เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3408 ไตร่ตรอง / ตอนที่ 3409 อย่ารบกวน
ตอนที่ 3408 ไตร่ตรอง
เขาไม่รู้ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้โม่เฉินเจอกับอะไรมาบ้าง พบเห็นอะไรมาบ้าง แม้เขาจะไม่อยากไปสังเกต ทว่าก็เห็นชัดเจนมากว่าอีกฝ่ายปฏิบัติต่อนางแตกต่างไปจากเดิม
เพียงแต่เขาก็รู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายกำลังควบคุมความรู้สึกของตนเองอยู่ เพราะเหตุนี้เองเขาถึงได้รู้สึกแปลก ถึงได้ถามออกมาอย่างอดไม่ได้ในตอนนี้ เขาอยากรู้ว่านางคิดอย่างไร
ฟังเขาพูดจบแล้ว สีหน้าของเฟิ่งจิ่วพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย อีกทั้งพอนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของโม่เฉินตลอดทางมานี้ เทียบกับโม่เจ๋อแล้ว นางที่เป็นสตรีย่อมความรู้สึกไวกว่า ย่อมสังเกตเห็นว่าโม่เฉินปฏิบัติต่อนางไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะคำพูดเหล่านั้นที่เอ่ยกับนาง
เพียงแต่ความรู้สึกเช่นนี้นั้นแปลกมาก นางบอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ กระนั้นก็ไม่อาจไปสืบค้นเช่นเดียวกัน
ดังนั้นนางจึงยื่นมือไปจับมือเขา เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “เจ้าอย่าคิดมากเลย พวกเราล้วนจะกลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นโม่เฉินเป็นศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าฝึกบำเพ็ญอยู่ในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์นานห้าปีเพื่อตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา เขาปฏิบัติต่อข้าเช่นนั้นเพราะอยากปกป้องและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองกระมัง! อาจารย์เขาฝากฝังให้เขาติดตามข้าตลอดนะ นอกจากนี้…”
พูดถึงตรงนี้แล้ว เสียงของนางพลันเงียบหายไป แววตาวูบไหวเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ถามขึ้น “นอกจากนี้อะไร”
เฟิ่งจิ่วชะงักไป “มีครั้งหนึ่งเขาเตือนข้า บอกว่าชะตาในชาตินี้ของเขาผูกกับข้า บอกว่าเขามีเคราะห์เป็นเคราะห์ตาย เป็นทั้งความเป็นและความตาย และมีเพียงข้าที่แก้ไขได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังจบก็ขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมา ก่อนจะนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก
“แต่เขาเคยพูดเช่นกันว่าพวกเรามีเคราะห์เป็นเคราะห์ตายเช่นกัน เขาต้องการปกป้องพวกเรา ดังนั้นข้าเลยคิดว่าเคราะห์เป็นเคราะห์ตายที่จะมาถึงอาจเกี่ยวข้องกันหรือไม่” เฟิ่งจิ่วหันไปมองเขา เห็นเขาขมวดคิ้วมุ่น มีสีหน้าจริงจัง นางพลันหัวเราะเสียงเบาและผลักเขาครั้งหนึ่ง “เอาล่ะๆ อย่าคิดมากเช่นนั้นเลย อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้เจอเคราะห์ร้ายนั่นเสียหน่อย”
นางพูดพลางถอยออกจากอ้อมกอดเขา เพราะได้ยินเหลิ่งซวงบอกว่าเตรียมน้ำเสร็จแล้ว จึงลุกขึ้นยืนพลางพูดว่า “ข้าจะไปอาบน้ำก่อน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนางเดินไปถึงข้างหลังฉากกันลม ส่วนเขานั่งครุ่นคิดอยู่ข้างโต๊ะ ด้วยพลังของพวกเขาในตอนนี้ ยังมีใครคุกคามพวกเขาได้อีก หากมีเคราะห์เป็นเคราะห์ตายอะไรนั่นจริง แล้วจะต้องเผชิญเมื่อไรกัน?
เม็ดบัวโบราณหลายเม็ดที่นางเคยพูดถึงจนวันนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไร จอมมารที่เคยหายเข้ากลีบเมฆผู้นั้นก็ไม่ได้เผยโฉมมานานมากแล้ว ยังมีผู้ครอบครองบัวดำผลาญโลกาผู้นั้นอีก...
ครั้นคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เขาพลันมีสีหน้าเย็นชาขึ้น ที่แจ้งไม่กลัว กลัวเพียงที่ลับ อย่างไรเสียหอกในที่แจ้งก็ยากจะต้านทานธนูในที่ลับ คนเหล่านั้นเงียบเชียบและไม่ล้มเลิกความคิดกลับมาเยือน เห็นทีหลังจากพวกเขาแต่งงานกันแล้ว ยังต้องให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตรวจสอบเรื่องนี้ดีๆ สักครั้ง คนเหล่านั้นไม่เคลื่อนไหวอะไรมาหลายปีแล้ว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เขาตื่นจากภวังค์ความคิด กลับเห็นเฟิ่งจิ่วเข้าไปอาบน้ำนานมากแล้วไม่ออกมาเสียที ทั้งยังไม่ได้ยินเสียงน้ำ เขาจึงลุกขึ้นเดินไปทางข้างหลังฉากกันลม
เห็นเพียงร่างกายท่อนบนของนางพิงขอบถังอาบน้ำที่โรยไว้ด้วยกลีบบุปผาแดง หัวไหล่ที่โผล่ออกจากผิวน้ำไปจนถึงลำคอระหงขาวราวกับหิมะมีกลีบดอกไม้ติดอยู่ไม่ต่างจากหยดน้ำ มองดูแล้วยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง
นางหลับอยู่ในถังอาบน้ำ เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปข้างหน้า หยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ข้างๆ มาคลุมตัวนางและอุ้มนางขึ้น ครั้นเช็ดคราบน้ำบนตัวนางหมดแล้วจึงค่อยอุ้มนางไปที่เตียง…
……….
ตอนที่ 3409 อย่ารบกวน
เขาวางนางลงบนเตียง ไม่ได้ช่วยนางสวมเสื้อผ้า เพียงใช้ผ้าห่มห่อร่างนางไว้ จากนั้นช่วยนางเช็ดผมและปล่อยให้นางหลับไป หลังจากนั้นเขาไม่ได้ให้เหลิ่งซวงเปลี่ยนน้ำ เมื่อเดินไปข้างหลังฉากกันลมแล้วก็อาบน้ำครั้งหนึ่ง จากนั้นใช้ผ้าขนหนูพันกายแล้วเดินมาที่ข้างเตียง
เพราะพลิกตัวจึงเห็นนางนอนอยู่บนเตียงพร้อมเผยแผ่นหลังงามสีขาวละเอียด ส่วนโค้งเว้างดงามนั้นไล่เรื่อยจากด้านบนลงไปสู่ด้านล่าง สร้างเส้นโค้งที่ยั่วยวนใจเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นลมหายใจของเขาพลันหนักอึ้งขึ้นหลายส่วน
เขาเช็ดคราบน้ำบนร่างกายแล้วเดินไปข้างหน้า ดึงผ้าขนหนูผืนใหญ่บนตัวแล้วโยนไปข้างๆ จากนั้นขึ้นเตียงพร้อมร่างกายเปลือยเปล่า ห่มผ้าแล้วนอนลง สุดท้ายก็ยื่นมือไปดึงเฟิ่งจิ่วเข้ามาในอ้อมกอด
“อาจิ่ว…”
เขาเรียกเสียงเบา เสียงหนักอึ้งแฝงเสน่ห์น่าดึงดูด เฟิ่งจิ่วตอบรับเบาๆ ขณะที่กำลังสะลึมสะลือ ทว่าไม่ได้ลืมตาขึ้นแม้สักนิด นางยื่นมือไปกอดเอวเขาไว้ เมื่อมือสัมผัสถูกตัวอีกฝ่าย นางพลันตื่นเต็มตาทันที
นางที่ตื่นแล้วมีความงัวเงียอยู่ในดวงตาหลายส่วน ครั้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้ๆ ตรงหน้า นางก็ถามออกมาอย่างงุนงงว่า “เหตุใดเจ้าไม่สวมเสื้อผ้า”
“อ๊ะ…”
เฟิ่งจิ่วเผลอส่งเสียงร้อง เพราะรู้สึกว่ามือใหญ่คู่หนึ่งเลื่อนจากเอวนางไปยังบั้นท้าย ขณะเดียวกันฝ่ามือนั้นพลันออกแรงกดลงมา ทำให้ร่างกายนางแนบชิดสนิทกับร่างกายเขา
ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งสองใกล้ชิดกัน ความอบอุ่นอวลอยู่ระหว่างกัน สัมผัสนั้นไปจนถึงความรักร้อนแรงในแววตาเขาทำให้นางหน้าแดงเถือกอย่างควบคุมไม่อยู่
“ที่นี่โรงเตี๊ยมนะ!” นางถลึงตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหัวเราะเบาๆ “อืม ข้ารู้ว่าที่นี่โรงเตี๊ยม” เขาพูดแล้วโน้มตัวลง จุมพิตที่ริมฝีปากนาง มือใหญ่ใต้ผ้าห่มเคลื่อนไปตามร่างกายนางตามจุมพิตเขาเช่นกัน…
แม้คนทั้งสองจะไม่ได้แนบชิดกันพร้อมร่างกายเปลือยเปล่าเป็นครั้งแรก แต่ในใจเฟิ่งจิ่วก็ยังคงรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่เคยพัฒนาไปถึงขั้นสุดท้ายสักที ส่วนเขาในคืนนี้กลับกระตือรือร้นอย่างน่าประหลาด ทำให้เพลิงในกายนางปั่นป่วนขึ้นมาง่ายดายนัก ร่างกายจึงตอบรับความกระตือรือร้นของเขาตามสัญชาตญาณ
สองคนในห้องไม่ต่างจากกาว ตอนนี้ห้าวเอ๋อร์ที่สวมเพียงเสื้อตัวในอยู่ข้างนอกเดินขยี้ตามาถึงหน้าห้อง เห็นว่าเหลิ่งซวงเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องจึงเงยหน้าเรียก “ท่านน้าเหลิ่งซวง ข้านอนไม่หลับ ข้าอยากไปนอนกับท่านพ่อและท่านแม่”
เมื่อฟังวาจานั้น เหลิ่งซวงมองห้องข้างหลังครั้งหนึ่ง “ท่านพ่อท่านแม่เจ้าหลับไปแล้ว เจ้ากลับไปนอนที่ห้องของตนเองเถอะ!” โชคดีที่นางได้ยินเสียงข้างในแล้วกางเขตอาคมกั้นเสียงให้พวกเขา ไม่เช่นนั้นหากห้าวเอ๋อร์ได้ยินเข้าอาจคิดว่าข้างในกำลังทำอะไรกันอยู่!
นึกถึงเรื่องที่นายหญิงและเจ้าตำหนักกำลังทำอยู่ข้างใน บนใบหน้าเย็นชาของเหลิ่งซวงพลันไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา นางกระแอมเสียงหนึ่งแล้วกล่าวห้าวเอ๋อร์อีกครั้ง “เด็กดี กลับไปนอนเถอะ!”
ห้าวเอ๋อร์มองห้องที่ปิดสนิทพลางกะพริบตา ถามด้วยความสงสัยว่า “ห้าวเอ๋อร์นอนไม่หลับ เหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่ถึงได้นอนเร็วขนาดนี้”
เหลิ่งซวงฟังแล้วไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปชั่วขณะหนึ่ง ทันใดนั้นก็เห็นเหลิ่งหวาและตู้ฝานเดินมาพอดี นางเรียกเสียงหนึ่ง “พวกเจ้ามาทางนี้หน่อย พาห้าวเอ๋อร์กลับไปพักผ่อนที่ห้องที”
สองคนสบตากันก่อนเดินเข้ามา มองห้องที่วางเขตอาคมกั้นเสียงเอาไว้แล้วมองเหลิ่งซวง ฝ่ายตู้ฝานยิ้มถามว่า “พวกนายหญิงหลับแล้วหรือ”
“อืม หลับแล้ว พวกเจ้าพาห้าวเอ๋อร์ไปพักผ่อนเถอะ! อย่าให้เขารบกวนพวกนายหญิงเลย” เหลิ่งซวงเอ่ยพร้อมใบหน้านิ่งเฉย
……….