เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3422 หนทางเซียนเปิดแล้ว / ตอนที่ 3423 ผู้ดูแลหนทาง
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3422 หนทางเซียนเปิดแล้ว / ตอนที่ 3423 ผู้ดูแลหนทาง
ตอนที่ 3422 หนทางเซียนเปิดแล้ว
หนทางเซียนของบันไดสู่แดนเซียน โดยทั่วไปแล้วไม่มีทางเปิดออกได้ หรือต่อให้สามารถเปิดได้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการเปิดจากฝั่งโลกเบื้องบนเท่านั้น วันนี้ตอนพลังปราณวิญญาณบนเงาร่างสองสายกลางอากาศเอ่อท้น จิตรับรู้ที่ควบแน่นจากกระแสปราณมหาศาลเป็นตัวการเปิดหนทางเซียน เห็นเพียงเมฆดำบนท้องฟ้าก่อตัว ลมคลั่งพลันเกิดขึ้น
แตกต่างจากการเปิดโดยทั่วไปของคนในสำนัก เซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนเปิดหนทางเซียนด้วยพลังของตนเอง เมื่อหนทางเซียนนั้นเปิดออกก็สัมผัสกับกฎเกณฑ์ฟ้าดินระหว่างสองโลก ชั้นเมฆกลางท้องฟ้าปั่นป่วน เสียงฟ้าคำรามดังมารางๆ
ครืน!
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องพลันดังขึ้นบนท้องฟ้า ก่อนที่สายฟ้าจะผ่าใส่เซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว ทว่าทันใดนั้นแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพพลันแผ่ออกจากร่างพวกเขาและพวยพุ่งขึ้นไป
แรงกดดันของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพปะทะกับสายฟ้า เห็นเพียงสายฟ้าที่ผ่าลงมาหายไปกลางอากาศเสียดื้อๆ เหลือเพียงเสียงฟ้าร้องดังมาจากกลางชั้นเมฆ
ลมและเมฆเหนือสำนักพลันเปลี่ยนผัน แทบจะเรียกได้ว่าทำให้ผู้ฝึกบำเพ็ญในเมืองรอบข้างเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก แต่ละคนยืนอยู่บนที่สูง มองปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ปรากฏบนฟ้า
กลางเมืองสี่ทิศ คนในตระกูลทั้งหลายที่เห็นภาพบนท้องฟ้านั้น ในใจยิ่งเกิดความประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยากจะอธิบาย เทียบกับผู้ฝึกบำเพ็ญที่อยู่ค่อนข้างไกลแล้ว พวกเขามองเห็นเงาร่างหนึ่งแดงหนึ่งดำกลางท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว
อีกทั้งมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่สายฟ้าผ่าใส่คนทั้งสองบนท้องฟ้า กลับถูกสองคนดีดกลับไป ก่อนจะหายไปจากท้องฟ้า แม้แต่สายฟ้าที่ส่งเสียงออกมาจากชั้นเมฆก็ไม่ได้ผ่าลงไปอีก เพียงครองอาณาเขตอยู่กลางท้องฟ้า เนิ่นนานไม่ซ่านสลายไป ราวกับกำลังจ้องมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างล่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ในสำนัก ซื่อเชวียและมู่ซินสองคนกำลังยืนอยู่กับพวกกวนสีหลิ่น โม่เฉินรู้สึกเหมือนกับมีคลื่นคลั่งอยู่ภายในใจ ภาพตรงหน้าทำให้ตื่นตะลึงจนไม่อาจเอ่ยวาจาได้
เมื่ออาจารย์ของพวกเขาบอกว่าจะเปิดหนทางเซียนเชื่อมระหว่างสองโลก พวกเขาเบิกตาโพลงอย่างงุนงงรู้สึกว่าเหลือเชื่อเช่นกัน ต้องรู้ว่านั่นเป็นถึงเรื่องของการทำลายกฎเกณฑ์สวรรค์เสียก่อนถึงจะทำสำเร็จ
ทว่าวันนี้เห็นภาพหนึ่งบนท้องฟ้า เห็นแรงกดดันของราชันเทพจากร่างพวกเขาและปราณจิตรับรู้เปิดหนทางเซียนนั้น ก็ไม่รู้ว่าควรจะบรรยายความรู้สึกตื่นตะลึงภายในใจอย่างไรแล้ว
ตลอดหลายปีมานี้ พวกเขาเพิ่งเคยเห็นกับตาตนเองเป็นครั้งแรกว่ามีคนทำลายกฎเกณฑ์สวรรค์ได้! แถมคนคนนั้นยังเป็นอาจารย์ของพวกเขา!
ที่แท้แม้ชื่อเสียงอาจารย์ทั้งสองจะขจรขจาย ทว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าอาจารย์ของพวกเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่เทียบเคียงกับประมุขเทียมฟ้าและประมุขเสวียนอู่ได้แล้ว กระนั้นหากเรื่องวันนี้ถูกถ่ายทอดออกไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด อยู่ใกล้หรือไกล ก็ย่อมได้รู้ว่าประมุขระดับราชันเทพที่แข็งแกร่งสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นที่โลกนี้แล้ว!
ไม่! พวกเขาไม่เหมือนกับประมุขทั่วไป พวกเขาคือตี้จวินและเฟิ่งจู่! เป็นผู้ที่สวรรค์กำหนดมา!
ด้วยความตื่นเต้นและสะท้านใจ พวกเขามองเงาร่างสองสายบนท้องฟ้าอย่างเลื่อมใส ฟังเสียงร้องด้วยความตกใจและเสียงวิจารณ์ของทุกคนรอบข้าง อดรู้สึกภาคภูมิใจไม่ได้ นั่นคืออาจารย์ของพวกเขาเชียวนะ!
ยิ่งเวลาผ่านพ้นไป กลางท้องฟ้าก็ยิ่งเกิดเสียงดังสนั่น แสงสว่างเจิดจ้าส่องออกมาจากเบื้องบน กลิ่นอายกลางอากาศคล้ายกับสงบลงในวินาทีนี้เช่นกัน…
……….
ตอนที่ 3423 ผู้ดูแลหนทาง
พริบตานั้น สายตาของทุกคนตกลงบนท้องฟ้าเหนือสำนักนั้น เห็นเพียงแสงรุ้งเจ็ดสีวาดผ่านตรงนั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ท้องฟ้าโลกเบื้องบน ครึ่งหนึ่งอยู่ที่ท้องฟ้าโลกเบื้องล่าง เชื่อมกันกลางท้องฟ้าราวกับสะพานโค้ง กลายเป็นหนทางเซียนเส้นหนึ่ง
“ดูเร็ว! พวกเขาเชื่อมโลกทั้งสองได้อย่างแท้จริงแล้ว!”
“ซี้ด! เหลือเชื่อ! พวกเขาทำลายกฎเกณฑ์สวรรค์ได้จริงๆ!”
“พวกเขาใช้จิตรับรู้ระดับราชันเทพที่แข็งแกร่งเปิดหนทางเซียน นั่นเป็นหนทางเซียนใหม่เอี่ยม!”
เสียงร้องด้วยความตกใจจากความรู้สึกสั่นสะท้านในใจเพราะเหลือเชื่อดังไปทั่วบริเวณ ส่วนเจ้าสำนักที่มองภาพนี้บนท้องฟ้าอยู่ในสำนักข้างล่าง ไปจนถึงคนในสำนักต่างก็ถอนใจออกมาเสียงหนึ่งไม่ได้ “พลังของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแข็งแกร่งจริงๆ!”
ซื่อเชวียและมู่ซินที่ยืนอยู่กับพวกกวนสีหลิ่นและโม่เฉินต่างก็เงยหน้ามองเช่นกัน เวลาผ่านพ้นไปเรื่อยๆ บนนั้นมีเสียงของอาจารย์พวกเขาดังมา
“ซื่อเชวีย มู่ซิน ขึ้นมา”
สองคนสบตากันครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระตุ้นปราณในทันทีแล้วพุ่งขึ้นสู่ด้านบน เมื่อมาถึงตรงหน้าสองคน พวกเขาก็คารวะอย่างนอบน้อมครั้งหนึ่ง “อาจารย์”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนจงดูแลหนทางเซียนนี้ พวกเจ้าก้าวขึ้นมา” เฟิ่งจิ่วกล่าวแล้วส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนเดินเข้ามา
เห็นดังนั้นแล้ว สองคนก้าวไปข้างหน้า เมื่ออยู่ห่างเพียงก้าวเดียวแล้วก็หยุดฝีเท้า ทันใดนั้นพวกเขาพลันเห็นทางรุ้งเจ็ดสีตรงใต้เท้า ดวงตาพลันทอประกายอย่างอดไม่ได้
นี่คือความว่างเปล่า แต่ตอนเหยียบลงตรงนี้ ใต้เท้าของพวกเขากลับมีความรู้สึกเหมือนเหยียบลงบนพื้นที่ราบ กระนั้นก็ยังแตกต่างกันเป็นอย่างยิ่ง
“รุ้งเจ็ดสีนี้จะค่อยๆ สลายไป แต่หนทางเซียนนี้จะยังคงอยู่ ข้าทำลายความว่างเปล่าและประสานจิตวิญญาณของพวกเจ้าเข้ากับหนทางเซียนนี้ หลังจากนี้พวกเจ้าก็ฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่และคุ้มครองหนทางเซียนเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วพูดพลางสร้างตราประทับที่ซับซ้อน ดึงจิตวิญญาณของสองคนประสานเข้ากับหนทางเซียนนี้ ทันใดนั้นหว่างคิ้วของคนทั้งสองก็พลันปรากฏตราประทับเพลิงเพิ่มขึ้นมาจุดหนึ่ง
ครั้นรับรู้ได้ถึงจิตเพลิงตรงหว่างคิ้ว ไปจนถึงจิตรับรู้ที่เพิ่มจิตวิญญาณของอาจารย์พวกเขาขึ้นมา ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง อดที่จะมองไปทางอาจารย์ของพวกเขาไม่ได้
“หนทางเซียนเปิดด้วยจิตวิญญาณของข้า หลังจากพวกเจ้าประสานแล้วย่อมเป็นหนึ่งเดียวกับหนทางเซียนนี้ และจิตรับรู้กลุ่มหนึ่งของข้าจะคุ้มครองที่นี่ร่วมกับพวกเจ้า เมื่อข้าตั้งเขตอาคมที่นี่แล้ว คนที่ต้องการผ่านหนทางเซียนทุกคนล้วนต้องได้รับการอนุญาตจากพวกเจ้า”
เฟิ่งจิ่วมองสองคนพลางกล่าว จากนั้นหมุนกายไปตั้งเขตอาคมบนหนทางเซียน สุดท้ายจึงค่อยเอ่ยว่า “พวกเจ้าเข้าไปดูเถอะ! วันหน้าจะฝึกบำเพ็ญในนั้นก็ได้”
“ขอรับ” สองคนปกปิดความตื้นตันภายในใจ หลังจากสบตากันแล้ว พวกเขาจึงเดินไปทางหนทางเซียน
ทุกคนข้างล่างไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน รู้เพียงว่าซื่อเชวียและมู่ซินเข้าไปในหนทางเซียนนั้นแล้ว เงาร่างค่อยๆ เลือนหายไปกลางเมฆขาว ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ซื่อเชวียและมู่ซินเดินอยู่กลางหนทางเซียน รู้สึกแค่ว่าจิตวิญญาณของตนเองวูบไหว รับรู้ถึงหนทางเซียนนี้ไว้ในห้วงสมองทั้งหมด ทุกมุมล้วนชัดเจนหาใดเปรียบ
นอกจากนี้ในนี้ยังมีค่ายกลรวมวิญญาณอยู่สองแห่ง ปราณพลังวิญญาณเข้มข้นไม่ได้ด้อยไปกว่าถ้ำในสำนักของพวกเขาสักนิด ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ที่นี่เงียบสงบ เขตอาคมแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเคลื่อนไหวตามความคิดของพวกเขา
สองคนเดินกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาถึงตรงหน้าเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างนอก “อาจารย์ทั้งสองโปรดวางใจ ศิษย์จะคุ้มครองหนทางเซียนนี้อย่างดี”
……….