เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3462 ไม่เข้าตา / ตอนที่ 3463 มาแสดงความยินดี
ตอนที่ 3462 ไม่เข้าตา
“น่าจะอยู่ที่นี่พักหนึ่งเลย!” เฟิ่งจิ่วกล่าว พร้อมยิ้มกล่าว “จริงสิ เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าเป็นประมุขของฟ้าดินผืนนี้แล้ว และข้าได้เชื่อมหนทางเซียนระหว่างโลกเบื้องบนเบื้องล่างเข้าด้วยกัน วันหลังหากเจ้าสนใจก็ไปดูที่โลกเบื้องบนได้ ฝีกบำเพ็ญสักรอบหนึ่ง”
เมื่อฟังจบ อี้ซิวหรั่นชะงักไป ก่อนพูดขึ้นอย่างเสียกิริยา “เจ้า…เจ้าว่าอะไรนะ เจ้ากลายเป็นประมุขของโลกเบื้องล่างนี้แล้วหรือ เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน”
“ช่วงก่อนนี้เอง! ตอนที่พวกข้ากลับมา” นางกล่าวอย่างไม่ยี่หระ “ตอนนี้ข้าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแล้ว ย่อมมีความสามารถปกครองฟ้าดินผืนหนึ่ง ผู้คุ้มครองขอบฟ้าทั้งสี่ก็อยู่ใต้อาณัติข้านานแล้วเช่นกัน”
นางเดินไปพลาง ยื่นมือเด็ดใบไม้ข้างทางมาถือเล่นไปพลาง “ตอนนั้นพวกเราไปโลกเบื้องบนยังต้องขึ้นบันไดสู่แดนเซียนอยู่เลย แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว เพียงแต่ข่าวยังไม่แพร่สะพัดออกไป คนที่รู้ยังมีไม่มาก”
อี้ซิวหรั่นฟังอย่างงุนงง ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าควรพูดอะไร เขารู้ว่าพลังของนางแกร่งกล้ามาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะกล้าแกร่งจนถึงขั้นนี้แล้ว
ระดับราชันเทพ นั่นเป็นการมีอยู่เช่นไรกัน คิดถึงตรงนี้แล้วเขาอดยิ้มขื่นไม่ได้
สวบ!
ทันใดนั้นธนูเย็นดอกหนึ่งพลันพุ่งมาทางพวกเขา อี้ซิวหรั่นลืมตอบสนองเพราะกำลังอึ้งงัน ฝ่ายเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงแผ่วเบาก็เลิกคิ้ว กวาดสายตามองไปก่อนจะยกมือขึ้น กระแสปราณสายหนึ่งจู่โจมออกไป ทำให้ธนูเย็นดอกนั้นถูกดีดกลับ
“อึก!”
ธนูเย็นถูกดีดกลับไปแล้ว เสียงในลำคอดังออกมาจากในที่ลับ กลิ่นเลือดแผ่มาจากทางภูเขา ก่อนที่เงาร่างสีดำหลายสิบสายจะพรวดพราดออกมา ล้อมทั้งสองคนเอาไว้
“เจ้าไปหาเรื่องใครเอาไว้” เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองอี้ซิวหรั่นที่อยู่ข้างๆ คราหนึ่ง จากนั้นกวาดสายตามองอย่างเย็นชาไปที่คนพวกนั้น
อี้ซิวหรั่นดึงสติกลับมาก่อนมองชายชุดดำพวกนั้น สีหน้าพลันคร่ำเคร่งขึ้นมา “ตามราวีไม่เลิก!” ทันใดนั้นเงาร่างของเขาก็พุ่งออกไปไม่ต่างจากประกายอันหนาวเย็น ปะทะกับชายชุดดำพวกนั้น
“ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเจ้าก็นับว่าเป็นศัตรูของข้า ศัตรูที่ไม่ได้พบกันหลายปีกลับถูกลอบจู่โจม อีกทั้งเกิดขึ้นในอาณาเขตของข้า หากข้ายืนเฉยเอาแต่มอง นั่นออกจะใช้ไม่ได้ไปหน่อยกระมัง” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา โยนใบไม้ในมือทิ้งไป จากนั้นโบกมือพัดใบไม้พวกนั้นไปทางเหล่าชายชุดดำ
ใบไม้ที่แฝงไว้ด้วยพลังกลับกลายเป็นอาวุธลับมากมาย ทุกใบเต็มไปด้วยปราณเข่นฆ่าร้ายกาจ ตรงที่ใบไม้พลิ้วผ่าน ชายชุดดำพวกนั้นก็จะร้องอย่างน่าเวทนาก่อนล้มลง
มีชายชุดดำบางคนพยายามป้องกัน แต่มันก็ยังยากที่จะต้านทานช่วงเวลาที่ใบไม้เล็กๆ นั้นหมายเอาชีวิต กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลทั้งภูเขา ศพบนพื้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชายชุดดำพวกนั้นอกสั่นขวัญหาย แววตาสั่นสะท้านมองเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดง
ทว่าตอนที่พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งสติ ก็ต้องล้มลงบนพื้นพร้อมกับดวงตาเบิกกว้างแล้ว
อี้ซิวหรั่นดึงสติกลับมา จากนั้นมองไปทางเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ เห็นนางยิ้มให้เขาคราหนึ่ง แววตาวูบไหวอย่างห้ามไม่อยู่ เช็ดกระบี่ในมือจนสะอาดแล้วเก็บไป
“ต้องให้ช่วยหรือไม่” เฟิ่งจิ่วถาม
“ไม่ต้อง ข้าจัดการเองได้” อี้ซิวหรั่นกล่าว ชำเลืองมองศพบนพื้นครั้งหนึ่ง ตัดสินใจแล้วว่ากลับไปตัดรากถอนโคนกับขุมกำลังนี้เสีย!
“ไปเถอะ! ข้ามีสุราชั้นเลิศ เดี๋ยวถึงจวนแล้วจะให้เจ้าดื่ม” เฟิ่งจิ่วกล่าว สาวเท้าเดินนำไปข้างหน้า
……….
ตอนที่ 3463 มาแสดงความยินดี
ในจวนตระกูลเฟิ่ง กวนสีกลิ่นกำลังตำหนิตนเองที่ปากพล่อย รออยู่ในจวนนานแล้วเฟิ่งจิ่วก็ยังไม่กลับมา ขณะกำลังเตรียมตัวกลับไปที่จวนของเขาก่อน กลับเห็นสองคนเดินมาจากข้างนอก
“เสี่ยวจิ่ว เจ้ากลับมาเสียที เป็นอย่างไรบ้าง เขาไปที่เวิ้งสวนท้อจริงๆ หรือไม่” กวนสีหลิ่นถาม พูดจบแล้วก็มองไปยังคนที่ติดตามนางมา เมื่อมองดูให้ดีแล้วก็ชะงักไป “เป็นเจ้า?”
อี้ซิวหรั่นพยักหน้า นับว่าทักทายเขาแล้ว ที่จริงเขาเองก็รู้จักคนที่อยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่วอยู่บ้าง
“ท่านพี่ ไม่ต้องกังวล ไม่เป็นไร” นางยิ้ม ถามว่า “ท่านรออยู่ที่นี่ตลอดเลยหรือ”
“อืม ข้าเป็นห่วงว่าพวกเขาสองคนพบกันแล้วจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ไม่ค่อยวางใจเท่าไรจึงยังไม่ได้กลับบ้าน” กวนสีหลิ่นกล่าว
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วกล่าว “เช่นนั้นท่านไปที่บ้านก่อนเถอะ! แม้ครอบครัวของพวกเราสองคนจะใกล้ชิดกัน แต่พี่สะใภ้กับลูกอยู่ที่บ้าน ท่านจะมาอยู่ที่นี่ทั้งวันคงไม่ได้กระมัง”
“เดิมทีข้าอยากกลับบ้านอยู่แล้ว ในเมื่อเจ้าบอกแล้วว่าไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าจะกลับไปก่อน เดี๋ยวตอนเย็นจะมาใหม่” เขาพูดจบก็พยักหน้าให้อี้ซิวหรั่น ก่อนจะจากไปก่อน
“นายหญิง” เหลิ่งหวาเดินเข้ามา หลังจากคารวะเฟิ่งจิ่วครั้งหนึ่งแล้วก็ทอดสายตามองอี้ซิวหรั่น จากนั้นแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น “คุณชายอี้”
พออี้ซิวหรั่นมองก็เห็นพลังบนตัวเหลิ่งหวาเพิ่มขึ้นจากในอดีต จึงเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “พลังของเจ้าเพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เหลิ่งหวาฟังแล้วยิ้มอบอุ่นดังเดิม “เพราะนายหญิงของข้าคือภูตหมอ”
คำพูดเรียบง่ายคำเดียว ทว่าซ่อนความนัยไม่รู้จักจบสิ้น
เพราะนายหญิงของเขาคือภูตหมอ พลังของเขาจึงพัฒนารวดเร็วปานนี้ เพราะนายหญิงของเขาคือภูตหมอ ความทะนงตนในท่าทางระหว่างพูดจาย่อมแสดงออกมาโดยปริยาย
ครั้นฟังจบ ในดวงตาของอี้ซิวหรั่นก็ฉายแววสับสน ใช่! พวกเขาคือคนของเฟิ่งจิ่ว เช่นนั้นแล้วจะธรรมดาได้อย่างไร
“เหลิ่งหวา เจ้าไปให้ห้องครัวเตรียมอาหารสักสองสามอย่างแล้วส่งมาที่สวนดอกไม้ ข้าจะเชิญเขาดื่มสุรา” เฟิ่งจิ่วเอ่ย บอกให้เขาไปจัดการ
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับ โค้งกายเล็กน้อยก่อนถอยไป
เฟิ่งจิ่วพาอี้ซิวหรั่นเดินไปยังสวนดอกไม้ สองคนนั่งลงไม่นาน ตู้ฝานก็พาคนสองสามคนเดินเข้ามา ตอนมองเห็นเฟิ่งจิ่วกลางศาลาในสวนดอกไม้ ตู้ฝานก็ยิ้มและเรียกว่า “นายหญิง คุณชายกู้มาแล้ว”
เฟิ่งจิ่วชะงักก่อนช้อนสายตามองไป เห็นกู้เซียงอี๋ยืนอยู่ข้างๆ ตู้ฝาน เห็นเขาแล้วนางพลันยิ้มขึ้น ถามว่า “เจ้ามาได้อย่างไร จัดการธุระในตระกูลเรียบร้อยแล้วหรือ”
กู้เซียงอี๋เดินไปข้างหน้า คารวะนางคราหนึ่ง “จัดการธุระในตระกูลเรียบร้อยแล้ว เรื่องบางเรื่องมีบิดาข้าคอยจัดการต่อ ด้วยรู้ว่าพวกเจ้าทางนี้กำลังจะแต่งงาน ข้าจึงคิดมาดูว่ามีอะไรที่ช่วยเหลือได้หรือไม่”
“แค่คนมาก็พอแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว “นั่งเถอะ! นี่คืออี้ซิวหรั่น เขามาดื่มสุรามงคลเช่นกัน”
หลังจากสองคนทำความรู้จักกันแล้วก็นั่งลงพูดคุย ตู้ฝานถอยไปแล้ว ไม่นานเท่าใดนักสาวใช้ก็ยกอาหารและสุราเข้ามา รอจนกระทั่งเย็นย่ำ ทั้งสองคนเมาสุราอยู่บ้าง เฟิ่งจิ่วจึงให้คนพาพวกเขาไปพักผ่อน
ครั้นกลับถึงเรือน นางให้คนเตรียมน้ำอาบ ก่อนที่จะพิงถังน้ำหรี่ตาอย่างเกียจคร้าน ผ่านไปครู่หนึ่งแล้วได้ยินเสียงเปิดประตู นางจึงเอ่ยว่า “เหลิ่งซวง น้ำเย็นแล้ว เข้ามาเติมน้ำร้อนหน่อยเถอะ”
……….