เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3436 ทำให้เขาพิการ / ตอนที่ 3437 พูดเรื่องสำคัญ
ตอนที่ 3436 ทำให้เขาพิการ
เพียงแต่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่ได้เชื่อมโยงสตรีชุดแดงตรงหน้ากับภูตหมอเฟิ่งจิ่วเข้าด้วยกัน อย่างไรเสียพวกเขาก็รู้ว่าเฟิ่งจิ่วหายตัวไปหลายปีแล้ว มีบางคนบอกว่าเฟิ่งจิ่วเร้นกายไปแล้ว บ้างก็ว่าเฟิ่งจิ่วไปยังโลกเบื้องบนแล้ว ถึงกับมีคนบอกว่าเฟิ่งจิ่วตายไปแล้วอีกด้วย
หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครรู้เช่นกันว่าเรื่องไหนเป็นความจริง ทว่าเรื่องที่ภูตหมอไม่ปรากฏตัวตรงที่ใดในแผ่นดินนี้อีกกลับเป็นเรื่องที่ทุกคนล้วนรู้กันทั่ว จึงไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นนางไปโดยปริยาย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเองก็ไม่เคยพบเฟิ่งจิ่วมาก่อนด้วย
“นายหญิง”
เหลิ่งซวงและฉินซินมองเห็นนางแล้ว ก้าวไปข้างหน้าแล้วทักทายเสียงหนึ่ง ฉินซินถอยไปอยู่ข้างหลังนาง ฝ่ายเหลิ่งซวงกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “เป็นกู้เซียงอี๋”
ครั้นได้ยินชื่อนี้ เฟิ่งจิ่วประหลาดใจเล็กน้อย สายตาทอดมองหลายคนที่ใบหน้าสกปรกเหล่านั้น สุดท้ายจึงมองไปที่เงาร่างสูงใหญ่นั้น
“กู้เซียงอี๋?”
นางมองเขาด้วยความแปลกใจอยู่บ้าง จากนั้นมองทั้งเด็กและคนชราจำนวนหนึ่ง มุ่นคิ้วถามว่า “ไม่พบกันหลายปี เจ้าจนตรอกถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”
กู้เซียงอี๋ประสานมือคารวะนาง ยิ้มอย่างจนใจ ทว่าไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้เองเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ พลันเอ่ยขึ้น “นายหญิง พวกเขาพูดไม่ได้”
“คนพวกนี้เป็นคนในตระกูลของเจ้าหรือ” เฟิ่งจิ่วมองห้าหกสิบคนนั้น เห็นบนตัวเด็กหลายคนมีรอยแส้ ผอมแห้งเหนื่อยล้า แววตานางพลันเย็นชาขึ้นมาทันที
กู้เซียงอี๋พยักหน้า
เห็นดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วกล่าวว่า “ไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมข้างหน้าก่อนเถอะ! พาคนในตระกูลของเจ้าไปด้วย” เฟิ่งจิ่วพูดจบแล้วหมุนกายเดินไปข้างหน้า ไม่ได้มองชายวัยกลางคนและชายชราที่อยู่ข้างหลัง รวมถึงผู้คุ้มกันร้อยกว่าคนรอบๆ เพียงหันไปมองตู้ฝานคราหนึ่ง “เจ้ากับพวกเว่ยเฟิงอยู่จัดการที่นี่แล้วกัน”
“ขอรับ นายหญิง” พวกตู้ฝานตอบรับ
กู้เซียงอี๋ส่งสัญญาณให้คนในตระกูล ให้พวกเขาตามไปด้วยกัน เด็กหญิงคนหนึ่งโซเซก่อนล้มลงบนพื้น เหลิ่งหวาจึงก้าวเข้าไปอุ้มนางขึ้นมา โดยไม่สนใจว่าสิ่งสกปรกบนตัวนางจะเปื้อนชุดคลุมของเขา
เด็กหญิงเห็นชุดคลุมสีจันทร์เสี้ยวของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนเพราะนาง นางหดมือและเท้าด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ทำได้เพียงมองไปทางกู้เซียงอี๋
“ไม่เป็นไร”
เหลิ่งหวาลูบศีรษะเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน เห็นนางมองกู้เซียงอี๋อย่างหวาดๆ จึงยิ้มขึ้น “เขาเป็นสหายของพวกข้า” สิ้นเสียงนั้นแล้ว เขาอุ้มเด็กหญิงและพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยม
ตั้งแต่คนพวกนั้นปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ แม้แต่มองพวกเขาสักครั้งยังไม่มี อีกทั้งพาคนกลุ่มนั้นจากไปอย่างโจ่งแจ้ง เจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกว่าอำนาจของตนเองถูกท้าทาย จึงตวาดเสียงขรึมว่า “จับพวกเขากลับมาให้หมด!”
เฟิ่งจิ่วเดิมทีก้าวเท้าจากไปแล้วได้ยินเสียงจากข้างหลัง ฝีเท้านางไม่หยุดนิ่ง เพียงกล่าวทิ้งท้ายอย่างเย็นชาว่า
“ทำให้เขาพิการ”
เพียงวาจาเรียบง่ายนี้ ตู้ฝานก็ยิ้มและกางพัดพับในมือออก พัดพับในมือพร้อมด้วยปราณพลังวิญญาณลอยออกไป จู่โจมเจ้าเมืองคนนั้นโดยตรง
จิตสังหารครอบคลุมฟ้าจู่โจมเข้ามา ทำให้ทั้งชายชรา ไปจนถึงชายวัยกลางคนและเจ้าเมืองคนนั้นประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาทันที พวกเขาหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว กลับเห็นพัดพับพร้อมปราณดุดันกรีดแขนของคนหนึ่งในนั้น ทันใดนั้นเลือดสดๆ พลันทะลักออกมา เสียงในลำคอก็ดังตามออกมาเช่นกัน
“อึก!”
ผู้คุ้มกันรอบข้างกรูกันเข้ามา เว่ยเฟิงและกู่โม่ รวมถึงพวกหลัวอวี่ยืนอยู่ข้างๆ คอยขวางเจตนาฆ่าจากข้างหลังให้กับคนตระกูลกู้ที่จากไป
……….
ตอนที่ 3437 พูดเรื่องสำคัญ
สำหรับคนเหล่านี้แล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงมือโดยสิ้นเชิง เพียงแผ่ความกดดันออกไป ก็ทำให้พวกเขาหลายคนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว คุกเข่าลงกับพื้นแล้ว
ความกดดันมหาศาลแผ่ไปทั่วบริเวณ คนที่ระดับพลังด้อยกว่ากระอักเลือดออดมาโดยไม่อาจกดกลั้น บางคนจับคอตนเองด้วยสองมือจนแน่น รู้สึกเพียงว่าหายใจไม่ออก
เห็นภาพนี้แล้ว พวกชาวบ้านที่ถอยไปค่อนข้างไกลล้วนตะลึงลาน มองหลายคนด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ สะท้านใจเป็นอย่างยิ่ง
แทบจะพูดได้ว่าตระกูลใหญ่ทุกตระกูลในเมืองต่างก็ตกใจกลัวในเวลานี้ ผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสของทุกตระกูลรีบออกมาดูกันอย่างอดรนทนไม่ไหว ต่อกรกับเจ้าเมืองหรือ? เป็นใครกันแน่ที่อุกอาจถึงเพียงนี้
ผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสของทุกตระกูลออกมาดูแล้ว เห็นผู้คุ้มกันที่เจ้าเมืองพามาคุกเข่าลงเพราะต้านทานแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ไม่ไหวทีละคน ต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึก ในดวงตาเต็มไปความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
แรงกดดันมากมายเช่นนั้นทำให้แม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูลพวกเขาก็ต้องก้มศีรษะลงเช่นกัน พวกเขาได้ยินว่าคนที่เหลืออยู่เป็นเพียงผู้คุ้มกันของสตรีชุดแดงนางนั้น เช่นนั้นแล้วพลังของสตรีชุดแดงนางนั้นจะกล้าแกร่งเพียงใดกัน?
“ไม่ถูกต้อง!”
ชายชราหนึ่งในนั้นตกใจกลัว ตัวสั่นโดยพลัน ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ในแววตามีแต่ความหวาดหวั่น
“ท่านปู่? ท่านปู่เป็นอะไรไป” บุรุษในชุดหรูเบียดไปข้างหน้า เขาก็คือบุรุษที่พยายามเกี้ยวพาเฟิ่งจิ่วเมื่อวาน เมื่อครู่นี้เขามองเห็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงท่ามกลางกลุ่มคน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไรนางก็หมุนกายเดินจากไปแล้ว
ชายชราไม่ได้สนใจเขา เพียงมองชายวัยกลางคนข้างๆ “ไปถามหน่อย สตรีชุดแดงนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วก็คนติดตามนางเป็นใคร”
ชายวัยกลางคนเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยนไปมาก ก็พลันพยักหน้าอย่างจริงจัง ขณะเตรียมเรียกคนไปสืบถาม บุรุษชุดหรูที่อยู่ข้างๆ รีบกล่าว “ท่านพ่อ ไม่ต้องไปถามหรอก ข้ารู้”
ไม่เพียงชายชราและชายวัยกลางคนเท่านั้น แม้แต่คนจากตระกูลหลายคนฟังแล้วก็เดินมาทางพวกเขา ล้อมรอบกายพวกเขาไว้
“พี่เฉิน ดูจากสีหน้าท่านแล้ว หรือจะรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร”
ชายชราคนหนึ่งถาม เขาเป็นผู้อาวุโสของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง เพราะได้ยินว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในเมือง คนกลุ่มหนึ่งไม่รู้มาจากที่ไหนกล้ามามีเรื่องกับเจ้าเมือง พวกเขาจึงรีบมาที่นี่กันทั้งหมด
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เจ้าเมืองก็เป็นเจ้าเมืองของพวกเขา หากเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ พวกเขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย เพียงแต่มาดูที่นี่แล้วกลับรู้สึกว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่คนธรรมดาโดยสิ้นเชิง จึงไม่กล้าลงมือโดยประมาท
“เจ้ารู้หรือ? พูดมาสิ” ชายชรากล่าว ไม่มองใครอื่นเช่นกัน เพียงให้หลานชายตนเอ่ยปาก มีเพียงเขาที่รู้ว่ามือที่ไพล่อยู่ข้างหลังนั้นเปียกเหงื่อเพราะเครียดเกร็งไปหมดแล้ว
“สตรีชุดแดงนางนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง ท่วงท่าสง่าไม่ธรรมดา ข้างกายนางยังมีสตรีสองคน คนหนึ่งสวมชุดขาว คนหนึ่งสวมชุดดำ หน้าตาสะสวยมากกันทั้งคู่ ข้าอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยพบสตรีที่น่ามองเช่นพวกนางมาก่อน ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ว่าใครก็งดงามเทียบสตรีชุดแดงไม่ได้แม้แต่ครึ่งส่วน”
ชายชราฟังเขาพูดถึงความงามของสตรีเป็นสำคัญ ทันใดนั้นพลันมีสีหน้าดำคล้ำ ตวาดเสียงขรึมขึ้นมา “พูดเรื่องสำคัญหน่อย!”
……….