เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3412 ไม่สงบ / ตอนที่ 3413 อาหญิง
ตอนที่ 3412 ไม่สงบ
“ไม่มีปัญหา!” หวันเหยียนสือซานกล่าว จากนั้นจึงยกคนออกไปข้างนอก ไม่นานนักก็มีเสียงร้องเหมือนหมูโดนเชือดดังมา ทันใดนั้นทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบ
ตอนนี้คนในโรงเตี๊ยมล้วนไม่กล้าหายใจเสียงดัง พวกเขามองหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีพลางกลืนน้ำลายอย่างอดไม่อยู่ รู้สึกเพียงว่าหัวใจเต้นดังตึกตัก กลัวว่าตนเองจะไม่ระวังแล้วไปผิดใจกับพวกเขาเข้า
หลังจากโยนคนออกไปแล้ว หวันเหยียนสือซานก็นั่งลงข้างโต๊ะ “ตลอดทางมานี้ ข้ารู้อยู่ตลอดว่าเหตุใดเจ้าถึงเรียกข้ากลับมาด้วยกัน เจ้าคิดเอาไว้แล้วใช่หรือไม่ว่าอยากให้ข้าช่วยจัดการคนที่เข้ามาหาเรื่อง เฮ้อ! ข้าเป็นอาของเจ้า แต่กลับไม่ต่างอะไรกับผู้พิทักษ์ของเจ้าเลย”
ฟังดังนั้นแล้ว หวันเหยียนเชียนก็หัวเราะออกมาเสียงเบา “ท่านอาสือซาน ข้าล้วนเรียกท่านว่าท่านอาสือซาน ท่านคุ้มครองข้าย่อมเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้าช่วยขอของดีจากอาจิ่วมาให้ท่านด้วย”
“เอ๋? ของดีอะไร โอสถหรือ” หวันเหยียนสือซานลูบคางพลางถาม
เห็นเขามองนางด้วยแววตาเป็นประกาย นางหยิบขวดใบหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติ วางลงตรงหน้าเขา “ข้ารู้ว่าท่านกำลังจะบรรลุขั้นพลัง ดังนั้นข้าจึงนำโอสถนี้มาจากอาจิ่ว รอถึงบ้านแล้วท่านก็หาเวลากินเข้าไปนะ!”
“จิ๊ๆ หากวันนี้ข้าไม่พูด เจ้าคงคิดไว้ว่าถึงบ้านแล้วค่อยมอบให้ข้าใช่หรือไม่” หวันเหยียนสือซานส่งเสียงจิ๊ๆ หยิบขวดใบนั้นมาเปิดและเทออกดู เพียงมองครั้งเดียวเขาก็ตาเป็นประกายแล้ว “เฟิ่งจิ่วใจกว้างทีเดียว” เขาพูดแล้วรีบเก็บโอสถทันที
หลังจากกินอาหารที่โรงเตี๊ยม พวกเขาก็คุมกระบี่มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของตระกูลหวันเหยียน
เทียบกับตระกูลหวันเหยียนที่โลกเบื้องบน ตระกูลหวันเหยียนที่โลกเบื้องล่างถือเป็นตระกูลที่สันโดษ ไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเท่าไร สถานที่ตั้งของตระกูลไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองที่คึกคักรุ่งเรือง อีกทั้งยังอยู่กลางป่าลึก อย่างไรเสียตระกูลหวันเหยียนก็เป็นตระกูลที่ควบคุมผี อยู่กลางป่าลึกย่อมเหมาะสมยิ่งกว่าอยู่แล้ว
การกลับมาครั้งนี้ หวันเหยียนเชียนหวาไม่คิดอยู่ที่ตระกูลนาน หนึ่งเพราะปราณหยินที่ตระกูลค่อนข้างหนาหนัก ไม่ส่งผลดีกับการตั้งครรภ์ของนาง สองเพราะต่อให้นางจะเป็นคนกล้าบ้าบิ่น แต่คาดว่าคนที่บ้านต้องไล่ถามแน่ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร
ดังนั้นนางจึงตั้งใจกลับมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น พักอยู่สักสองสามวันค่อยจากไป จากนั้นก็ลงหลักปักฐานในเมืองที่รุ่งเรืองสักแห่ง รอบุตรของนางคลอดออกมา
แต่เพราะใกล้ถึงงานแต่งงานของเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้ว ถึงตอนนั้นนางย่อมต้องไปร่วมอวยพรเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ตอนนี้นางจึงกำลังวางแผนอยู่ว่าพอถึงเวลาแล้วจะไปรอคลอดบุตรที่อารามสวนท้อของราชวงศ์เฟิ่งจิ่ว หรือรอคลอดบุตรที่อื่นดีกว่ากัน
หลังจากนั้นสองสามวัน หวันเหยียนเชียนหวาและหวันเหยียนสือซานก็มาถึงที่ตั้งของตระกูลหวันเหยียน เมื่อเข้าใกล้อาณาเขตของตระกูลหวันเหยียน พวกเขาพลันสัมผัสได้ถึงลมหยินที่ตลบมาถึงข้างกาย
ทว่าสำหรับพวกเขาสองคนแล้ว ภายในร่างกายมีปราณพลังวิญญาณกล้าแกร่งคุ้มกัน กอปรกับเป็นบุคคลระดับสูงของตระกูล ปราณหยินเหล่านั้นย่อมไม่อาจมากล้ำกรายพวกเขาได้
ทว่าพวกเขายังไม่ทันเห็นประตูหน้าของตระกูลหวันเหยียน ก็กลับได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากข้างหน้าแล้ว รวมถึงเสียงร้องอย่างน่าเวทนาด้วย เมื่อได้ยินเสียงนั้น สองคนก็ต่างขมวดคิ้ว
หวันเหยียนสือซานมองหวันเหยียนเชียนหวาที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้นว่า “ไม่ได้บอกว่าเป็นตระกูลสันโดษหรือ เหตุใดยังมีการต่อสู้ที่นี่ ฟังดูแล้วเสียงดังไม่น้อยเลย”
หวันเหยียนเชียนหวาพุ่งไปข้างหน้า พลางกล่าวว่า “ในสายตาของตระกูลอื่น คุมผีไม่ใช่มรรคสายตรง ไปดูก่อนเถอะ!”
……….
ตอนที่ 3413 อาหญิง
เงาร่างสองสายกระโจนไปข้างหน้า ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าปราณและเสียงผีโหยหวนข้างหน้าดังขึ้นชัดเจน นอกจากนี้ยังมีทั้งเสียงคนตะโกน ตวาดไปจนถึงเสียงดาบและกระบี่กระทบกันอีกด้วย
ตอนนี้ที่หน้าประตูใหญ่ของตระกูลหวันเหยียนมีศพนอนเกลื่อนอยู่ที่พื้นมากมาย มีทั้งคนของตระกูลหวันเหยียนเองและคนของขุมกำลังอื่น
สำหรับตระกูลหวันเหยียนแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง มันเริ่มต้นตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนจนถึงตอนนี้ คนของตระกูลหวันเหยียนบาดเจ็บล้มตายไปนับไม่ถ้วน แม้แต่สตรีในจวน ไปจนถึงคนรุ่นเยาว์ที่อายุราวๆ สิบห้าปีก็ล้วนออกมาต่อสู้ เพียงเพื่อปกป้องตระกูลหวันเหยียนของพวกเขา!
เพียงแต่อย่างไรเสียพลังของตระกูลพวกเขาก็มีจำกัด โดยเฉพาะอีกฝ่ายล้อมจู่โจมด้วยสมาชิกสองสามร้อยคน ในนั้นยังมีผู้นำกลุ่มที่พลังกล้าแกร่งอยู่อีกสิบกว่าคน ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันมาก ตระกูลหวันเหยียนจึงพ่ายแพ้สิ้นท่าในการต่อสู้นี้
“พวกเจ้ากล้าล้อมจู่โจมตระกูลหวันเหยียนของพวกข้า ท่านอาหญิงของข้ากลับมาแล้ว ไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”
เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีคนหนึ่งตะโกนด้วยความโมโห เห็นบิดาเขาบาดเจ็บแล้วแต่ก็ยังต่อสู้อย่างเต็มกำลัง จึงพุ่งไปข้างหน้าคิดช่วยเหลือ ใครเล่าจะรู้เงาร่างเพิ่งเคลื่อนไปก็ถูกบุรุษอายุสามสิบกว่าคนหนึ่งขวางไว้แล้ว
“ฮ่าๆๆๆๆ! จริงหรือ เช่นนั้นพวกข้าเอาชีวิตของเจ้าไปก่อนแล้วกัน ดูซิว่าใครจะช่วยเจ้าได้!”
แสงเย็นยะเยือกวาบผ่านตรงหน้า กระบี่ยาวแหลมคมเหวี่ยงเข้าใส่คอเขา คนตระกูลหวันเหยียนพลันร้องขึ้นด้วยความตกใจ “เฟิงเอ๋อร์!”
เด็กหนุ่มเพียงรู้สึกว่าจิตสังหารกระหายเลือดจู่โจมมาถึงคอ ไอสังหารกลุ่มนั้นหนาวยะเยือกยิ่งกว่าปราณหยินของเขา แม้ปราณกระบี่ที่อยู่บนกระบี่คมยังไม่กรีดถึงคอเขา แต่เขาก็ตกใจเสียจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แล้ว ถูกพลังของอีกฝ่ายตรึงไว้โดยสิ้นเชิง
พริบตานั้นทุกคนคล้ายกับหัวใจหยุดเต้น ราวกับถูกมือใหญ่บีบหัวใจเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่เงาร่างสีแดงสายหนึ่งจะแฉลบเข้ามาไม่ต่างจากวิญญาณ
เด็กหนุ่มรู้สึกว่ามีคนดึงร่างตนเอง ปลายจมูกได้กลิ่นปราณที่น่าพึงใจและคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งสายหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นขณะอยู่ในอ้อมกอดคนคนนั้น เมื่อมองเห็นแล้วเขาก็อึ้งงันไป
หวันเหยียนเชียนหวาเหวี่ยงคนออก สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ปราณพลังวิญญาณพุ่งออกไป ต้านกระบี่ยาวในมืออีกฝ่ายแล้วค่อยจู่โจมออกไปอีกครั้ง กระบี่ยาวด้ามนั้นหักงอ ปลายกระบี่แหลมคมแทงตรงหัวใจของคนคนนั้นแทน
สวบ!
ฉึก!
ปราณกระบี่ดุดันพร้อมด้วยปราณน่าครั่มคร้ามแทงออกไป ทิ่มแทงหัวใจคนผู้นั้นด้วยความเร็วดุจดาวตก ทะลุจากหน้าอกโดยตรง
คนผู้นั้นร้องโหยหวน เงาร่างถูกแรงนั้นผลักออกไปหลายหมี่ ฝีเท้าซวนเซก่อนล้มลงบนพื้น ดวงตาสองข้างเบิกโพลงจ้องมองข้างหน้าเขม็ง เลือดสดๆ ไหลออกมาจากมุมปาก มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่มีกระบี่ปักอยู่ คล้ายกับอยากเอ่ยวาจา ทว่าเมื่ออ้าปากกลับกระอักเลือดออกมาอย่างแรง สุดท้ายแล้วร่างกายก็กระตุกสองสามครั้งก่อนหมดลมหายใจไป
“กล้าทำร้ายคนตระกูลหวันเหยียนของข้า! ล้วนต้องตาย!”
เสียงเย็นชาและไร้ปรานีดังออกมาจากปากของหวันเหยียนเชียนหวา เสียงนั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลและสั่นสะท้านแก้วหูของทุกคนในที่นี้ ทำให้พวกเขาพลันใจสั่นอย่างรุนแรง ความเย็นเยียบสายหนึ่งแทรกขึ้นมาจากฝ่าเท้า จู่โจมก้นบึ้งของหัวใจจนรู้สึกหวาดกลัว
เพราะเหตุการณ์ที่เกิดอย่างกะทันหัน ทุกคนล้วนหยุดการกระทำ แต่ละคนมองไปที่สตรีชุดสีแดงที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตกใจและเหลือเชื่อ
“ทะ…ท่านอาหญิง!”
เด็กหนุ่มที่ถูกหวันเหยียนเชียนหวากอดไว้พลันดึงสติกลับมาได้ เรียกด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
……….