เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3424 เฟิ่งจู่ / ตอนที่ 3425 กลับมา
ตอนที่ 3424 เฟิ่งจู่
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองทั้งสองคราหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนเฟิ่งจิ่วเพียงพยักหน้าก่อนเอ่ย “อืม พวกเจ้าคุ้มครองที่นี่เถอะ! ทำความคุ้นเคยกับสถานที่สักหน่อย วันหน้าหากมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ค่อยมาหาข้า”
“ขอรับ” ทั้งสองตอบ ก่อนคารวะครั้งหนึ่งแล้วถอยเข้าไปในหนทางเซียน หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เห็นดังนั้นแล้ว ทุกคนข้างล่างที่มองเห็นภาพนี้ต่างก็พากันถอนใจออกมา ต่างเริ่มสนทนากัน เซียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างบนร่อนลงมา ตอนเดินไปทางเจ้าสำนัก บางคนถึงกับกระตุ้นปราณด้วยอารามอยากรู้อยากเห็น อยากไปดูว่าหนทางเซียนที่พวกเขาเปิดออกมาเป็นอย่างไรกันแน่ แต่กลับพบว่าเข้าไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วมาถึงตรงหน้าเจ้าสำนัก ก่อนที่คนกลุ่มหนึ่งจะไปนั่งลงสนทนากันที่ยอดเขาหลัก ระหว่างมองสองคนตรงหน้า เจ้าสำนักก็ถามขึ้นว่า “หลังจากนี้ซื่อเชวียและมู่ซินจะเฝ้าอยู่ที่นั่นตลอดหรือ”
“อืม พวกเขาเฝ้าอยู่ที่นั่นก็ฝึกบำเพ็ญได้เช่นกัน อีกอย่างหนทางเซียนนั้นจำต้องมีคนเฝ้า หากมอบหมายหน้าที่นี้ให้คนอื่น ข้าก็ไม่วางใจเช่นกัน” เฟิ่งจิ่วกล่าว “ตอนนี้หนทางเซียนเปิดแล้ว พวกข้าต้องไปจากที่นี่สักพัก ย้ายพวกเขาสองคนจากสำนักมาประจำการที่นี่ หวังว่าเจ้าสำนักจะเข้าใจ”
เจ้าสำนักมองนาง ถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง “เฟิ่งจู่กล่าวหนักไปแล้ว ทุกเรื่องที่เฟิ่งจู่ทำล้วนได้รับการจัดการเป็นอย่างดี ข้าย่อมไม่มีอะไรจะคัดค้าน ยิ่งไปกว่านั้นเฝ้าหนทางเซียนนั้นเป็นประโยชน์กว่าเป็นอาจารย์ที่สำนักมาก ให้ประโยชน์ต่อการฝึกบำเพ็ญของพวกเขายิ่งกว่า”
พวกเขาสนทนากันที่ยอดเขาหลักครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับถ้ำไปพักผ่อน เตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
ตอนม่านราตรีโรยตัวลงมา เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วก็ไปยังหนทางเซียนอีกครั้ง ในหนทางเซียนไม่มีกลางคืนและกลางวัน มีแต่สีขาวโพลน ราวกับว่าเป็นสถานที่ที่ไม่มีปลายทางอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อสองคนเข้าไปด้านใน ซื่อเชวียและมู่ซินก็สังเกตเห็นแล้ว จึงรีบเข้ามาคารวะทั้งสองคนครั้งหนึ่ง “อาจารย์”
“อืม” สองคนตอบรับเสียงหนึ่ง เดินจากหนทางเซียนของโลกเบื้องบนสู่หนทางเซียนของฝั่งโลกเบื้องล่าง เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเฟิ่งจิ่ว ถามขึ้นว่า “พักผ่อนสักหน่อยค่อยมาเป็นอย่างไร หรือทำได้เลยในตอนนี้?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย “แม้วันนี้จะเสียพลังวิญญาณไปไม่น้อย แต่ตอนกลับถ้ำพักผ่อนไปแล้วพักหนึ่ง ตอนนี้พลังวิญญาณฟื้นฟูกลับมาแล้ว สำหรับการเรียกคืนโลกเบื้องล่างนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
นางกล่าวพลางยืนอยู่บนหนทางเซียนที่มีสีขาวราวกับท้องฟ้า พลางมองท้องฟ้าโลกเบื้องล่างที่มืดสนิท แววตาวูบไหวเล็กๆ ผู้คุ้มกันสี่คนตรงสี่มุมฟ้าของโลกเบื้องล่าง ปีนั้นมีคนเดียวที่ปรากฏตัว
แม้นางในปีนั้นจะใจกล้าบ้าบิ่น ยากปกปิดความหยิ่งผยอง กลับจำต้องยอมรับเช่นกันว่านางในปีนั้นตัวเล็กจ้อย ตอนนี้ผ่านมาหลายปีมากแล้ว นางเดินออกมาจากระดับขั้นที่เก้าทีละก้าว จนกระทั่งสำเร็จเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพที่โลกเบื้องบนให้การยอมรับ ลมฝนตลอดทางมานี้มีไม่น้อยเลยจริงๆ
เพราะเหตุนี้เองถึงทำให้นางเติบใหญ่รวดเร็วถึงเพียงนี้ มีความสูงส่งที่จะหยิ่งผยองได้แล้ว…
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า เพียงยืนอยู่ข้างหลังเฟิ่งจิ่วและมองออกไปไม่ไกลนัก ซื่อเชวียและมู่ซินสองคนยืนมองอยู่ข้างหลังเซวียนหยวนโม่เจ๋อเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่รู้ว่าอาจารย์ต้องการทำอะไร แต่ดูจากท่าทางเช่นนี้แล้ว คาดว่าสิ่งที่ต้องการทำไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
ไม่นานนักหัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้านอย่างแรง บนใบหน้าปรากฏสีหน้าราวกับว่าคาดเอาไว้แล้ว…
……….
ตอนที่ 3425 กลับมา
จิตรับรู้ที่กล้าแกร่งถูกเติมเข้าไปในท้องฟ้า พริบตานั้นผู้คุ้มกันทั้งสี่มุมพลันใจสั่น เบิกดวงตาเข้มงวดน่ากลัวมองตรงหนทางเซียนจากในตำหนักทั้งสี่มุม
ทันใดนั้นแสงสว่างสี่สายวาดผ่านมาราวกับดาวตก จู่โจมไปยังจุดเดียวกัน ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของทุกคนที่โลกเบื้องล่างสักนิด และเพราะเหตุนี้เองคนที่โลกเบื้องล่างจึงล้วนไม่อาจล่วงรู้ ว่าฟ้าดินที่นี่มีผู้ปกครองแล้วในค่ำคืนนี้…
หน้าถ้ำแห่งหนึ่งของสำนัก โม่เฉินในชุดสีขาวยืนใช้มือไพล่หลัง เงยหน้ามองท้องฟ้า สายตาสบนิ่งดุจมหาสมุทรลี้ลับ ลึกล้ำมากเสียจนมองไม่เห็นก้น
ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ รู้เพียงเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืน ก่อนจะหมุนกายกลับเข้าไปพักผ่อนในถ้ำยามท้องฟ้าใกล้สาง
จวินเจวี๋ยซางที่อยู่ในสำนักก็รู้เช่นกันว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนเปิดหนทางเซียนแล้ว คืนนี้แม้เขาจะไม่ได้ออกจากเรือน ก็รู้ว่าไม่เพียงคนทั้งสองจะเข้าเป็นประมุขของฟ้าดินโลกเบื้องล่างเท่านั้น แต่โลกเบื้องบนก็ถูกจิตรับรู้ใหม่เอี่ยมครอบคลุมไปทั่วทุกมุม เข้าเป็นประมุขอย่างเงียบเชียบเช่นเดียวกัน…
ผู้ฝึกบำเพ็ญทั่วไปล้วนไม่สังเกตเห็น ทว่าพวกประมุขเทียมฟ้าที่เป็นระดับราชันเทพเช่นเดียวกันกลับรู้ได้ในทันที คนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน อย่างไรเสียเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนก็อยู่ในระดับราชันเทพ ทว่ากลับไม่ได้สร้างโลกตั้งตนเป็นประมุขเหมือนพวกเขา ครั้นวันนี้พอรู้ว่าทั้งสองเข้าครอบครองสองโลกนั้นแล้ว ก็ให้รู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
ทว่าประมุขเทียมฟ้าที่รู้ข่าวกลับโมโหจนทำลายข้าวของภายในตำหนัก ช่างโลกเบื้องล่างเถอะ เดิมเขาคิดจะครอบครองโลกเบื้องบน แต่วันนี้กลับถูกเซวียนหยวนโม่เจ๋อฉวยไปก่อนก้าวหนึ่ง
การที่อีกฝ่ายได้เป็นประมุขโลกเบื้องบน ทว่ากลับไม่มีฝ่ายไหนออกมาขัดขวางนั่นก็เหมือนกับได้รับการยอมรับจากขุมกำลังสำนักใหญ่ทั้งหลายไปโดยดุษณี เรื่องนี้ทำให้ประมุขเทียมฟ้ารู้สึกโมโหยิ่งนัก
โดยเฉพาะเป็นผู้แข็งแกร่งที่เพิ่งเข้าสู่ระดับราชันเทพ กลับมีความสามารถเป็นประมุขฟ้าดินได้ในคืนเดียวอย่างแท้จริง วิธีการและความกล้าหาญนี้ทำให้เขาตื่นตะลึงอยู่บ้าง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ตอนแสงแรกส่องลงบนพื้นดิน ความหนาวเย็นเล็กน้อยที่ตลบอบอวลในอากาศถูกขับไล่ไป คนในสำนักไม่ได้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ บนทางภูเขามีเงาร่างสีขาวสายหนึ่งเดินมา
ไป๋ชิงเฉิงไม่ได้เผยโฉมนานมากแล้ว หลังจากได้รับข่าวจากนายหญิงก็รีบเดินมาจากในสำนัก นายหญิงต้องกลับไปแต่งงาน นางย่อมต้องติดตามกลับไปเช่นกัน อีกทั้งยังไม่ได้พบพวกนายหญิงนานแล้ว ในใจนางรู้สึกคะนึงหาอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง
ครั้นเคาะประตูหน้าของสำนักพร้อมอธิบายถึงจุดประสงค์การมาแล้ว คนของสำนักก็นำทางเดินเข้าไปในถ้ำ เนื่องจากมาเยือนค่อนข้างเช้า ตอนมาถึงถ้ำของนายหญิง ก็พบว่านางยังไม่ตื่น กลับได้พบกับพวกเหลิ่งหวาแทน
“ชิงเฉิง? ทำไมมาตอนนี้” เหลิ่งหวามองนางที่ไม่ได้พบกันมานาน จากนั้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ข้าเพิ่งมาถึงไม่นาน” ไป๋ชิงเฉิงกล่าว มองเขาพลางถาม “พวกเจ้าสบายดีใช่หรือไม่”
“อืม พวกข้าล้วนสบายดี” เหลิ่งหวาพยักหน้า “ข้ากำลังเตรียมตัวไปทางห้องครัว เจ้าไปกับข้าเถอะ!”
ไป๋ชิงเฉิงตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วตามเขาไปยังที่ตั้งของห้องครัว ระหว่างทางทั้งสองคนสนทนากันถึงเรื่องตลอดหลายปีมานี้…
ช่วงเที่ยงวัน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วเพิ่งตื่น ครั้นพวกเขาปรากฏตัวข้างนอกถ้ำก็เห็นทุกคนกำลังนั่งสนทนากันอยู่บนพื้นหญ้าไม่ไกล พวกเขาสองคนพลันสบตากัน จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินไป