เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3402 นางอยู่ที่ไหน / ตอนที่ 3403 ผิดนัด
ตอนที่ 3402 นางอยู่ที่ไหน
“ไม่เจอ น้ำในห้วงมิติน่าจะยังพอ หากอยากแช่เท้าหรืออยากล้างหน้า คงต้องรอจนกว่าจะพบหมู่บ้านแล้ว” เหลิ่งซวงเอ่ย ก่อนเดินกลับไปพร้อมพวกเขา
พวกเขากลับไปถึงกองไฟ เมื่อเข้าไปใกล้ เฟิ่งจิ่วก็มองเหลิ่งซวงและฉินซินครั้งหนึ่งพลางถามว่า “เจอเรื่องยุ่งยากหรือ”
“ยุ่งยากเล็กน้อย จัดการแล้ว” เหลิ่งซวงกล่าว
เห็นดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วจึงพยักหน้า บอกว่า “นั่งเถอะ! กินเนื้อย่างสักหน่อย คืนนี้พักผ่อนที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางอีกครั้ง”
“เจ้าค่ะ” พวกนางตอบรับและนั่งลงข้างกองไฟ
ตอนค่ำ ขณะว่างไม่มีอะไรทำ โม่เฉินวางโต๊ะตัวเตี้ยไว้ข้างๆ กองไฟ หยิบหมากออกมาจากในห้วงมิติก่อนถามเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า “ตอนนี้ยังไม่ดึกมาก วางหมากกันสักสองตาเถอะ!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา เฟิ่งจิ่วสนทนาอยู่กับกวนสีหลิ่น รวมไปถึงประมุขเสวียนอู่และภรรยาของเขา ด้วยรู้สึกถึงความหนาวเย็นของคืนนี้ นางจึงกล่าวกับฉินซินว่า “ฉินซิน บรรเลงเพลงที่เข้ากับบรรยากาศหน่อยเถอะ!”
“เจ้าค่ะ” ฉินซินตอบรับ มาถึงด้านข้างแล้วหยินฉินออกมา วางลงบนขาแล้วเริ่มบรรเลง
เสียงฉินดังไปทั่วราวกับเสียงน้ำพุ ไพเราะเสนาะหู ทำให้มุมปากของทุกคนที่ได้ยินเสียงฉินนั้นยกขึ้นมาเล็กน้อย…
ดึกสงัดขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเสียงฉินยังคงดังก้อง ตอนนี้เองจวินเจวี๋ยซางที่ตามมานั้นก็ได้ยินเสียงนี้เข้า ในดวงตาฉายแววน่ากลัว เขาเสาะหาไปยังทิศทางของเสียงฉิน จนกระทั่งมองเห็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงเตะตาอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างกองไฟ
ทุกคนที่นั่งอยู่ข้างกองไฟส่วนใหญ่ไม่เคยพบจวินเจวี๋ยซาง ตอนนี้พอเห็นเขาแล้ว ผู้คุ้มกันเหล่านั้นรวมไปถึงพวกเหลิ่งหวาก็ตั้งท่าเตรียมป้องกันขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาแล้วพลันหัวเราะออกมาเสียงเบา ก่อนจะยกมือบอกพวกเหลิ่งหวาว่า “นั่งลงเถอะ เขาคือจวินเจวี๋ยซาง หัวหน้าพรรคเริงรมย์”
ฟังเฟิ่งจิ่วกล่าวดังนั้น ทุกคนก็ตะลึงงันอย่างอดไม่ได้ หัวหน้าพรรคเริงรมย์จวินเจวี๋ยซาง? เขามาได้อย่างไร?
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังจะลุกขึ้นยืน ทว่าเฟิ่งจิ่วกลับกดไหล่เขาไว้ “เจ้าวางหมากกับโม่เฉินต่อไปเถอะ! พวกเจ้ายังเล่นตานี้ไม่จบเลย!” เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย กล่าวกับเขาว่า “เขามาหาข้า วางใจเถอะ ข้าจัดการได้”
เห็นรอยยิ้มในดวงตาของนาง เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงค่อยพยักหน้า หลังจากชำเลืองมองจวินเจวี๋ยซางแล้ว เขาก็ถอนสายตากลับมาแล้วหยิบหมากตัวหนึ่งวางลง จากนั้นจึงกล่าวกับโม่เฉินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามว่า “ถึงตาเจ้าแล้ว”
โม่เฉินถอนสายตาพิจารณาจวินเจวี๋ยซางกลับมาเช่นกัน เขามองเฟิ่งจิ่วคราหนึ่งแล้วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ สุดท้ายจึงมองที่กระดานหมาก มองตำแหน่งวางหมากของอีกฝ่าย โม่เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน หยิบตัวหมากขึ้นมาและวางลงไปเช่นกัน
สองคนวางหมากกันต่อไป คนอื่นๆ กลับนั่งนิ่งไม่ขยับ เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืนแล้ว ขณะเดินไปข้างหน้าก็กล่าวว่า “มาหาข้าไม่ใช่หรือ ลงมาคุยกันเถอะ!”
จวินเจวี๋ยซางมองนางที่อยู่ข้างล่าง คราวนี้จึงค่อยบังคับกระบี่เหาะลงมา แล้วเดินเข้าไปในป่าพร้อมกับนาง
เห็นสองคนเดินเข้าไปในป่ามืดทะมึน กวนสีหลิ่นลูบคางพร้อมกับมองจวินเจวี๋ยซาง แย้มยิ้มถามว่า “โม่เจ๋อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขามาทำอะไร”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงกล่าวว่า “มาเพราะเรื่องหวันเหยียนเชียนหวา”
“อ๋อ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” กวนสีหลิ่นยิ้มแล้วพยักหน้า ถอนสายตากลับมาอย่างแท้จริง เขานำสุราออกมาดื่ม พร้อมกันนั้นพูดคุยกับประมุขเสวียนอู่ที่อยู่ข้างๆ ด้วย
กลางป่า จวินเจวี๋ยซางมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ตรงหน้า ถามว่า “นางอยู่ที่ไหน”
……….
ตอนที่ 3403 ผิดนัด
เห็นจวินเจวี๋ยซางที่อยู่ข้างหน้ามีความเป็นมนุษย์เพิ่มมากขึ้นจากที่เห็นครั้งก่อนเล็กน้อย นางก็เม้มปากยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ “พี่สาวข้าเล่า นางเป็นอย่างไรบ้าง”
จวินเจวี๋ยซางมองนาง กล่าวอย่างเย็นชา “โอสถของนางเป็นสิ่งที่เจ้ามอบให้นางใช่หรือไม่ นางทำเรื่องอะไรเจ้ารู้หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม แบมือสองข้าง “พี่สาวข้าทำเรื่องอะไร ข้าไม่รู้จริงๆ”
เห็นดังนั้นแล้ว จวินเจวี๋ยซางเพียงรู้สึกถึงโทสะในใจ มือที่ไพล่อยู่ข้างหลังกำเป็นหมัดแน่น เขารู้ชัดเจนว่าเฟิ่งจิ่วแสร้งทำเป็นไม่รู้ ความจริงแล้วนางกลับรู้ดีมากว่าหวันเหยียนเชียนหวาก่อเรื่องอะไรเอาไว้ แต่เขามาถึงที่นี่แล้ว กลับไม่อาจพูดเรื่องนั้นออกมาได้เสียอย่างนั้น
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความรู้สึกมากมายที่อยู่ในใจเอาไว้ ถามว่า “เจ้าไม่คิดจะบอกจริงๆ ใช่หรือไม่ว่านางอยู่ที่ไหน”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ข้าไม่รู้ว่านางไปที่ไหน จึงไม่อาจบอกอะไรกับเจ้าได้!”
“เจ้าควรจะรู้ว่าต่อให้ตอนนี้ข้าหานางไม่พบ ทว่าสักวันก็ต้องหาพบอย่างแน่นอน!” จวินเจวี๋ยซางกล่าว สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หมุนกายจากไป
เห็นเงาหลังเขาเดินจากไป เฟิ่งจิ่วจึงยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาร้อนใจเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วพี่สาวนางมีดีอย่างไร
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินหมากกับโม่เฉินจบตาหนึ่งแล้ว เห็นเฟิ่งจิ่วเองก็เดินกลับมาแล้วเช่นกัน ข้างหลังนางไร้ซึ่งเงาของจวินเจวี๋ยซาง เมื่อเห็นดังนั้นก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “เขาไปแล้วหรือ”
“ไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว ทันใดนั้นกลับรู้ว่าเขาต้องส่งคนมาสังเกตความเคลื่อนไหวของพวกนางอย่างแน่นอน แน่นอนว่าสักวันหนึ่งเขาก็ต้องเกิดความคิดที่จะไปเยือนตระกูลหวันเหยียนที่โลกเบื้องล่าง
ทุกคนนั่งสนทนากันเกี่ยวกับเรื่องของจวินเจวี๋ยซาง เห็นเฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดเรื่องอื่นมากจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรนัก พวกเขาพักแรมอยู่ที่นี่คืนหนึ่ง เมื่อฟ้าสางคนทั้งกลุ่มก็ออกเดินทางกันต่อ
หลังจากนั้นหลายวัน ตอนพวกเขามาถึงตีนเขาสูงสุด ก็เห็นมีผู้ฝึกบำเพ็ญนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่นไม่น้อย หรือไม่ก็พักผ่อนอยู่บนต้นไม้ ชัดเจนว่ามาถึงที่นี่ได้พักหนึ่งแล้ว
ครั้นเห็นพวกเขามาถึง ทุกคนก็ต่างบอกเล่าข้อมูลของถ้ำที่พบให้พวกเขาฟังโดยพลัน ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดคือจนกระทั่งถึงวันนัดหมายแล้ว ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของพวกประมุขเทียมฟ้า
“น่าแปลก วันที่นัดหมายกันคือวันนี้นี่! ตอนนี้ใกล้เที่ยงวันแล้ว เหตุใดยังไม่เห็นประมุขเทียมฟ้าอีก ไม่ใช่ว่าเขาไม่มาแล้วกระมัง”
“จะเป็นไปได้หรือ อย่างไรเสียประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นก็เป็นประมุขคนหนึ่ง จะผิดคำพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง”
ตอนนี้เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญกำลังสนทนากัน เดิมพวกเขาคิดว่าจะได้เห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดในวันนี้ ได้เห็นภาพการประชันกันของประมุขสองคน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจนตอนนี้แล้วก็ยังไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของประมุขเทียมฟ้า
บนเขาสูงสุด เซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนรับลมพร้อมกับมีเฟิ่งจิ่วอยู่เคียงข้าง เงาร่างหนึ่งดำหนึ่งแดงยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนที่สูง พวกเขามองลงไปข้างล่างตรงที่บริเวณตีนเขา เพราะว่าอยู่ห่างกันค่อนข้างไกล พอมองดูแล้วผู้ฝึกบำเพ็ญทั้งหลายที่อยู่ตรงตีนเขาจึงดูไม่ต่างอะไรกับมด
“ใกล้เที่ยงวันแล้ว ประมุขเทียมฟ้าคงไม่ใช่ว่าไม่กล้ามาจริงๆ หรอกกระมัง” เฟิ่งจิ่วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างกาย เอ่ยอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมุ่นคิ้ว “หากพูดในฐานะที่เขาเป็นประมุขคนหนึ่ง เขาไม่น่าผิดนัด โดยเฉพาะการต่อสู้ครั้งนี้ที่ ตอนนั้นเขารับปากอย่างชัดเจน”
“เช่นนั้นเป็นเพราะอะไร” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นจึงมองท้องฟ้า “หากพระอาทิตย์ตกดินแล้วเขายังไม่มาเล่า”
……….