เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3438 ขอความช่วยเหลือ / ตอนที่ 3439 จำไม่ได้
ตอนที่ 3438 ขอความช่วยเหลือ
เมื่อถูกท่านปู่ตวาดเช่นนั้น บุรุษในชุดหรูย่อมไม่กล้าพูดอย่างอื่นมากอีกเช่นกัน เพียงพูดว่า “เมื่อครู่นี้ข้ามองอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงได้ยินสตรีหนึ่งในนั้นเรียกสตรีชุดดำว่าเหลิ่งซวง นอกจากนี้สตรีชุดแดงและเชลยที่ถูกจับเหล่านั้นเหมือนจะรู้จักกัน น่าจะชื่อว่ากู้เซียงอี๋ และข้ายังรู้อีกว่าพวกเขาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมตรงหน้า เหมาทั้งโรงเตี๊ยม”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง บุรุษในชุดหรูก็พูดต่ออีกว่า “ข้าไปดูมาแล้ว คนที่อยู่ในนั้นไม่ว่าบุรุษและสตรีล้วนหน้าตาดีเป็นอย่างยิ่ง ดูแล้วไม่เหมือนคนธรรมดา” จากนั้นเขาพูดเสริมอีกคำหนึ่ง “น่าจะเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่”
ฟังคำพูดนั้นแล้ว ชายชรารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ทันใดนั้นเสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังขึ้นข้างหน้า พวกเขาที่ได้ยินเสียงต่างก็หันมองไป เห็นเพียงบุรุษที่ถือพัดพับไว้ในมือคนหนึ่งทำลายระดับพลังของเจ้าเมืองอย่างง่ายดาย
บนพื้นตรงนั้น ชายวัยกลางคนและชายชรากระอักเลือดล้มลงบนพื้น มองบุรุษที่กำลังถือพัดพับพร้อมรอยยิ้มด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“ซี้ด! เมื่อครู่นี้เจ้าเมืองขอความช่วยเหลือจากเจ้าเมืองใกล้เคียงแล้วใช่หรือไม่ พวกเจ้าดูสิ สัญญาณบนท้องฟ้าถูกส่งออกไปแล้ว!” มีคนของตระกูลใหญ่ส่งเสียงขึ้น รู้สึกว่าเรื่องราววุ่นวายแล้วจริงๆ
ประตูเมืองถูกทำลาย เจ้าเมืองถูกทำให้พิการ ผู้คุ้มกันในเมืองล้มลงบนพื้นทีละคนไม่ต่างจากตาย ตอนนี้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปแล้ว หากเจ้าเมืองจากเมืองใกล้เคียงรีบมา เกรงว่าจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่!
ตอนนี้คงไม่มีใครคาดคิด ว่าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ จะมีเพียงฝ่ายพวกเขาเท่านั้นที่ถูกทำลาย แน่นอนว่ามีคนหนึ่งที่เป็นข้อยกเว้น นั่นก็คือผู้อาวุโสของตระกูลเฉิน สีหน้าของเขาในตอนนี้ดูซีดขาวอยู่บ้าง กระนั้นเขาก็ยังไม่กล้ายอมรับ
จนกระทั่งได้ยินเสียงจากข้างหน้าดังมา
“ทำให้ข้าบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่!” ชายชราที่นอนอยู่บนพื้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก สายตาจ้องมองบุรุษถือพัดพับสง่างามดุจคุณชายเขม็ง
ตู้ฝานขยับพัดเบาๆ พร้อมกันนั้นก็กวาดสายตามองคนเหล่านั้น อีกทั้งเผยรอยยิ้มออกมา “ฟังให้ดี ข้านามว่าตู้ฝาน”
ตู้ฝาน!
ตู้ฝาน!
สองพยางค์นี้ไม่ต่างจากสายฟ้าฟาดดังขึ้นในหูของชายชราตระกูลเฉิน ผ่าลงมาจากท้องฟ้าอย่างรุนแรง ทำเอาเขาตัวดำมะเมี่ยม! เขาถึงกับตัวสั่นขึ้นมา ฝีเท้าโซเซถอยหลังไปหลายก้าว
“ท่านปู่ ท่านปู่เป็นอะไรไป” บุรุษชุดหรูรีบประคองเขา
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นแล้วถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง”
“คนตระกูลเฉินของพวกเราคงไม่มีใครทำเรื่องไร้มารยาทกับพวกเขากระมัง” ชายชราตระกูลเฉินจับข้อมือบุตรชายไว้ น้ำเสียงถี่กระชั้นเล็กน้อย
คนในตระกูลที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วต่างก็ลอบส่งสัญญาณให้คนที่เตรียมลงมือหยุดรอก่อน จากนั้นจึงมองชายชราตระกูลเฉินเงียบๆ พวกเขาแน่ใจได้ว่าผู้อาวุโสตระกูลเฉินผู้นี้รู้ว่าคนพวกนั้นเป็นใคร
ตอนนี้ชายวัยกลางคนรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องราวแล้ว เขาคิดแล้วกล่าวขึ้นว่า “น่าจะไม่มี คนของพวกเราหากไม่มีคำสั่ง ย่อมไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยว” อีกอย่าง เห็นคนพวกนั้นสั่นสะเทือนพื้นที่นั้นอย่างง่ายดายก็รู้ได้ถึงพลังที่กล้าแกร่งของพวกเขาแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าลงมือโดยสะเพร่า ป้องกันไม่ให้หายนะมาถึงตัว
“ไม่มีก็ดี ไม่มีก็ดี” ชายชราค่อยพยักหน้า ถอนหายใจโล่งอกอย่างชัดเจน
ตอนนี้เองผู้คุ้มกันคนหนึ่งพอเห็นว่าเรื่องราวร้ายแรง ก็ลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “นายท่าน ผู้นำตระกูล เมื่อคืนคุณชายขวางทางเกี้ยวพาสตรีชุดแดงนางนั้น…”
กล่าวยังไม่ทันจบก็เห็นดวงตาสองข้างของนายท่านเฉินเบิกโพลง จู่ๆ ก็โมโหจนหายใจไม่ออกขึ้นมา
……….
ตอนที่ 3439 จำไม่ได้
“ข้าเกี้ยวพานางที่ไหน ข้าเพียงอยากนำทางให้นาง พานางไปเที่ยวเล่นรอบเมืองเท่านั้น” บุรุษชุดหรูคนนั้นเห็นสถานการณ์เป็นดังนั้นก็รีบกล่าว ช่วยปู่ตนเองสงบใจลงไปพลาง ถลึงตามองผู้คุ้มกันปากมากคนนั้นไปพลาง
ผู้คุ้มกันก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอีก แต่กลับรู้ว่าพฤติกรรมของคุณชายเมื่อคืนนี้ คนอื่นมองย่อมไม่ต่างอะไรจากการเกี้ยวพาสตรี โชคดีที่ตอนนั้นพวกเขาขวางเอาไว้ถึงได้ไม่เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
เมื่อบิดาเขาผ่อนคลายขึ้นแล้ว ผู้นำตระกูลเฉินก็ลังเลเล็กน้อยก่อนถาม “ท่านพ่อ พวกเขาเป็นใคร” ดูทรงแล้วที่มาที่ไปยิ่งใหญ่อยู่บ้าง เพียงแต่เป็นใครกันแน่ ถึงได้ทำให้บิดาเขาตกใจกลัวได้ขนาดนี้
“ภูตหมอ นางคือภูตหมอเฟิ่งจิ่ว!” ผู้อาวุโสเฉินเอ่ยเสียงสั่น “หลายปีมานี้ไม่มีข่าวคราวของนางเลย ตอนนี้ในที่สุดนางก็ปรากฏตัวแล้ว!”
ฟังดังนั้นแล้ว คนจากหลายตระกูลข้างๆ พลันสะท้านใจ “ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว?” เวลานี้มีคนเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา เรื่องที่เกี่ยวกับภูตหมอเฟิ่งจิ่วผุดขึ้นในห้วงสมองมากมาย เพียงพริบตาเดียวทุกคนก็รู้ว่าสตรีชุดแดงคนนั้นก็คือเฟิ่งจิ่วจริงๆ!
นอกจากภูตหมอเฟิ่งจิ่ว ใครเล่าจะสวมชุดสีแดงแล้วสง่างามสบายๆ ได้ขนาดนั้น นอกจากภูตหมอเฟิ่งจิ่ว ใครเล่าจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีระดับพลังน่าตื่นตะลึงคนแล้วคนเล่าอยู่ข้างกาย นอกจากภูตหมอเฟิ่งจิ่ว ใครเล่าจะกล้าทำเรื่องต่างๆ โดยไม่เกรงกลัวเช่นนั้น
ตอนที่ทุกคนตื่นตกใจ ทางนั้นก็ทำลายพลังทั้งหมดของเจ้าเมืองไปแล้ว หลังจากทำร้ายสองคนข้างกายเขาจนได้รับบาดเจ็บ พวกตู้ฝานก็ไม่ได้มองพวกเขาอีกแม้แต่ครั้งเดียว เพียงสาวเท้าเดินไปทางโรงเตี๊ยม
แม้จะตกใจกลัวมาก ทว่าทุกคนล้วนรู้ว่าควรยุติเรื่องราวไว้ตรงนี้จะเป็นการดีที่สุด กระนั้นพอนึกถึงสัญญาณที่เจ้าเมืองคนนั้นส่งออกไปขึ้นมาได้ ตู้ฝานก็ยิ้มขึ้น พัดในมือกางออกเสียงดังพรึ่บ ก่อนจะพัดลมเบาๆ
หากมีใครไม่ประมาณตนอยากประลองฝีมือ พวกเขาก็ยินดีเป็นคู่ต่อสู้ให้เช่นกัน
ข้างหน้านั้น เฟิ่งจิ่วพาพวกกู้เซียงอี๋เข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้ว จู่ๆ มีคนมาเยือนมากมายขนาดนี้ ทำให้พวกโม่เฉินที่อยู่ตรงชั้นล่างมองคราหนึ่งด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“สหายเก่า”
เฟิ่งจิ่วกล่าวกับพวกเขา จากนั้นค่อยกล่าวกับกู้เซียงอี๋ “พวกเจ้าไปอาบน้ำทำแผลก่อนเถอะ! ข้าจะให้คนเตรียมอาหารให้พวกเจ้าหน่อย อีกเดี๋ยวค่อยนั่งคุยกัน” พูดแล้วก็สั่งให้เหลิ่งหวาพาพวกเขาไป
กู้เซียงอี๋ฟังจบแล้วพยักหน้า ตามเหลิ่งหวาไปทางข้างหลัง
“เหลิ่งซวง เจ้าไปซื้อเสื้อผ้ากลับมาให้พวกเขาหน่อยเถอะ! ฉินซินไปสั่งหลงจู๊ ให้เขาจ้างคนเพิ่มหน่อย แล้วก็ให้พวกเขาเตรียมอาหาร ไปเชิญหมอมาสักสองสามคนด้วย จะได้ช่วยพวกเขาทำแผล”
เฟิ่งจิ่วสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้พวกนางไปจัดการตามนั้น ก่อนนางจะนั่งลงข้างโต๊ะ
“เจ้าค่ะ” สองคนตอบรับก่อนจะเดินไป
“มองแล้วเหมือนจะคุ้นตาอยู่บ้าง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร” กวนสีหลิ่นเอ่ย มองบุรุษร่างสูงใหญ่คนนั้นพลางครุ่นคิด
“เป็นกู้เซียงอี๋ คนที่มอบสมุนไพรวิญญาณหอโอสถสวรรค์ให้พวกเรา ไม่รู้ว่าเขามีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร พลังปราณในร่างกายถูกผนึกไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังพูดไม่ได้ คนในตระกูลทั้งเด็กและชราถูกส่งมาเป็นเชลยที่นี่” เฟิ่งจิ่วพูด หยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “โชคดีที่เหลิ่งซวงพบเข้าแล้วจำได้”
หากไม่ใช่เพราะเหลิ่งซวงพบเข้าแล้วจำได้ นางอาจจะแค่เดินผ่านพวกเขาไป และไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง
ฟังดังนั้นแล้วกวนสีหลิ่นพลันอึ้งงันไป “กู้เซียงอี๋? หากเจ้าไม่พูดข้าก็จำไม่ได้นะเนี่ย!”
……….