เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3464 กลับมา / ตอนที่ 3465 พบกันอีกครั้ง
ตอนที่ 3464 กลับมา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำทั้งตัวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เดินไปพลางปลดแถบผ้าที่เอวไปพลาง นางเห็นดังนั้นก็อึ้งงันไป
เขาถอดชุดคลุมบนตัวออก ร่างเปลือยเปล่าก้าวเข้าไปในถังน้ำ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ นาง เมื่อยื่นมือไปดีดผิวน้ำเล่น หยดน้ำกระเด็นกระทบใบหน้านาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าดึงดูดก็ดังเข้าสู่หูนาง
“ก็ใช่ว่าไม่เคยเห็น เหตุใดถึงได้อึ้งงันเช่นนี้”
เสียงทุ้มของเขาเจือเสียงหัวเราะพึงพอใจ ชัดเจนว่าสีหน้าของนางทำให้เขามีความสุข ฝ่ามือโคจรปราณพลังวิญญาณ ทันใดนั้นน้ำที่เย็นลงแล้วพลันอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ไอร้อนเล็กน้อยปะทุขึ้นจากผิวน้ำ ตลบอบอวลระหว่างคนสองคน
เฟิ่งจิ่วดึงสติกลับมา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า “เจ้าจะกลับมาไยไม่บอกข้าสักคำ วันนี้ข้ายังคิดอยู่เลย ว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าจะกลับมาเมื่อไร!” นางพูดพร้อมกับที่ถูกเขาดึงทั้งร่างเข้าไปหา ก่อนนางจะอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ทั้งร่างเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมแขนเขาเช่นนี้ สัมผัสที่ผิวหนังแนบชิดกันทำให้อุณหภูมิในถังน้ำคล้ายกับยิ่งร้อนมากขึ้น ในใจนางเขินอายอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่ได้ดิ้นรนเช่นกัน เพียงพิงร่างอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เขากอดนางไป
“อยากกลับมาแล้วทำให้เจ้าประหลาดใจ เลยไม่ได้บอกเจ้าก่อน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว สองมือใต้น้ำลูบคลำเอวนางอย่างเบามือ “ข้าให้ฝั่งท่านพ่อเตรียมตัวแล้ว ที่จวนมีคนจัดการแล้วเช่นกัน ข้าได้ยินพวกเขาบอกว่าก่อนแต่งงานห้ามพบหน้ากัน ข้าจึงอยากแอบมาหาเจ้าก่อนแล้วค่อยไป”
“เจ้าไม่คิดอยู่ที่นี่สักสองสามวันหรือ” เฟิ่งจิ่วแปลกใจ “กลับไปกลับมาไม่เหนื่อยหรืออย่างไร”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังแล้วยิ้มที่มุมปากน้อย “ไม่อยากให้ข้าไปหรือ” ขณะพูดนั้น มือของเขาคลำขึ้นจากส่วนเอวของนาง
“อย่าวุ่นวาย ข้าพูดเรื่องสำคัญกับเจ้าอยู่!” เฟิ่งจิ่วถลึงตาใส่เขาพร้อมหน้าแดงๆ ดึงมือปลาหมึกของเขาออก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหัวเราะเสียงเบา “กลับมาครั้งนี้จะอยู่กับเจ้าสองสามวัน จากนั้นข้าก็ต้องไปแล้ว ข้าต้องกลับไปเตรียมงานแต่งงาน ไม่อาจมอบหมายให้ข้ารับใช้จัดการได้ทั้งหมด” เขาพูดพลางยื่นผ้าขนหนูที่ขอบอ่างให้นาง “เจ้าช่วยข้าถูหลังหน่อยเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วรับมา คราวนี้ผละออกจากอ้อมกอดเขาแล้วย้ายไปอยู่ข้างหลัง เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟุบหน้าที่ขอบถังน้ำ พร้อมกันนั้นก็พูดว่า “เจ้าอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก รอข้ามารับเจ้าเมื่อถึงเวลา”
นางช่วยเขาถูหลังไปพลาง พูดไปพลาง “ข้าคิดว่าตอนที่พวกเราแต่งงานกัน คนมาแสดงความยินดีต้องเยอะมากแน่”
“ตอนเข้ามาในจวน ข้าเห็นกู้เซียงอี๋กับอี้ซิวหรั่นก็มาด้วย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อหรี่ตากล่าว
“อืม กู้เซียงอี๋นั่นพวกข้ากลับมาแล้วเจอว่าเกิดเรื่องบางอย่างกับพวกเขา จึงถือโอกาสเข้าช่วยเหลือ เขาจัดการธุระในตระกูลเรียบร้อยแล้วจึงมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ ส่วนอี้ซิวหรั่น วันนี้ข้าเพิ่งพบเขา”
สองคนสนทนากันไม่หยุด จนกระทั่งน้ำเย็นลงแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อค่อยหมุนกายลุกขึ้นยืน เขากล่าวกับเฟิ่งจิ่ว “น้ำเย็นแล้ว อย่าแช่อีกเลย”
เขาพูดพร้อมกับก้าวออกจากถังน้ำ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดหยดน้ำบนร่างกาย จากนั้นยื่นมือไปอุ้มเฟิ่งจิ่วออกมาจากถังน้ำ สุดท้ายใช้ผ้าขนหนูพันร่างนางแล้วเดินไปที่เตียง
เมื่อเขาวางนางลงบนเตียง เฟิ่งจิ่วยื่นมือออกมาดู “แช่น้ำนานเกินไป มือข้าเหี่ยวหมดแล้ว” ตอนกำลังลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า ใครเล่าจะรู้ว่าเขาจะกดร่างนางลงมา
……….
ตอนที่ 3465 พบกันอีกครั้ง
ริมฝีปากร้อนระอุทาบลงมา จุมพิตเร่าร้อนทำให้นางหายใจไม่ทันอยู่บ้าง กระนั้นตอนนางจะผละออกจากเขา เขาก็ตะแคงตัวลงนอนข้างๆ นางแล้ว พร้อมกับยื่นมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างนางไว้ มือใหญ่ทั้งสองข้างโอบรัดนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“อาจิ่ว ข้าหวังให้วันแต่งงานของพวกเรามาถึงโดยเร็ววัน”
ฟังเขาพูดดังนั้น ในใจเฟิ่งจิ่วมีแต่ความร้อน นางยื่นมือไปกอดเอวเขาบาง ยิ้มพลางกล่าวว่า “ตลอดหลายปีมานี้ล้วนรอได้ ตอนนี้วันแต่งงานอยู่ข้างหน้านี้แล้ว เจ้ากลับร้อนใจเสียได้”
“อืม ข้าร้อนใจอยากทำให้เจ้ากลายเป็นสตรีของข้า” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เพิ่งรีบร้อนกลับมาจึงรู้สึกง่วงอยู่บ้าง วันนี้ได้กอดนางเอาไว้ เขาย่อมหลับตาลงอย่างช้าๆ
เมื่อรู้สึกได้ว่าลมหายใจของเขาผ่อนคลาย คล้ายกับหลับไปแล้ว เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองเขาเล็กน้อยก่อนจะพิงอกเขาอย่างเงียบๆ
…
เช้าวันต่อมา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วไปพบพวกผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งด้วยกัน เพื่อหารือกันเรื่องงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้น จากนั้นสองคนเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาสงบสุขที่หาได้ยาก
เหลิ่งหวาเดินมา เห็นพวกเขาสองคนแล้วคารวะครั้งหนึ่ง “นายหญิง พวกหนิงหลางมาแล้ว ตอนนี้กำลังไปพบพวกนายท่านที่เรือนด้านหน้า”
“เห็นทีพวกเขาก็ได้ข่าวแล้วเช่นกัน” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา จูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปที่ศาลา พร้อมกันนั้นพูดกับเหลิ่งหวาว่า “อีกเดี๋ยวให้พวกเขามาที่นี่เถอะ! คิดดูแล้วก็ไม่ได้พบพวกเขามาหลายปีแล้วเหมือนกัน”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับแล้วถอยไป
“ห้าวเอ๋อร์ไม่ได้มาหาเจ้าเลยหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม หลังจากสาวใช้ยกน้ำชาและขนมมาแล้ว เขาช่วยเทชาให้เฟิ่งจิ่วจอกหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน จากนั้นยิ้มขึ้น “ตั้งแต่กลับมา ห้าวเอ๋อร์ถูกพวกท่านพ่อข้าเรียกไปหา ปากบอกว่าจะชี้แนะเขาฝึกบำเพ็ญและฝึกวิชายุทธ์ แต่ความจริงแล้วเด็กในบ้านที่อายุเท่าเขาเห็นเขาแล้วต่างก็ชอบมาเล่นด้วย และพี่ชายข้าก็มักจะพาบุตรชายเขามาเล่นเป็นเพื่อนห้าวเอ๋อร์เช่นกัน เป็นเช่นนี้เรื่อยมา คาดว่าคงมีแค่เวลากินข้าวแล้วที่ข้าจะได้พบเขา”
สองคนสนทนากัน ดื่มน้ำชา กินขนม ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าระลอกหนึ่งดังเข้ามาใกล้ เฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อมองไปทางเสียงนั้น เห็นบุรุษในชุดหรูหราสง่างามไม่ธรรมดาหลายคนยิ้มร่าเดินมาทางนี้
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองคนพวกนั้น ก่อนจะเบนสายตาอย่างเย็นชา เขายกกาชาเทชาร้อนเติมให้เฟิ่งจิ่ว พวกเขาสองสามคนนั้นเขาล้วนรู้จัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่ายิ่งเวลาผ่านไป พวกเขาจะยิ่งน่ามองขึ้นเรื่อยๆ
เฟิ่งจิ่วพิจารณาพวกเขา เห็นพวกเขาดูราศีจับยิ่งกว่าตอนยังเยาว์ ท่วงท่าของแต่ละคนโดดเด่นขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
ใช่ พวกเขาสง่างามไม่ธรรมดาอยู่แล้ว วิสัยทัศน์ไม่ต่ำต้อย หลายปีผ่านมาแล้ว ยิ่งโดดเด่นขึ้นกว่าเดิมก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว นางยิ้มขึ้นมา “ไม่พบกันหลายปี เห็นทีพวกเจ้าคงสบายดีสินะ!”
พวกซ่งหมิงและหนิงหลางมองเฟิ่งจิ่ว เห็นนางยังคงสวมชุดสีแดงทั้งตัว ดวงตาเป็นประกายน่ามอง นางนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสบายใจ กลับแผ่กลิ่นอายสูงส่งสง่างามออกมา ทำเอาพวกเขาหวั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ตอนพบนางครั้งแรก นางมีกลิ่นอายของจิตวิญญาณโบราณที่เจ้าเล่ห์และมีไหวพริบ วันนี้วันคืนผ่านพ้นไป กลิ่นอายพวกนั้นหายไปแล้ว ที่ปรากฏให้เห็นมีเพียงความงามสง่าและสงบนิ่ง
ท่าทางคนที่เติบใหญ่ไม่ใช่แค่พวกเขา นางเองก็เติบใหญ่เช่นเดียวกัน
……….