เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3410 ไม่รู้ว่าไปทางไหน / ตอนที่ 3411 ทำลาย
ตอนที่ 3410 ไม่รู้ว่าไปทางไหน
เหลิ่งหวามองพี่สาวเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน กล่าวกับห้าวเอ๋อร์ว่า “ข้าจะกลับไปที่ห้องเป็นเพื่อนเจ้าเอง! ให้ท่านพ่อท่านแม่เจ้าพักผ่อนเถอะ มีเรื่องอะไรก็ค่อยมาหาพวกเขาพรุ่งนี้”
ห้าวเอ๋อร์เห็นดังนั้นจึงพยักหน้า “ได้” จากนั้นเขาก็จูงมือเหลิ่งหวาเดินกลับไป
เมื่อสองคนเดินไปไกลแล้ว ตู้ฝานเผยรอยยิ้มมีเลศนัย เหลือบมองห้องคราหนึ่ง “พวกนายหญิงหลับแล้วจริงหรือ”
เหลิ่งซวงมองเขาครั้งหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา “เจ้ายังไม่ไปพักผ่อนหรือ หรือว่าอยากเฝ้ายามคืนนี้ที่นี่”
“ฮ่าๆๆ ข้าจะกลับไปแล้ว ข้าไม่กล้าแอบฟังนายหญิง กลับไปนอนดีกว่า” ตู้ฝานกล่าว ขณะเดียวกันขยับพัดในมือ “ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องเฝ้าที่นี่แล้วเช่นกัน โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีแต่คนของพวกเรา อีกทั้งไม่น่ามีใครกล้าลงมือกับพวกเราตอนนี้”
เหลิ่งซวงไม่ได้เอ่ยวาจา เพียงนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าประตูห้อง หลับตาทำสมาธิ นางเฝ้าอยู่ที่นี่เพราะหากนายหญิงต้องการอะไรจะได้เรียกใช้นางได้ในทันที อย่างไรเสียหากต้องการน้ำหรือของอย่างอื่น คนอื่นนำเข้าไปให้ก็ไม่ค่อยเหมาะสมอยู่บ้าง
เห็นดังนั้นแล้วตู้ฝานก็ยกยิ้ม กลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน เตรียมไปเปลี่ยนกะเฝ้ายามครึ่งคืนหลัง
อีกด้านหนึ่ง เพราะคนที่จวินเจวี๋ยซางส่งไปยังตามหาตัวหวันเหยียนเชียนหวาไม่พบ ครั้นไปถามเฟิ่งจิ่วนางก็ไม่ยอมบอก ดังนั้นสีหน้าเขาจึงมีแต่จะดำคล้ำขึ้นทุกวัน
เขากลับมารอฟังข่าวที่สำนักและได้ยินชายวัยกลางคนรายงานอยู่ที่นั้น สีหน้าของเขายิ่งมายิ่งเย็นชา “คนคนหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร สถานที่ที่นางเคยไปฝึกบำเพ็ญก่อนหน้านี้ รวมถึงสถานที่ที่นางเคยไปข้างนอกนั่น ส่งคนไปตรวจสอบดูหมดแล้วใช่หรือไม่”
ชายวัยกลางคนรู้ความรู้สึกของหัวหน้าพรรคในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังในคำตอบมากเช่นกัน เขาชำเลืองมองหัวหน้าพรรคก่อนกล่าว “ส่งคนไปสอบถามแล้วทว่าไม่มีข่าวคราวของคุณหนูหวันเหยียนจริงๆ อาจารย์ของนางก็ไม่รู้เช่นกัน คนอื่นๆ ก็ไม่ได้คุ้ยเคยกับนาง ไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้ง ย่อมไม่รู้ว่านางไปที่ไหน แต่พวกเขาพยายามตามหาแล้ว หัวหน้าพรรควางใจเถอะ ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องพบนางอย่างแน่นอน”
จวินเจวี๋ยซางมุ่นคิ้ว ใบหน้าแข็งเกร็ง ครุ่นคิดอยู่นานแล้วถึงถามว่า “ไปสืบดูที่ตระกูลหวันเหยียนหรือยัง ตระกูลนั้นเป็นบ้านของนาง นางน่าจะไม่ได้กลับไปนานแล้วเช่นกัน ครั้งนี้จะไปที่ตระกูลหวันเหยียนหรือไม่”
ชายวัยกลางคนสงสัย “ข้าคนส่งไปสอบถามแล้ว คนตระกูลหวันเหยียนบอกว่านางไม่ได้กลับไป ไม่ได้กลับไปนานแล้วและไม่ได้ติดต่อกับพวกเขาเช่นกัน อีกอย่างข้ารู้สึกว่าในเมื่อนางอยากซ่อนตัว นางไม่มีทางไปซ่อนตัวในที่ที่พวกเรารู้ ตระกูลหวันเหยียนเป็นจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนเกินไป นางไม่น่ากลับไปถึงจะถูกต้อง ข้ารู้สึกว่านางน่าจะไปฝึกบำเพ็ญที่ไหนสักแห่งมากกว่า เหมือนกับหลายปีก่อนหน้านี้”
จวินเจวี๋ยซางฟังแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก “ส่งคนไปจับตาดูพวกเฟิ่งจิ่วเพิ่มอีก คนอื่นไม่รู้ว่านางไปที่ไหน แต่เฟิ่งจิ่วต้องรู้แน่!”
“น่าเสียดายที่นางไม่พูด พวกเราย่อมไม่อาจบังคับนางได้เช่นกัน” ชายวัยกลางคนถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง
“ออกไปเถอะ!” จวินเจวี๋ยซางโบกมือ บอกให้เขาออกไป
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนตอบรับ จากนั้นจึงถอยออกไป
เมื่อเขาออกไปแล้ว จวินเจวี๋ยซางลุกขึ้นยืนและเดินไปตรงหน้าต่าง มือไพล่หลังมองไปข้างนอก นึกถึงสตรีที่บังคับขืนใจเขาแล้วหนีหายไป เพลิงโทสะในใจที่กดข่มเอาไว้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง!
“หวันเหยียนเชียนหวา! เจ้ารอข้าก่อนเถอะ!”
………..
ตอนที่ 3411 ทำลาย
“ฮัดชิ่ว!”
เวลาเดียวกันนั้น หวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ในโรงเตี๊ยมจามออกมาคราหนึ่ง ในใจเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย นางรู้สึกว่าจวินเจวี๋ยซางต้องกัดฟันเรียกชื่อนางอยู่เป็นแน่ เพียงนึกถึงสีหน้าอดสูและโกรธเกรี้ยวในคืนนั้นของเขา นางก็ขยำชุดสีแดงบนร่างอย่างอดไม่ได้แล้ว
อืม เอาเปรียบก็แล้ว ทว่าต้องระวังว่าเขาจะปรากฏตัวอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เพียงแต่นางติดต่อกับเฟิ่งจิ่วแล้ว หากจวินเจวี๋ยซางมาที่โลกเบื้องล่าง เฟิ่งจิ่วจะส่งข่าวบอกนางทันที
นางเดินออกจากห้องของโรงเตี๊ยมมานั่งที่ชั้นหนึ่ง จากนั้นสั่งอาหารมากินสองสามอย่าง นางที่มีใบหน้างดงามพอปรากฏตัวที่ชั้นหนึ่งย่อมดึงดูดสายตาแขกในห้องโถงให้จับจ้องมาที่นางราวกับหมาป่าได้ในทันที
“แม่นาง มาคนเดียวหรือ” ผู้ฝึกบำเพ็ญคนหนึ่งถือจอกสุราด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งถือกาสุราเดินมา ดวงตาเรียวเล็กมองหวันเหยียนเชียนหวา ยากจะปกปิดความยินดีที่ได้เห็นของสวยงามในแววตา
หวันเหยียนเชียนหวาชำเลืองดวงตาคู่สวยมองเขาครั้งหนึ่ง เห็นเขาทำท่าทางจะนั่งลงข้างโต๊ะ นางยิ้มที่มุมปากดูน่ามอง เท้าเตะไปข้างหน้า แรงลับจู่โจมออกไป ดันเก้าอีกตัวนั้นออกห่าง คนคนนั้นที่กำลังจะนั่งลงย่อมไม่ทันตอบสนอง ล้มตึงลงกับพื้นในทันที
“โอ้ย!”
พอล้มลงแล้วถึงได้เห็นว่าเก้าอี้ถูกเตะออก ทำให้เขาก้นจ้ำเบ้าดูจนตรอกยิ่งนัก สุราในจอกที่ถืออยู่ก็หกรดเต็มตัว ทุกคนรอบข้างเห็นดังนั้นย่อมส่งเสียงหัวเราะออกมา ทำเอาเขาโมโหขึ้นมาโดยพลัน
“ฮ่าๆๆๆๆ…”
ผู้คนที่ชั้นหนึ่งหัวเราะเสียงดัง บ้างตบต้นขาเงยหน้าหัวเราะ บ้างกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ทว่ากลับไม่อาจกลั้นรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ได้ เสียงหัวเราะมากมายดังก้อง ทำให้ทั้งชั้นหนึ่งคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษอย่างชัดเจน
“หัวเราะอะไร! ใครกล้าหัวเราะอีก!”
ผู้ฝึกบำเพ็ญที่ล้มลงลุกขึ้นยืนด้วยความอับอายระคนโมโห โยนจอกสุราในมือลงบนพื้นอย่างแรง เสียงดังเพล้งกลืนไปกับเสียงหัวเราะ เพียงแต่พอเห็นปราณดุดันชั่วร้ายแผ่ออกมาจากกายของผู้ฝึกบำเพ็ญคนนั้น คนที่เดิมทีกำลังหัวเราะก็เริ่มหยุดการกระทำนั้นอย่างช้าๆ
หวันเหยียนเชียนหวามองผู้ฝึกบำเพ็ญคนนั้นพลางนึกสนุก เห็นเขาย่างสามขุมมาข้างหน้าพร้อมวางกาสุราที่ถืออยู่ในมือลงบนโต๊ะแรงๆ จากนั้นก็จ้องนางปานจะกินเลือดกินเนื้อ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!”
หวันเหยียนเชียนหวาหลุดหัวเราะ “ทำไม หรือว่าเจ้าไม่ใช่บุรุษ เป็นสตรีอย่างนั้นหรือ”
ดวงตาน่าหลงใหลพิจารณาเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความดูแคลน จากนั้นเบนสายตาหนีอย่างรังเกียจ กล่าวว่า “ข้าไม่ได้พบคนอัปลักษณ์เช่นเจ้ามานานมากแล้ว ไสหัวไปเสีย ข้าอยู่กับเจ้าแล้วกินข้าวไม่ลงแน่ๆ”
“เจ้ารนหาที่ตาย!” ผู้ฝึกบำเพ็ญคนนั้นแผ่จิตสังหารออกมา
“ข้าว่าเจ้าต่างหากที่รนหาที่ตาย!”
เสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยปราณชั่วร้ายของหวันเหยียนสือซานดังขึ้นหลังจากนั้น ผู้ฝึกบำเพ็ญคนนั้นกำลังคิดหันศีรษะไปมอง กลับเห็นว่าคอเสื้อตนถูกคนยกขึ้น ทั้งตัวออกห่างจากพื้น เท้าสองข้างลอยสูงไม่ติดพื้น และเพราะคอเสื้อข้างหลังถูกดึงขึ้น สาบเสื้อข้างหน้าจึงรัดเข้าที่คอพอดี ใบหน้านั้นแดงเถือกขึ้นมาในชั่วพริบตา แม้แต่จะหายใจก็ยากลำบากขึ้นมาทันที
“ท่านอาสือซาน ข้าไม่ถูกชะตาคนผู้นี้ ทำลายพลังบำเพ็ญของเขาเถอะ!” หวันเหยียนเชียนหวากล่าวด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย ทว่ากลับทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกหวั่นใจขึ้นมา
ทำลายพลังบำเพ็ญของคนคนหนึ่ง สำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญคนหนึ่งแล้วไม่ต่างจากการเป็นมนุษย์ธรรมดา โดยเฉพาะคนเช่นนี้ เมื่อพลังบำเพ็ญถูกทำลายไปจนหมดแล้ว เชื่อว่าต่อให้อีกฝ่ายไม่สังหารเขา เขาก็น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่วันเช่นกัน อย่างไรเสียเขาก็หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว เมื่อไม่มีพลังบำเพ็ญคุ้มกายแล้ว คนเหล่านั้นที่เขาเคยหาเรื่องย่อมสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย
………..