจางลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปหลายส่วนเช่นเดียวกัน นางมองดวงตาลึกล้ำคู่นั้นของเขา ราวกับอยากมองให้ทะลุ เพื่อนึกถึงคนที่ซ่อนอยู่ในหัวใจ หวนนึกถึงความทรงจำฝุ่นเกาะช่วงนั้น…
นางคิดไปเองหรือไม่ เหตุใดจู่ๆ นางจึงรู้สึกว่าดวงตาของโม่เฉินเหมือนกับคนผู้นั้น ตอนที่นางใจเย็นลงและอยากมองให้ชัดเจนอีกครั้ง กลับเห็นความสงบนิ่งในดวงตาลึกล้ำของเขา บางทีก็ปรากฏความรู้สึกใคร่รู้อยู่เล็กน้อย
เฟิ่งจิ่วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ทันใดนั้นนางก็ส่ายหน้า นี่นางเป็นอะไรไป? เหตุใดคิดอะไรมั่วซั่วไปหมด
นางยกจอกสุราขึ้นดื่มสุราจนหมดจอก จากนั้นก็รินสุราอีกดื่มต่ออีก คราวนี้นางค่อยๆ หลุบตาลงพลางกล่าวเสียงเบา “โม่เจ๋อเป็นบุรุษคนเดียวที่ข้ารักบนโลกนี้ ทว่าชาติก่อนของข้านั้น ข้าเคยรักบุรุษคนหนึ่งมากเช่นกัน เพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ตายจากไป” เมื่อเอ่ยวาจานี้แล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มอีก
โม่เฉินฟังแล้วหลุบตาลงเช่นกัน “พูดได้เพียงว่าเจ้ากับคนคนนั้นไร้วาสนาต่อกัน เขาไม่ใช่เนื้อคู่ของเจ้า แต่สามารถทำให้เจ้าเคยรักได้ เขาก็นับว่าโชคดีเช่นเดียวกัน”
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไร แค่รินสุราดื่มต่อ เพราะนึกถึงเรื่องเมื่อชาติก่อน นึกถึงขณะที่มองคนคนนั้นตายจากไป ความผันผวนเล็กๆ พลันเกิดขึ้นในใจ
แม้จะผ่านมานานหลายปีขนาดนี้แล้ว ทั้งนางยังปล่อยวางความรักครั้งนั้นไปแล้ว อีกทั้งตอบรับความรู้สึกใหม่อีกครั้ง ทว่าอย่างไรเสียก็เป็นคนที่นางเคยรัก ถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ในใจก็ยังคงมีร่องรอยหลงเหลืออยู่เช่นกัน
ตอนนางยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง มือเรียวยาวของโม่เฉินพลันกวาดลงมา รับจอกสุราในมือนางแล้ววางลง นางมองไปทางเขานิ่งๆ
โม่เฉินยิ้มอย่างจนใจ “เจ้าดื่มไปไม่น้อยแล้ว เพราะว่าเป็นสุราที่เก็บเอาไว้คนเดียว จึงดื่มอย่างลืมตัวเช่นนี้กระมัง เปลืองเกินไปหน่อยแล้ว”
ได้ยินดังนั้นแล้วนางยิ้มออกอย่างอดไม่อยู่ รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ต่างอะไรจากบุปผาเบ่งบานในยามวสันต์ ทั้งงดงามและอ่อนโยน...
……….